บันทึกการเดินทางประเทศปานามา ที่ Panama City 2 (2025)

ย้อนไปเมื่อตอนปี 2000 ที่อินเตอร์เน็ตยังไม่แพร่หลาย (ถ้าใครที่อายุใกล้เคียงกัน ตอนนั้นคุณอาจจะมีอีเมล @chaiyo.com แบบไทยๆ แต่ถ้าคุณนำสมัยกว่านั้นอีกนิด คุณอาจจะมีอีเมล @yahoo.com หรือ @hotmail.com) ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปานามาที่สามารถหาได้ในประเทศไทยคือ ตอนเปิดสารานุกรมในห้องสมุดโรงเรียน มีเพียงย่อหน้าเดียวเกี่ยวกับปานามาคือ เป็นประเทศที่มีคลองซึ่งทำให้การขนส่งสามารถตัดผ่านจากมหาสมุทรแปซิฟิกสู่มหาสมุทรแอตแลนติกได้โดยไม่ต้องไปอ้อมเมกาใต้

จบข่าว...

แล้วเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนในตอนนั้นจะไปมีความคิดเห็นอะไรเกี่ยวกับประเทศนี้ได้อีกนอกจาก อ๋อ มีคลองปานามา...เอวัง

แต่เมื่อเคยได้ไปสัมผัสประเทศนี้แล้ว อธิบายให้ง่ายที่สุด เห็นภาพชัดสุดก็คงเป็น...เหมือนอยู่เมืองไทยน่ะค่ะ แค่มีจุดแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเอง

และ 20 กว่าปีต่อมาเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่ มองด้วยสายตาของคนที่มีประสบการณ์ชีวิตเพิ่มขึ้น มีข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝั่งเขาฝั่งเรา หากให้คำจำกัดความเดิมว่าเหมือนอยู่เมืองไทย เราก็ยังคงยืนยันจุดนี้อยู่นะคะ แต่สิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันพิเศษ แต่มันพิเศษจริงๆ นะแค่เราไม่เคยตระหนักมันมาก่อน

ประเทศนี้อากาศดีมากกกกกกกกก

เมื่อเปิด AirVisual จะพบว่าค่าฝุ่นวิ่งวนอยู่แค่เลขตัวเดียวเท่านั้นเอง ที่ Panama City น่าจะเป็นหนึ่งในเมืองหลวงเพียงไม่กี่แห่งในโลกที่มีอุทยานแห่งชาติอยู่ในนั้นนะคะ นี่เป็นสิ่งที่ตอนเด็กๆ เราไม่ได้สนใจ จนเมื่อใช้ชีวิตในที่ที่มีค่าฝุ่นเป็นสีเขียวรวมกันทั้งปีคงไม่ถึง 30 วัน สิ่งนี้มีค่ามากๆ สำหรับเราเลยค่ะ ใครที่มาเยือนเมืองนี้ ขอแนะนำให้สูดหายใจให้เต็มปอดไปเลยนะคะ

ถ้าให้เห็นภาพชัดกว่านั้น เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีสถานะ Carbon Negative อธิบายง่ายๆ ก็คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ป่าดูดซับมีมากกว่าปริมาณที่กิจกรรมใดๆ ในประเทศปล่อยออกมา

ปานามาไม่ใช่ประเทศใหญ่ ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ ที่ตั้งเมืองหลวงอยู่ประมาณกรุ่งเทพฯ ส่วนภาคใต้คือป่าดิบชื้นเกือบทั้งหมดค่ะ ดังนั้นพื้นที่ที่คนอาศัยอยู่จริงๆ คือ ตั้งแต่ตอนกลางของประเทศไปจนถึงทางเหนือเท่านั้นเอง

