ปกติถ้าในพันทิป เรามักจะอาศัยที่ห้องถนนนักเขียน เลยขออนุญาต Tag ที่นั่นด้วย แต่ขอให้ถือว่าเป็นบันทึกการเดินทางแล้วกันนะคะ
ที่จริงเราไปปานามาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ 2025 ที่ผ่านมาค่ะ แต่ปีที่แล้วทั้งปีไม่มีเวลาโดยสิ้นเชิง จะมาพอว่างเขียนได้ก็พ้นปีไปเรียบร้อยแล้ว เห็นไม่ค่อยมีใครไปประเทศนี้เท่าไหร่เลยมาใส่ไว้เผื่อใครต้องการหาข้อมูล
การไปปานามาของเรานับว่าไปเที่ยวครึ่งหนึ่ง ไปเยี่ยมญาติครึ่งหนึ่ง และจะอยู่ในเมืองหลวง Panama City เท่านั้นนะคะ (เราเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเก่าที่ปานามาเมื่อช่วงปี 2000 และมีแผนกลับไปเยี่ยมครอบครัวค่ะ) การไปแบ่งเป็นสองขยัก ในช่วง 4 วันแรกจะอยู่ที่โรงแรมแถวนอกเมืองที่ใกล้บ้านของโฮสต์ค่ะ ส่วนที่เหลือจะเข้าไปในเมือง พื้นที่หลักที่จะไปก็เป็นแถว Financial District พวกตลองปานามา Old Town แต่ถ้ามีข้อมูลที่อาจช่วยคนที่วางแผนจะไปประเทศนี้ ก็จะพยายามให้เท่าที่นึกได้นะคะ
ออกตัวว่าเรามาสายเขียน และนี่คือบันทึกการเดินทาง เพราะฉะนั้น เน้นเขียน ไม่เน้นภาพ และเราไปในฐานะคนที่เคยอยู่อาศัย ดังนั้นมุมมองของเราอาจจะแตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไปนะคะ (เดินทางครั้งนี้มีเราและพี่สาวสองคนค่ะ)
เมื่อเป็นบันทึก งั้นขอบ่นก่อนว่า ตั้งแต่เคยไปบัดนั้น ยันบัดนี้ เพิ่งมีสามารถไปได้นี่เอง เป็นประเทศที่ต้องใช้ทรัพยากรมากจริงๆ เพราะเดินทางนานมาก อย่างแรกที่ต้องมีคือ มีเงินพอ อย่างที่สอง มีสุขภาพที่แข็งแรง และสาม มีวันลาพักร้อนที่เพียงพอ
กว่าสามอย่างนี้จะพร้อมนี่ ต้องใช้เวลาเป็นยี่สิบกว่าปีถึงจะเดินทางไปได้
การไปปานามาในปัจจุบัน จะมี 2 เส้นทางหลักๆ คือ
1. บินไปทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก นั่นหมายถึง การไปผ่านที่สหรัฐอเมริกาก่อนที่จะเข้าปานามา โดยที่เส้นทางอาจจะประมาณ
ไทย --> ไต้หวัน / ญี่ปุ่น --> อเมริกา (ส่วนมากจะเป็น LA หรือ SF แต่ถ้า Route ที่เก่ากว่านั้นคือ พอลง LA/SF ก็ต้องกระโดดไปที่ Miami อีกต่อ) --> ปานามา
2. บินไปทางฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก นั่นหมายถึง การผ่านไปลงสักประเทศทางฝั่งอาหรับ หรือยุโรปก่อนจะกระโดดไปที่ปานามาอีกรอบ โดยที่เส้นทางจะหลากหลายมาก แล้วแต่สายการบินเลยค่ะ ประมาณนี้
ไทย --> ประเทศในยุโรปเช่น ฝรั่งเศส / เนเธอร์แลนด์ / ตุรกี --> ปานามา
ส่วนตัวเราเลือกไปสายการบิน Turkish Airline ซึ่งถือว่าราคาดีที่สุด และไป via แค่ประเทศเดียวเท่านั้น จากความพยายามที่จะไปปานามามาหลายปี ศึกษาเส้นทางการบินเท่าที่จะทำให้ไปได้ เส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางใหม่ที่สะดวกที่สุดในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุดค่ะ
เดินทางไกล จัดการห่อกระเป๋าเลยค่ะ ไปถึงที่ปานามาแบบไม่บุบสลาย โอเคอยู่
เมื่อเลือกเส้นทางนี้ ก็ขอแวะเล่าเรื่องที่สนามบิน Istanbul หน่อยละกันนะ
