
ข้อดีของการศึกษาแบบใหม่
1. ลดภาระรัฐและครอบครัว ในการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์
แต่สร้างคนจากการฝึกให้พวกเขาเรียนรู้จากประสพการณ์ทำงาน ซึ่งแกร่งกว่า
และสุขภาพจิตดีกว่า เรียนในชั้นเรียนที่เครียดทางความคิดเกินไปกับวิชาที่เขาไม่ถนัด
2. ประชากรของประเทศ มีความพร้อมทางการเงิน เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
คิดสร้างครอบครัวได้
3. การศึกษาแบบเดิม ยังคงมีอยู่ สำหรับกลุ่มเยาวชนที่สนใจทางวิชาการเชิงลึก
แต่ก็มีเยาวชนอีกจำนวนมาก ที่รู้สึกว่า พวกเขาแค่ต้องการความรู้ไปสร้างอิสรภาพทางการเงิน
และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจนเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตหลังจากจบการศึกษา
อาชีวะ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับคนที่ไม่เก่งวิชาการ และยังหาความถนัดไม่เจอ
ที่จะทดลองเรียนดูเพื่อเข้าสู่การหารายได้ และมีโอกาสเรียนต่อเมื่อพร้อม
4. เยาวชนจะเรียนรู้จากบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญและความถนัดเช่นเดียวกับเขา
เช่น เด็กที่ชอบการทำผม เขาควรมีโอกาสได้ช่างผมที่มีความสามารถ ผ่านประสพการณ์ธุรกิจแฟชั่นมาแล้ว
แม้ช่างจะไม่สอนเองทั้งหมด แต่ช่างอาจสร้างทีม และร่วมวางหลักสูตรการพัฒนา
เมื่อเด็กและครู ชอบสิ่งเดียวกัน เขาย่อมสนใจเชิงลึกในประเด็นการเรียน
เช่น เด็กที่ชอบเรื่องผม เขาสามารถเห็นจุดอ่อนของทรงผม ก่อนคนที่ไม่มีความถนัด
นอกจากนี้ เยาวชนยังต้องเรียนรู้หลักการทำธุรกิจ เช่น การบัญชี ภาษี การตลาด
การบริหารเงิน และการบริหารคนที่รับมาเป็นลูกจ้าง และหุ้นส่วนธุรกิจ
(ช่างผม อาจจ้างลูกจ้างทำงานสระผม และมีหุ้นส่วนธุรกิจ คือ ช่างแต่งหน้า )
5. การสร้างทรัพยากรมนุษย์ ไม่ใช่การเสิร์ฟรถเบนซ์ โดยไม่สอนให้เขาขับรถธรรมดาก่อน
ไม่ใช่การป้อนปลา โดยไม่สอนวิธีตกปลา
และไม่ใช่การลงทุนการศึกษา อย่างไร้ทิศทาง และไม่คุ้มค่า กับ เวลาและทรัพย์สินที่เสียไป
โมเดลการศึกษาแบบใหม่ ที่สอดคล้องกับการเพิ่มประชากร
ข้อดีของการศึกษาแบบใหม่
1. ลดภาระรัฐและครอบครัว ในการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์
แต่สร้างคนจากการฝึกให้พวกเขาเรียนรู้จากประสพการณ์ทำงาน ซึ่งแกร่งกว่า
และสุขภาพจิตดีกว่า เรียนในชั้นเรียนที่เครียดทางความคิดเกินไปกับวิชาที่เขาไม่ถนัด
2. ประชากรของประเทศ มีความพร้อมทางการเงิน เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
คิดสร้างครอบครัวได้
3. การศึกษาแบบเดิม ยังคงมีอยู่ สำหรับกลุ่มเยาวชนที่สนใจทางวิชาการเชิงลึก
แต่ก็มีเยาวชนอีกจำนวนมาก ที่รู้สึกว่า พวกเขาแค่ต้องการความรู้ไปสร้างอิสรภาพทางการเงิน
และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ตลอดจนเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตหลังจากจบการศึกษา
อาชีวะ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับคนที่ไม่เก่งวิชาการ และยังหาความถนัดไม่เจอ
ที่จะทดลองเรียนดูเพื่อเข้าสู่การหารายได้ และมีโอกาสเรียนต่อเมื่อพร้อม
4. เยาวชนจะเรียนรู้จากบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญและความถนัดเช่นเดียวกับเขา
เช่น เด็กที่ชอบการทำผม เขาควรมีโอกาสได้ช่างผมที่มีความสามารถ ผ่านประสพการณ์ธุรกิจแฟชั่นมาแล้ว
แม้ช่างจะไม่สอนเองทั้งหมด แต่ช่างอาจสร้างทีม และร่วมวางหลักสูตรการพัฒนา
เมื่อเด็กและครู ชอบสิ่งเดียวกัน เขาย่อมสนใจเชิงลึกในประเด็นการเรียน
เช่น เด็กที่ชอบเรื่องผม เขาสามารถเห็นจุดอ่อนของทรงผม ก่อนคนที่ไม่มีความถนัด
นอกจากนี้ เยาวชนยังต้องเรียนรู้หลักการทำธุรกิจ เช่น การบัญชี ภาษี การตลาด
การบริหารเงิน และการบริหารคนที่รับมาเป็นลูกจ้าง และหุ้นส่วนธุรกิจ
(ช่างผม อาจจ้างลูกจ้างทำงานสระผม และมีหุ้นส่วนธุรกิจ คือ ช่างแต่งหน้า )
5. การสร้างทรัพยากรมนุษย์ ไม่ใช่การเสิร์ฟรถเบนซ์ โดยไม่สอนให้เขาขับรถธรรมดาก่อน
ไม่ใช่การป้อนปลา โดยไม่สอนวิธีตกปลา
และไม่ใช่การลงทุนการศึกษา อย่างไร้ทิศทาง และไม่คุ้มค่า กับ เวลาและทรัพย์สินที่เสียไป