ประชากรที่นี่ประมาณสี่ล้านคน (เพิ่มขึ้นจากเมื่อสมัยปี 2000 มาล้านนึงได้) แต่นอกจากคลองที่เป็นรายได้หลักของประเทศนี้ ปานามาเป็นศูนย์กลางในเชิงของ Financial Service ค่ะ สินค้าที่ส่งออกติ๋วติ้วมาก อย่างพวกกล้วย ข้าวโพด เป็นต้น (สมัยที่เป็นนักเรียน มีเพื่อนที่อยู่ในจังหวัดเล็กๆ และครอบครัวโฮสต์เป็นเกษตรกรค่ะ) คนในประเทศนี้ดำรงชีพด้วยการเป็นผู้ให้บริการมากกว่าเป็นผู้ผลิต  นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมกิจกรรมที่ปล่อยคาร์บอนในประเทศจึงค่อนข้างน้อย

เล่ามาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้า Day 2 เสียที อยากจะบอกว่า ช่วงเวลา 3-4 วันแรกเป็นช่วงเยี่ยมญาติของเรา ไม่ได้ไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะได้อ่านคงเป็นการบรรยายความรู้สึกนึกคิด หรือมุมมองของเราเมื่อกลับไปเยี่ยมประเทศนี้อีกครั้ง และอาจเป็นเรื่องระลึกถึงความหลังอีกเป็นกุรุส 

แต่อย่างที่บอก อะไรที่พอจะเป็นข้อมูลได้ก็จะพยายามให้นะคะ

ตื่นเช้ามา (ประมาณตีสาม ตีสี่ ยังปรับตัวไม่ได้) ก็นอนกลิ้งเล่นสักพัก รอเวลาห้องอาหารเช้าเปิด
Courtyard by Marriott Panama Metromall เป็นโรงแรมที่ทำให้นึกถึงโรงแรมแบบรีสอร์ตสมัยเก่ายุคสวนบวกหาดที่ชะอำค่ะ เขาอยากทำให้มันดูฟลอริด้าแหละ แต่มันก็ยังไม่ค่อยใช่สักเท่าไหร่ สนนราคาประมาณโรงแรมสี่ดาวนี่แหละ แต่สิ่งที่มันน่าอึดอัดอยู่สักหน่อยก็คือ เรามีความเคยชินสำหรับมาตรฐานโรงแรมสี่ดาวในไทยที่สร้างความคาดหวังแบบหนึ่ง แต่เมื่อไปถึงปานามา โรงแรมสี่ดาว (ซึ่งไม่ใช่แค่ที่นี่ แม้กระทั่งตอนที่ย้ายไปในใจกลางเมืองก็เช่นกัน) ของที่นี่ค่อนข้าง...Minimal อยู่สักหน่อยน่ะ

เมื่อไปห้องอาหารในตอนเช้า ไลน์อาหารของเขาถ้าเทียบกับเมืองไทยนับว่าคนละเรืองเลยค่ะ แต่คุณภาพของดีนะ แค่ความหลากหลายน้อยไปสักหน่อย เช่น อาหารที่เป็นโปรตีน ก็อาจจะมีสักสองอย่าง คาร์บก็สักสองอย่าง ผลไม้สองสามอย่าง ผักก็มีจุ๋มจิ๋มสักหน่อย ทำให้เราแอบงงเบาๆ ว่านี่คือไลน์อาหารของที่นี่หรือ แต่ก็อะ ไม่เป็นไร อาจเพราะโรงแรมนี้ไม่ใช่ในตัวเมือง และออกแนวเป็นโรงแรมแอร์พอร์ตเขาอาจจะไม่สนใจเรื่องอาหารเช้ามากนัก (เป็นคนปลอบใจตัวเองที่ไม่ค่อยได้เรื่อง แต่นึกอะไรไม่ออก)


วันนี้มีไก่ผัดพริกด้วย แต่นี่ไม่ใช่อาหารปกติของคนปานามานะ

อันนี้เรียกว่า Tamal ภายนอกเห็นแล้วคล้ายข้าวต้มมัด แต่ที่จริงเป็นแป้งข้าวโพด อาหารคาวนะคะ


แต่ๆๆ ทุกอย่างมันมีเหตุผลของมันค่ะ นี่เพิ่งวันที่สอง เรายังแค่รวบรวมจิ๊กซอเก็บไว้ในใจเท่านั้น จนถึงวันที่จิ๊กซอเหล่านี้ปะติดปะต่อกันได้มากขึ้น เราจึงเพิ่งพบว่าหลายสิ่งที่เกิดขึ้นในปานามาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป...