ที่ Istanbul Airport ซึ่งเป็นสนามบินที่ต้องไปเปลี่ยนเครื่องค่อนข้างใหญ่ มีเที่ยวบินไปปานามา 2 เที่ยวต่อวัน มีให้เลือกตารางเวลาคือ พักต่อเครื่อง 2 ชั่วโมง หรือไม่อีกทีคือ 7 ชั่วโมงค่ะ
จากการหาข้อมูลมาตอนแรก 2 ชั่วโมงค่อนข้างเสี่ยง เพราะสนามบินใหญ่ อาจจะต้องวิ่งหูตูบอยู่สักหน่อย เราจึงยอมรอที่ 7 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งมีบริการ one-day-tour หากใครที่ต้องรอต่อเครื่อง 6 ชั่วโมงเป็นต้นไป (ข้อมูล ณ มกราคม 2025) แต่เรานั่งเครื่อง 12 ชั่วโมงแทบไม่ได้หลับ เราจึงเลือกหาที่นอนที่สนามบิน Istanbul แทนเพื่อกระโดดไปปานามาอีกรอบซึ่งจะใช้เวลาในการนั่งเครื่องอีก 14 ชั่วโมงค่ะ
ที่ Istanbul Airport มีโรงแรมในสนามบินชื่อ Yotel ค่ะ แต่ราคาสูงมากอยู่ เราจึงเลือกใช้บริการ Sleepods ซึ่งเป็นที่นอนแคปซูลที่อยู่ในสนามบินแทน พอดีตอนที่เราลงเครื่องเป็นช่วงประมาณหกโมงเช้า แต่ตั้งแต่ช่วง 7:00 - 19:00 จะได้เรทราคาที่ดีกว่า เราเลยยอมรอถึง 7 โมงเช้าจึงค่อยไปใช้บริการ

ส
ถานที่ตั้งอยู่ Zone D ของสนามบิน ทางเช้าตรงโซนนี้จะดูหลืบๆ หน่อย ชะเง้อไปแล้วเหมือนมองไม่เห็นอะไร แต่ขอให้เดินตรงเข้าไปในนั้นไกลพอสมควรจึงจะเห็นพื้นที่ค่ะ
เมื่อเข้าไปติดต่อ เราแจ้งตั้งแต่แรกว่าจะนอน 4 ชั่วโมง สนนราคาอยู่ที่ 10 ยูโร แต่เราเลือก Pod ที่ใหญ่สนนราคาจึงอยู่ที่ 12 ยูโร มีค่าบริการหมอนผ้าห่มอีก 2 ยูโร ไม่รับเงินสด
ที่จริงตอนที่คุยกันเป็นสกุลเงินยูโรทั้งหมด แต่ไม่แน่ใจว่าตอนที่เขากด อาจจะกดเป็นเงิน TRY ตอนที่ตัดบัตรเลยจ่ายเป็น TRY ซะงั้น แต่เราไม่ได้ซีเรียสอะไรค่ะ
จะมีสองแบบค่ะ เพดานเตี้ยกับเพดานสูง อันนี้เป็นแบบเพดานสูงที่เข้ามาด้านในๆ หน่อย คนรบกวนน้อย เราว่าเหมาะกับผู้หญิงนะ แต่สนนราคาก็จะสูงกว่าแบบเพดานเตี้ย
ในตอนนี้เมื่อมองย้อนกลับไปแล้วถามว่า ถ้าให้เวลาเปลี่ยนเครื่อง 2 ชั่วโมงทันไหม เราคิดว่าทันแบบฉิวเฉียดค่ะ ด้วยตัวสายการบินมักจะบอร์ดดิ้ง 1 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก มันเลยเป็นเหตุผลที่ว่าทุกคนต้องวิ่งเพราะถือว่ามีเวลาแค่ชั่วโมงเดียวต้องไปถึงเกทให้ทัน ซึ่งเกทก็ไกลอยู่นะ แต่ในความเป็นจริงช่วงบอร์ดดิ้งก็จะมีคนเข้าคิวขึ้นเครื่องเรื่อยๆ มันเลยพอมีโอกาสอยู่
แต่ถ้าเปลี่ยนคำถามว่าเราจะเลือก 2 ชั่วโมงหรือ 7 ชั่วโมง เรายังคงเลือก 7 ชั่วโมงค่ะ เราไม่ชอบอะไรที่เสี่ยงขนาดนั้น และเพิ่งนั่งมาจากไทย 12 ชั่วโมง ให้ขึ้นไปนั่งต่ออีก 14 ชั่วโมงทันที สังขารเราไม่ไหวค่ะ (จะให้ขึ้นชั้น Business ก็ไม่ไหวเหมือนกัน)
นี่คือวิธีการเลือกสายการบินของเรานะคะ แต่ถ้าใครถนัดฝั่งไหน หรือบังเอิญเจอตั๋วโปรอะไรที่น่าสนใจลองดูได้เลยค่ะ แต่ถ้าไป via ที่อเมริกาต้องมีวีซ่าเข้าอเมริกาด้วยนะคะ หรือถ้าไปจากยุโรปประเทศใดๆ ลองเช็คให้ดีว่าต้องการวีซ่าหรือเปล่า สำหรับตุรกี คนไทยฟรีวีซ่าอยู่แล้ว เราจึงไม่มีอะไรให้กังวลค่ะ
กลับมาที่การไปปานามาต่อ...
มาดูเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนไปปานามาในแง่เอกสารกันบ้างนะคะ
1. ปานามาให้ฟรีวีซ่ากับคนไทย
เราสามารถอยู่ได้สูงสุดที่ 180 วันค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะปล่อยจอยถึงเวลากำเงินจ่ายตั๋วเครื่องบิน ติดพาสปอร์ตไปแล้วบินได้โลดแบบนั้นนะคะ นอกจากพาสปอร์ตแล้ว ยังต้องมีสมุดเล่มเหลืองเพื่อยืนยันว่าได้ทำการฉีดวัคซีนไข้เหลืองเรียบร้อยค่ะ
2. วัคซีนไข้เหลือง
ไข้เหลือง เป็นโรคประจำถิ่นของอเมริกาใต้และแอฟริกาค่ะ เข็มเดียวได้ตลอดชีวิต ตอนที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเราฉีดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่สมุดเล่มเหลืองที่เป็นหลักฐานไปไหนแล้วไม่รู้ เลยไปฉีดใหม่ค่ะ มีทั้งหน่วยงานรัฐและโรงพยาบาลเอกชนรับฉีด ราคาก็แตกต่างกันไปค่ะ แล้วแต่ความสะดวกเลย สำหรับอาการหลังฉีด...สำหรับเรา เฉยมากค่ะ อาจเพราะเคยฉีดมาแล้วก็ได้ ส่วนพี่สาวก็เฉยๆ เช่นกัน แต่คนนี้ว่าไม่ได้ วัคซีนเต็มตัว เคยชินมาก แต่เราคิดว่าใครที่เคยเจอวัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือโควิดมาน่าจะเกิดผลข้างเคียงไม่มากนะคะ
แต่หน้างานเอาเข้าจริงก็ไม่มีใครมาสนใจเจ้าสมุดเล่มเหลืองนี่สักคน แต่ในเมื่อเขามีกฏเกณฑ์แบบนี้ ว่าไงว่าตามกันค่ะ
3. คำถามที่เจอตอนอยู่เคาท์เตอร์เช็คอิน
ตอนที่เราอยู่หน้าเคาท์เตอร์เช็กอินที่สุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่สายการบินมีคำถาม pre-screen ด้วยค่ะ เช่น ไปปานามากี่วัน มีแผนการเที่ยวไหม และติดเงินสด Dollar ไปเท่าไหร่
ตอนแรกเราก็เฉยๆ นะ แต่พอตอนที่อยู่ Istanbul Airport ก็มี Pre-screen ประเภทนี้อยู่ด้วย มีผู้โดยสารเข้าคิวเป็นแถวเรียงยาวจนน่าตกใจ ตอนแรกเราเข้าใจว่าคงต้องไปเข้าแถวเพื่อสกรีนกับเขา แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เห็นพาสปอร์ตจากประเทศไทยและรู้ว่าเป็นฟรีวีซ่า จึงเช็คแค่ตั๋วเครื่องบินกลับเท่านั้น แล้วก็ปล่อยเข้าไปนั่งรอแบบชิลล์ๆ เราเลยเดาเอาเองว่าผู้คนที่ต่อคิวเหล่านั้นอาจเป็นคนที่ไม่มีวีซ่า หรืออาจเป็นคนที่มีโอกาสเป็นผู้อพยพหรือเปล่า
แต่ก็แค่ตั้งข้อสังเกต ไม่มีคำตอบให้ค่ะ
4. ข้อกำหนดการพกเงินสดเข้าปานามา
เมื่อไปถึง ดูเหมือนสิ่งที่ทางประเทศปานามาวิ่งป้ายแดงที่สุดก็คือ การพกเงินสดเกิน 10,000 ดอลล่าร์ค่ะ อื่นใดไม่ถาม แต่มีเจ้าสิ่งนี้แหละที่ขึ้นเป็นอักษรวิ่งตัวแดงเลย
รอเครื่องที่สนามบินอิสตันบูลค่ะ
