เมื่อตัวเลข "ส่งสัญญาณเตือน" !! ลงทุนอย่างไรไม่ให้โดนหลอกในตลาดที่ (ดูเหมือน) บ้าคลั่ง???



หลายคนเชื่อว่าการลงทุนคือการนั่งดู "หน้าจอ" ดูว่าหุ้นขึ้นหรือลงกี่บาท แต่เชื่อมั้ยว่านั่นคือการมองแค่ "ปลายเหตุ" เหมือนเราเห็นฝนตกแล้วบอกว่าฟ้ามืด แต่คนที่เป็น "ตัวจริง" เขาจะมองไปที่ "เหตุปัจจัย" หรือลมฟ้าอากาศที่ทำให้เกิดฝนก่อนที่หยดน้ำจะโดนตัวเราเสียอีก
วันนี้เราจะมาแกะรอยกันว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ "สูตรคณิตศาสตร์" ที่เคยแม่นยำเริ่มเพี้ยนไป... นั่นแหละคือเวลาที่ "ของจริง" กำลังจะปรากฏ

เมื่อ "คู่หู" กลายเป็น "คู่กัด" (ความสัมพันธ์ที่แตกหัก)
ปกติในโลกการเงินจะมี "คู่หู" ที่มักจะเดินสวนทางกันเสมอ เหมือนไม้กระดก เช่น ถ้าดอลลาร์แพง ทองคำมักจะถูก หรือ ถ้าดอกเบี้ยขึ้น หุ้นมักจะลง
แต่ถ้าวันหนึ่งคุณเห็นทั้ง ทองคำขึ้น ดอลลาร์ขึ้น และหุ้นก็ขึ้นพร้อมกันหมด!
1. คณิตศาสตร์กำลังบอกเราว่า ​สูตรหาความสัมพันธ์ (Correlation) ที่เคยติดลบกลับกลายเป็นบวก
2. ความเป็นจริงคือ ​ตลาดไม่ได้วิ่งตามกลไกปกติแล้ว แต่มันกำลังถูก "ฉีดเงิน" หรือมีการแทรกแซงจากขาใหญ่ระดับโลก จนระเบียบเดิมพังทลายลง นี่คือสัญญาณว่า "พายุใหญ่กำลังมา"

เหตุการณ์ "หนึ่งในล้าน" ที่เกิดขึ้นทุกวัน (กับดักระฆังคว่ำ)
นักลงทุนทั่วไปชอบคิดว่าราคาหุ้นจะแกว่งตัวอยู่ในขอบเขตที่คาดเดาได้ (เหมือนกราฟระฆังคว่ำที่ส่วนใหญ่อยู่ตรงกลาง) แต่ในโลกของการปั่นเก็งกำไรหรือวิกฤตเศรษฐกิจ มันจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า "หางอ้วน" (Fat Tails)
1. คณิตศาสตร์กำลังบอกเราว่า ​โอกาสเกิดเหตุการณ์นี้มีแค่ 0.01% ตามสถิติ แต่ทำไมมันเกิดบ่อยจัง?
2. ความเป็นจริงคือ ​มี "มือที่มองไม่เห็น" หรือกองทุนยักษ์ใหญ่กำลังบีบตลาด (Squeeze) เพื่อไล่ล่าคนที่ลงพนันฝั่งตรงข้ามให้จนมุม ตัวเลขสถิติเดิมๆ จึงใช้ไม่ได้ เพราะมีคนตั้งใจ "เปลี่ยนกติกา" ระหว่างเกม

"ค่าประกัน" ที่แพงผิดปกติ (ความกลัวที่ซ่อนในเงามืด)
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมราคาหุ้นยังนิ่งอยู่แท้ๆ แต่ทำไม "ค่าธรรมเนียมประกันความเสี่ยง" (Options) ถึงพุ่งกระฉูด?
1. คณิตศาสตร์กำลังบอกเราว่า ​ค่าความกลัว (Volatility Skew) มันพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ
2. ความเป็นจริงคือ ​พวก "วงใน" หรือสถาบันการเงินใหญ่ๆ เขารู้อะไรบางอย่างที่ข่าวนสพ. ยังไม่ลง พวกเขาเลยยอมจ่ายเงินแพงๆ เพื่อซื้อประกันเอาไว้ก่อน ถ้าคุณเห็นตัวเลขนี้เพี้ยนไป ให้รู้ไว้เลยว่า "กลิ่นตุๆ" กำลังจะตามมา

บทสรุป
คณิตศาสตร์ไม่เคยโกหก แต่คนใช้มักจะหลอกตัวเอง ในวันที่กราฟในหน้าจอเริ่มย้อนศร หรือสูตรที่เคยใช้ทำเงินเริ่มขาดทุนซ้ำซาก นั่นไม่ใช่เพราะคณิตศาสตร์ผิด แต่มันคือ "สัญญาณเตือนภัย" ว่า
1. กลไกปกติพังแล้ว มีอิทธิพลระดับมหภาค (เช่น สงคราม หรือ นโยบายลับ) เข้ามาแทรกแซง
2. มีการย้ายฐานเงินทุน เงินกำลังหนีจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งอย่างรุนแรง (Capital Flight)

จำไว้ว่า "คนทั่วไปดูราคา แต่คนฉลาดดูแรงขับเคลื่อน"

ตลาดจ่ายเงินให้กับคนที่ "คิด" ไม่ใช่คนที่ "เพ้อฝัน" ในสภาวะที่ทุกอย่างสับสน ความรู้อาจจะทำให้คุณไม่ขาดทุน แต่ "ไหวพริบในการอ่านอิทธิพลเบื้องหลัง" จะทำให้คุณเป็นผู้ชนะที่แท้จริง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่