...

...

ให้ความรู้สึกเหมือนโปรยปกหนังสือ หรือไม่ก็ Clickbait เลยแฮะ ไม่ได้ตั้งใจนะ แค่อยากให้มองข้อสังเกตของเราไปเรื่อยๆ น่ะค่ะ เผื่อสิ่งที่คนอ่านมองกับสิ่งที่เรามองอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้

กลับมาที่ไลน์อาหาร สิ่งที่น่ากินที่สุดในหมู่ก็คือ ไข่คน ทำได้ดูดีมาก แล้วก็มีซอสวางไว้ให้เลือกสามอย่าง เนื่องจากกินเผ็ดไม่ได้แต่อยากลอง เลยถามคุณพนักงานแถวนั้นว่า แนะนำซอสอันไหน เขาก็มองๆ แล้วก็ชี้อันหนึ่งขึ้นมา

เรื่องความเผ็ดของปานามา คิดว่าหลายคนคงพอนึกออก มันคือเผ็ดแบบเม็กซิกันแหละค่ะ เป็นความเผ็ดที่เขานิยมใส่ความเค็มลงไปในนั้น ซอสที่เขาเลือกให้อร่อยนะ แต่แน่นอน เรามาจากประเทศที่มาตรฐานรสชาติลิ้นของคนในประเทศค่อนข้างเหนือมีนอยู่สักหน่อย ซอสนี้จึงไม่ได้ประทับใจขนาดนั้น มันเหมือนขาดไปรสหนึ่งค่ะ คิดว่าน่าจะเป็นรสหวาน หรือไม่ก็เปรี้ยว ถ้าเป็นซอสที่ไทยมันจะถูกปรุงแบบนั้น แต่ซอสนี้ยังปรุงไปได้ไม่สุด

แต่นั่นเป็นข้อสังเกตของพี่สาวเราค่ะ ส่วนเรานั้นเฉยๆ มาก เป็นรสที่คุ้นเคยแม้ว่าจะเวลาผ่านไปนานมากแล้วก็ตาม

อ้อ ปานามากินข้าวนะคะ แต่การกินข้าวของเขาจะคนละวัฒนธรรมกับเรา คนไทยจะมีข้าว และกับข้าวแชร์ตรงกลาง แต่อันนี้คือ ข้าวจานใครจานมัน ในจานจะประกอบด้วย ข้าว (ซึ่งมีหลายแบบแต่ยังไม่เคยไปเดินดูนะว่ามีหอมมะลิไหม) ถั่วต้ม (ถั่วหลายแบบและหลากวิธีการทำ มีตั้งแต่ทำเป็นน้ำราด หรืออาจจะหุงร่วมกับข้าว ซึ่งสำหรับคนไทย ถั่วต้มคือขนมหวาน แต่ที่นี่คืออาหารคาวค่ะ) เนื้อสัตว์ ซึ่งส่วนมากที่นี่กินเนื้อไก่ หรือเนื้อวัว และสลัด อาจจะมีกล้วยร่วมด้วยบ้างในบางมื้อแล้วแต่เลือก

อันนี้มาตรฐานในจานข้าวของคนท้องถิ่นนะคะ แต่เนื่องจากเรามาในรูปแบบนักท่องเที่ยว ดังนั้น ร้านที่เราเข้าเลยไม่ได้ท้องถิ่นจ๋าขนาดนั้น อาหารที่เราอธิบายนั้นเป็นแนวโฮมเมดที่กินกันในบ้านค่ะ และไม่ใช่แค่เฉพาะประเทศนี้ที่กินแบบนี้ ประเทศอื่นก็กินในรูปแบบใกล้เคียงกันค่ะ อาหารบางอย่างเป็นอาหารเดียวกัน แต่อยู่ที่ปานามาเรียกแบบหนึ่ง โคลัมเบียเรียกแบบหนึ่ง