หลังจากบินอีกระลอก ก็ไปถึงที่ปานามา ซึ่งนับว่าเป็นคืนข้ามปีที่ยาวนานที่สุดของเรา จากบินวันที่ 31 ธันวาคม 2024 เราไปถึงตอนสองทุ่มของ 1 มกราคม 2025 แต่ในความเป็นจริง เราใช้เวลา 33 ชั่วโมงของวันปีใหม่เพราะบินทวนเข็ม
ปานามาช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมงค่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าวันนี้ประเทศไทยคือ วันที่ 2 มกราคม 2025 เวลา 8 โมงเช้า ที่ปานามาคือ วันที่ 1 มกราคม 2025 เวลาสองทุ่มค่ะ
เมื่อมาถึง ตม.ค่อนข้างช้านะคะ เขาดูไม่รีบ ดูชิลล์มาก แถวยาวเป็นหางว่าวก็ไม่ใส่ใจอะไรทั้งสิ้น ค่อยๆ เปิดพาสปอร์ตดู แล้วก็ดื่มน้ำไปด้วย จากนั้นค่อยพลิกอีกหน้า ชะเง้อดูคอม แล้วก็จิบน้ำอีกอึกนึง เปิดพาสปอร์ตหน้าถัดไป...
ถ้าเป็นไปได้ ไปให้ได้คิวแรกๆ ค่ะ ไม่งั้นคงออกจากสนามบินได้นานมาก
แต่บ่นแบบนี้อาจไม่ค่อยแฟร์ เพราะคืนที่เราไปถึงคือวันที่ 1 มกราคม คงไม่ค่อยมีใครอยากทำงานในวันนี้สักเท่าไหร่หรอก แต่ที่แอบขำนิดๆ คือ ท่าทางนั่งของเขาดูแบบเกียจคร้านมาก แล้วก็พึมพำออกมาเบาๆ ว่า "ขี้เกียจจัง" พอดี เราเลยแอบพยักหน้าในใจนิดนึง
เท่าที่สังเกต ที่นี่มีแถวนักท่องเที่ยวและแถวของคนที่ได้วีซ่า Residence ค่ะ อาจจะต้องดูป้ายสักหน่อย ตอนแรกเราเห็นต่างชาติไปเข้าคิวตรงกันเยอะเลยไปต่อคิวเขา แล้วแอบถามคนข้างหน้า เขาบอกถ้านักท่องเที่ยวต้องไปเข้าอีกแถว ซึ่งทำให้เราพบว่า แถวนักท่องเที่ยวยังสั้นกว่าแถวคนต่างชาติที่ได้วีซ่านี้เสียอีก
เมื่อเราออกมาข้างนอกก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่มกว่าแล้ว (เวลาตามตารางการบินคือมาถึงสองทุ่ม แต่เครื่องแลนด์ก่อน) เมื่อดู Uber ราคาสูงมากค่ะ โรงแรมที่เราไปพักอยู่ห่างสนามบินแค่ 7 - 8 กิโลเท่านั้น ราคากดไปที่ 25 ดอลล่าร์ คืนปีใหม่คงมีรถน้อยน่ะค่ะ
(อ้อ สกุลเงินจริงๆ ที่ปานามาใช้เรียกว่า Balboa ค่ะ เขา Pek กับ US Dollar แต่มันจะอยู่ในรูปแบบของเหรียญ แต่เงินที่ใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ก็คือ ดอลลาร์สหรัฐฯ นี่แหละค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบธนบัตร เหรียญ เซนต์ สามารถใช้แทนได้เลย ถ้าเราใช้คำว่าดอลลาร์ๆ ขอให้เข้าใจตรงกันว่าเราหมายถึงดอลล่าร์สหรัฐฯ นะคะ)
Balboa มักจะอยู่ในรูปแบบเหรียญค่ะ เราใช้จนหมดเพราะกลับมาก็เอาไปแลกที่ไหนไม่ได้
ในระหว่างที่ลังเลเพราะมันก็มืดแล้ว ทางที่ดีที่สุดคือแบบนี้ เห็นพี่สาวคนหนึ่งที่กำลังกวาดพื้นอยู่ตรงสนามบินส่วนที่นั่งรอ เลยแถ่ดๆ เข้าไปถามเขาว่าสถานที่รับส่ง Uber คือที่ไหน แล้วยื่นโทรศัพท์ให้พี่สาวดู พอพี่สาวเห็นชื่อสถานที่ พี่สาวบอกเลยว่า ไม่ต้องไปหรอก Uber ให้ไป Metro ดีที่สุด ถูกด้วย จากนั้นก็บอกว่าเดินไปประตูตรงหน้าเนี่ย มีรถบัส รถคันนั้นจะพาไปส่งที่สถานี
(มีต่อค่ะ)
บันทึกการเดินทางประเทศปานามา ที่ Panama City Day 1 (2025)
ที่จริงเราไปปานามาตั้งแต่ช่วงปีใหม่ 2025 ที่ผ่านมาค่ะ แต่ปีที่แล้วทั้งปีไม่มีเวลาโดยสิ้นเชิง จะมาพอว่างเขียนได้ก็พ้นปีไปเรียบร้อยแล้ว เห็นไม่ค่อยมีใครไปประเทศนี้เท่าไหร่เลยมาใส่ไว้เผื่อใครต้องการหาข้อมูล
การไปปานามาของเรานับว่าไปเที่ยวครึ่งหนึ่ง ไปเยี่ยมญาติครึ่งหนึ่ง และจะอยู่ในเมืองหลวง Panama City เท่านั้นนะคะ (เราเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเก่าที่ปานามาเมื่อช่วงปี 2000 และมีแผนกลับไปเยี่ยมครอบครัวค่ะ) การไปแบ่งเป็นสองขยัก ในช่วง 4 วันแรกจะอยู่ที่โรงแรมแถวนอกเมืองที่ใกล้บ้านของโฮสต์ค่ะ ส่วนที่เหลือจะเข้าไปในเมือง พื้นที่หลักที่จะไปก็เป็นแถว Financial District พวกตลองปานามา Old Town แต่ถ้ามีข้อมูลที่อาจช่วยคนที่วางแผนจะไปประเทศนี้ ก็จะพยายามให้เท่าที่นึกได้นะคะ
ออกตัวว่าเรามาสายเขียน และนี่คือบันทึกการเดินทาง เพราะฉะนั้น เน้นเขียน ไม่เน้นภาพ และเราไปในฐานะคนที่เคยอยู่อาศัย ดังนั้นมุมมองของเราอาจจะแตกต่างจากนักท่องเที่ยวทั่วไปนะคะ (เดินทางครั้งนี้มีเราและพี่สาวสองคนค่ะ)
เมื่อเป็นบันทึก งั้นขอบ่นก่อนว่า ตั้งแต่เคยไปบัดนั้น ยันบัดนี้ เพิ่งมีสามารถไปได้นี่เอง เป็นประเทศที่ต้องใช้ทรัพยากรมากจริงๆ เพราะเดินทางนานมาก อย่างแรกที่ต้องมีคือ มีเงินพอ อย่างที่สอง มีสุขภาพที่แข็งแรง และสาม มีวันลาพักร้อนที่เพียงพอ
กว่าสามอย่างนี้จะพร้อมนี่ ต้องใช้เวลาเป็นยี่สิบกว่าปีถึงจะเดินทางไปได้
การไปปานามาในปัจจุบัน จะมี 2 เส้นทางหลักๆ คือ
1. บินไปทางฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก นั่นหมายถึง การไปผ่านที่สหรัฐอเมริกาก่อนที่จะเข้าปานามา โดยที่เส้นทางอาจจะประมาณ
ส่วนตัวเราเลือกไปสายการบิน Turkish Airline ซึ่งถือว่าราคาดีที่สุด และไป via แค่ประเทศเดียวเท่านั้น จากความพยายามที่จะไปปานามามาหลายปี ศึกษาเส้นทางการบินเท่าที่จะทำให้ไปได้ เส้นทางนี้ถือเป็นเส้นทางใหม่ที่สะดวกที่สุดในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุดค่ะ
เดินทางไกล จัดการห่อกระเป๋าเลยค่ะ ไปถึงที่ปานามาแบบไม่บุบสลาย โอเคอยู่
เมื่อเลือกเส้นทางนี้ ก็ขอแวะเล่าเรื่องที่สนามบิน Istanbul หน่อยละกันนะ
ที่ Istanbul Airport ซึ่งเป็นสนามบินที่ต้องไปเปลี่ยนเครื่องค่อนข้างใหญ่ มีเที่ยวบินไปปานามา 2 เที่ยวต่อวัน มีให้เลือกตารางเวลาคือ พักต่อเครื่อง 2 ชั่วโมง หรือไม่อีกทีคือ 7 ชั่วโมงค่ะ