พูดถึงเรื่องนี้ อาจมีความเข้าใจว่าเมื่อรู้ภาษาสเปนแล้ว (เช่น เราที่ได้มาจากปานามา) จะสามารถตะลอนเที่ยวทุกประเทศที่ใช้ภาษาสเปนได้ ไม่ว่าจะในประเทศสเปนเอง หรือประเทศใดๆ ในลาตินอเมริกา จะยกเว้นก็แค่บราซิลซึ่งใช้ภาษาโปรตุเกส) บอกได้เลยว่า นี่เป็นความเข้าใจผิดค่ะ แม้ว่าพื้นฐานที่สุดของภาษาอาจจะคล้ายกัน แต่ก็ใช่ว่าจะเหมือนกันเสียทีเดียว เรื่องคำศัพท์ยิ่งไม่ต้องพูดถึงค่ะ ประเทศบางประเทศใช้คำเดียวกัน แต่อีกประเทศใช้อีกคำหนึ่ง

ส่วนถ้าคนในพื้นที่กันเอง เช่น คนปานามาไปฟังคนชิลีพูด พวกเขาเข้าใจค่ะ แต่สิ่งนี้สำหรับคนไทยอาจจะไม่ค่อยเห็นภาพนักเพราะภาษาที่เราใช้ไม่ได้กระจายไปหลายประเทศขนาดนั้น ถ้าเปรียบเทียบที่ใกล้เคียงที่สุด (แต่ยังห่าง) ก็คงเหมือนคนใช้ภาษาไทยกับภาษาลาวพูดกัน มีส่วนที่เข้าใจแต่ก็มีส่วนที่ใช้คำศัพท์ต่างกัน แต่ประเด็นคือ ส่วนที่คนลาตินจะเอ๊ะ ไม่ได้มากขนาดนั้น พวกเขามีความรู้สั่งสมกันมาตั้งแต่เด็กผ่านสื่อต่างๆ ทำให้รู้คำศัพท์ที่แตกต่างค่อนข้างมาก การสนทนาจึงลื่นไหลพอสมควรแม้จะอยู่คนละประเทศ

แต่ในฐานะคนต่างชาติอย่างเราที่ไปอยู่แค่ช่วงเวลาหนึ่ง เราไม่ได้สะสมผลบุญอย่างที่คนที่นี่เขามีมาตลอด ดังนั้น ถ้าโยนเราไปคุยกับคนชิลี จากที่เข้าใจน้อยอยู่แล้ว อาจจะยิ่งเข้าใจน้อยไปมากกว่าเดิมอีก

หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ ห้างติดโรงแรมก็เปิดค่ะ เราเลยถือโอกาสไปเดินดูเผื่อมีร้านกาแฟอะไรน่าสนใจ ปานามาคือ ถิ่นที่ส่งออกกาแฟดีที่สุดในโลกนะ เพราะฉะนั้น กาแฟที่นี่ต้องน่าสนใจแน่นอน

หากใครคิดจะมาช้อปปิ้งที่นี่ (ซึ่งคงไม่มี) เราไม่แนะนำเลยค่ะ อย่างที่บอกไปตอนต้นว่าประเทศนี้ไม่ได้เป็นผู้ผลิต ดังนั้น หากจะนับว่าเป็นประเทศนำเข้าเป็นหลักก็คงไม่ผิด ดังนั้น สิ่งที่ได้เห็นตามห้าง เป็นแบรนด์ที่มาจากอเมริกาหรือจีนเสียส่วนมาก Nike Fila Tommy มีแม้กระทั่ง Miniso ยังมีเลยค่ะ แล้วราคาก็สูงมากด้วย หาตรงกลางค่อนข้างยาก ถ้าไม่คุณภาพแย่ไปเลยก็ต้องเป็นแบรนด์ราคาเป็นพันไปเลย

รองเท้าแตะ! (กู่ก้องฟ้า)

สรุปไม่ได้อะไรทั้งนั้น ไปกินกาแฟดีกว่า ชิ!

(มีต่อค่ะ)
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่