จากการหาข้อมูลมาตอนแรก 2 ชั่วโมงค่อนข้างเสี่ยง เพราะสนามบินใหญ่ อาจจะต้องวิ่งหูตูบอยู่สักหน่อย เราจึงยอมรอที่ 7 ชั่วโมงค่ะ ซึ่งมีบริการ one-day-tour หากใครที่ต้องรอต่อเครื่อง 6 ชั่วโมงเป็นต้นไป (ข้อมูล ณ มกราคม 2025) แต่เรานั่งเครื่อง 12 ชั่วโมงแทบไม่ได้หลับ เราจึงเลือกหาที่นอนที่สนามบิน Istanbul แทนเพื่อกระโดดไปปานามาอีกรอบซึ่งจะใช้เวลาในการนั่งเครื่องอีก 14 ชั่วโมงค่ะ
ที่ Istanbul Airport มีโรงแรมในสนามบินชื่อ Yotel ค่ะ แต่ราคาสูงมากอยู่ เราจึงเลือกใช้บริการ Sleepods ซึ่งเป็นที่นอนแคปซูลที่อยู่ในสนามบินแทน พอดีตอนที่เราลงเครื่องเป็นช่วงประมาณหกโมงเช้า แต่ตั้งแต่ช่วง 7:00 - 19:00 จะได้เรทราคาที่ดีกว่า เราเลยยอมรอถึง 7 โมงเช้าจึงค่อยไปใช้บริการ
สถานที่ตั้งอยู่ Zone D ของสนามบิน ทางเช้าตรงโซนนี้จะดูหลืบๆ หน่อย ชะเง้อไปแล้วเหมือนมองไม่เห็นอะไร แต่ขอให้เดินตรงเข้าไปในนั้นไกลพอสมควรจึงจะเห็นพื้นที่ค่ะ
เมื่อเข้าไปติดต่อ เราแจ้งตั้งแต่แรกว่าจะนอน 4 ชั่วโมง สนนราคาอยู่ที่ 10 ยูโร แต่เราเลือก Pod ที่ใหญ่สนนราคาจึงอยู่ที่ 12 ยูโร มีค่าบริการหมอนผ้าห่มอีก 2 ยูโร ไม่รับเงินสด
ที่จริงตอนที่คุยกันเป็นสกุลเงินยูโรทั้งหมด แต่ไม่แน่ใจว่าตอนที่เขากด อาจจะกดเป็นเงิน TRY ตอนที่ตัดบัตรเลยจ่ายเป็น TRY ซะงั้น แต่เราไม่ได้ซีเรียสอะไรค่ะ
จะมีสองแบบค่ะ เพดานเตี้ยกับเพดานสูง อันนี้เป็นแบบเพดานสูงที่เข้ามาด้านในๆ หน่อย คนรบกวนน้อย เราว่าเหมาะกับผู้หญิงนะ แต่สนนราคาก็จะสูงกว่าแบบเพดานเตี้ย
ในตอนนี้เมื่อมองย้อนกลับไปแล้วถามว่า ถ้าให้เวลาเปลี่ยนเครื่อง 2 ชั่วโมงทันไหม เราคิดว่าทันแบบฉิวเฉียดค่ะ ด้วยตัวสายการบินมักจะบอร์ดดิ้ง 1 ชั่วโมงก่อนเครื่องออก มันเลยเป็นเหตุผลที่ว่าทุกคนต้องวิ่งเพราะถือว่ามีเวลาแค่ชั่วโมงเดียวต้องไปถึงเกทให้ทัน ซึ่งเกทก็ไกลอยู่นะ แต่ในความเป็นจริงช่วงบอร์ดดิ้งก็จะมีคนเข้าคิวขึ้นเครื่องเรื่อยๆ มันเลยพอมีโอกาสอยู่
แต่ถ้าเปลี่ยนคำถามว่าเราจะเลือก 2 ชั่วโมงหรือ 7 ชั่วโมง เรายังคงเลือก 7 ชั่วโมงค่ะ เราไม่ชอบอะไรที่เสี่ยงขนาดนั้น และเพิ่งนั่งมาจากไทย 12 ชั่วโมง ให้ขึ้นไปนั่งต่ออีก 14 ชั่วโมงทันที สังขารเราไม่ไหวค่ะ (จะให้ขึ้นชั้น Business ก็ไม่ไหวเหมือนกัน)
นี่คือวิธีการเลือกสายการบินของเรานะคะ แต่ถ้าใครถนัดฝั่งไหน หรือบังเอิญเจอตั๋วโปรอะไรที่น่าสนใจลองดูได้เลยค่ะ แต่ถ้าไป via ที่อเมริกาต้องมีวีซ่าเข้าอเมริกาด้วยนะคะ หรือถ้าไปจากยุโรปประเทศใดๆ ลองเช็คให้ดีว่าต้องการวีซ่าหรือเปล่า สำหรับตุรกี คนไทยฟรีวีซ่าอยู่แล้ว เราจึงไม่มีอะไรให้กังวลค่ะ
กลับมาที่การไปปานามาต่อ...
มาดูเกี่ยวกับการเตรียมตัวก่อนไปปานามาในแง่เอกสารกันบ้างนะคะ
1. ปานามาให้ฟรีวีซ่ากับคนไทย
เราสามารถอยู่ได้สูงสุดที่ 180 วันค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะปล่อยจอยถึงเวลากำเงินจ่ายตั๋วเครื่องบิน ติดพาสปอร์ตไปแล้วบินได้โลดแบบนั้นนะคะ นอกจากพาสปอร์ตแล้ว ยังต้องมีสมุดเล่มเหลืองเพื่อยืนยันว่าได้ทำการฉีดวัคซีนไข้เหลืองเรียบร้อยค่ะ
2. วัคซีนไข้เหลือง
ไข้เหลือง เป็นโรคประจำถิ่นของอเมริกาใต้และแอฟริกาค่ะ เข็มเดียวได้ตลอดชีวิต ตอนที่เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนเราฉีดมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่สมุดเล่มเหลืองที่เป็นหลักฐานไปไหนแล้วไม่รู้ เลยไปฉีดใหม่ค่ะ มีทั้งหน่วยงานรัฐและโรงพยาบาลเอกชนรับฉีด ราคาก็แตกต่างกันไปค่ะ แล้วแต่ความสะดวกเลย สำหรับอาการหลังฉีด...สำหรับเรา เฉยมากค่ะ อาจเพราะเคยฉีดมาแล้วก็ได้ ส่วนพี่สาวก็เฉยๆ เช่นกัน แต่คนนี้ว่าไม่ได้ วัคซีนเต็มตัว เคยชินมาก แต่เราคิดว่าใครที่เคยเจอวัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือโควิดมาน่าจะเกิดผลข้างเคียงไม่มากนะคะ
แต่หน้างานเอาเข้าจริงก็ไม่มีใครมาสนใจเจ้าสมุดเล่มเหลืองนี่สักคน แต่ในเมื่อเขามีกฏเกณฑ์แบบนี้ ว่าไงว่าตามกันค่ะ
3. คำถามที่เจอตอนอยู่เคาท์เตอร์เช็คอิน
ตอนที่เราอยู่หน้าเคาท์เตอร์เช็กอินที่สุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่สายการบินมีคำถาม pre-screen ด้วยค่ะ เช่น ไปปานามากี่วัน มีแผนการเที่ยวไหม และติดเงินสด Dollar ไปเท่าไหร่
ตอนแรกเราก็เฉยๆ นะ แต่พอตอนที่อยู่ Istanbul Airport ก็มี Pre-screen ประเภทนี้อยู่ด้วย มีผู้โดยสารเข้าคิวเป็นแถวเรียงยาวจนน่าตกใจ ตอนแรกเราเข้าใจว่าคงต้องไปเข้าแถวเพื่อสกรีนกับเขา แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่เห็นพาสปอร์ตจากประเทศไทยและรู้ว่าเป็นฟรีวีซ่า จึงเช็คแค่ตั๋วเครื่องบินกลับเท่านั้น แล้วก็ปล่อยเข้าไปนั่งรอแบบชิลล์ๆ เราเลยเดาเอาเองว่าผู้คนที่ต่อคิวเหล่านั้นอาจเป็นคนที่ไม่มีวีซ่า หรืออาจเป็นคนที่มีโอกาสเป็นผู้อพยพหรือเปล่า
แต่ก็แค่ตั้งข้อสังเกต ไม่มีคำตอบให้ค่ะ
4. ข้อกำหนดการพกเงินสดเข้าปานามา
เมื่อไปถึง ดูเหมือนสิ่งที่ทางประเทศปานามาวิ่งป้ายแดงที่สุดก็คือ การพกเงินสดเกิน 10,000 ดอลล่าร์ค่ะ อื่นใดไม่ถาม แต่มีเจ้าสิ่งนี้แหละที่ขึ้นเป็นอักษรวิ่งตัวแดงเลย
รอเครื่องที่สนามบินอิสตันบูลค่ะ
หลังจากบินอีกระลอก ก็ไปถึงที่ปานามา ซึ่งนับว่าเป็นคืนข้ามปีที่ยาวนานที่สุดของเรา จากบินวันที่ 31 ธันวาคม 2024 เราไปถึงตอนสองทุ่มของ 1 มกราคม 2025 แต่ในความเป็นจริง เราใช้เวลา 33 ชั่วโมงของวันปีใหม่เพราะบินทวนเข็ม
ปานามาช้ากว่าประเทศไทย 12 ชั่วโมงค่ะ ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าวันนี้ประเทศไทยคือ วันที่ 2 มกราคม 2025 เวลา 8 โมงเช้า ที่ปานามาคือ วันที่ 1 มกราคม 2025 เวลาสองทุ่มค่ะ
เมื่อมาถึง ตม.ค่อนข้างช้านะคะ เขาดูไม่รีบ ดูชิลล์มาก แถวยาวเป็นหางว่าวก็ไม่ใส่ใจอะไรทั้งสิ้น ค่อยๆ เปิดพาสปอร์ตดู แล้วก็ดื่มน้ำไปด้วย จากนั้นค่อยพลิกอีกหน้า ชะเง้อดูคอม แล้วก็จิบน้ำอีกอึกนึง เปิดพาสปอร์ตหน้าถัดไป...
ถ้าเป็นไปได้ ไปให้ได้คิวแรกๆ ค่ะ ไม่งั้นคงออกจากสนามบินได้นานมาก
แต่บ่นแบบนี้อาจไม่ค่อยแฟร์ เพราะคืนที่เราไปถึงคือวันที่ 1 มกราคม คงไม่ค่อยมีใครอยากทำงานในวันนี้สักเท่าไหร่หรอก แต่ที่แอบขำนิดๆ คือ ท่าทางนั่งของเขาดูแบบเกียจคร้านมาก แล้วก็พึมพำออกมาเบาๆ ว่า "ขี้เกียจจัง" พอดี เราเลยแอบพยักหน้าในใจนิดนึง
เท่าที่สังเกต ที่นี่มีแถวนักท่องเที่ยวและแถวของคนที่ได้วีซ่า Residence ค่ะ อาจจะต้องดูป้ายสักหน่อย ตอนแรกเราเห็นต่างชาติไปเข้าคิวตรงกันเยอะเลยไปต่อคิวเขา แล้วแอบถามคนข้างหน้า เขาบอกถ้านักท่องเที่ยวต้องไปเข้าอีกแถว ซึ่งทำให้เราพบว่า แถวนักท่องเที่ยวยังสั้นกว่าแถวคนต่างชาติที่ได้วีซ่านี้เสียอีก
เมื่อเราออกมาข้างนอกก็เป็นเวลาเกือบสองทุ่มกว่าแล้ว (เวลาตามตารางการบินคือมาถึงสองทุ่ม แต่เครื่องแลนด์ก่อน) เมื่อดู Uber ราคาสูงมากค่ะ โรงแรมที่เราไปพักอยู่ห่างสนามบินแค่ 7 - 8 กิโลเท่านั้น ราคากดไปที่ 25 ดอลล่าร์ คืนปีใหม่คงมีรถน้อยน่ะค่ะ
(อ้อ สกุลเงินจริงๆ ที่ปานามาใช้เรียกว่า Balboa ค่ะ เขา Pek กับ US Dollar แต่มันจะอยู่ในรูปแบบของเหรียญ แต่เงินที่ใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ก็คือ ดอลลาร์สหรัฐฯ นี่แหละค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบธนบัตร เหรียญ เซนต์ สามารถใช้แทนได้เลย ถ้าเราใช้คำว่าดอลลาร์ๆ ขอให้เข้าใจตรงกันว่าเราหมายถึงดอลล่าร์สหรัฐฯ นะคะ)
Balboa มักจะอยู่ในรูปแบบเหรียญค่ะ เราใช้จนหมดเพราะกลับมาก็เอาไปแลกที่ไหนไม่ได้
ในระหว่างที่ลังเลเพราะมันก็มืดแล้ว ทางที่ดีที่สุดคือแบบนี้ เห็นพี่สาวคนหนึ่งที่กำลังกวาดพื้นอยู่ตรงสนามบินส่วนที่นั่งรอ เลยแถ่ดๆ เข้าไปถามเขาว่าสถานที่รับส่ง Uber คือที่ไหน แล้วยื่นโทรศัพท์ให้พี่สาวดู พอพี่สาวเห็นชื่อสถานที่ พี่สาวบอกเลยว่า ไม่ต้องไปหรอก Uber ให้ไป Metro ดีที่สุด ถูกด้วย จากนั้นก็บอกว่าเดินไปประตูตรงหน้าเนี่ย มีรถบัส รถคันนั้นจะพาไปส่งที่สถานี
(มีต่อค่ะ)