ช่วงนี้มีข่าวว่า กรมอนามัยร่วมกับแบรนด์เครื่องดื่มใหญ่ ๆ ปรับสูตรใหม่
จากเดิมที่เรียกว่า “หวานปกติ”
ต่อไปจะเท่ากับ “หวาน 50%”
หลายคนอ่านแล้วรู้สึกว่า
โอเค แบบนี้ดื่มได้สบายใจขึ้นไหม?
ในฐานะหมอ ผมมองว่านี่เป็นข่าวดีนะ
แต่ก็อยากบอกว่า อย่าเพิ่งรีบดีใจเกินไป
ลองมาดูทีละข้อครับ
1. ลดครึ่งหนึ่ง มันดีขึ้นจริงไหม?
ดีขึ้นแน่นอนครับ
หลายเมนูในท้องตลาดมีน้ำตาลระดับ “หลายช้อนชา” ต่อแก้ว (ขึ้นกับเมนูและขนาดแก้ว)
ถ้าลดลงครึ่งหนึ่ง ปริมาณน้ำตาลและพลังงานก็ลดลงจริง
ระดับน้ำตาลหลังดื่มก็มีแนวโน้มพุ่งน้อยลง
เพราะสุดท้ายร่างกายสนใจ “ปริมาณน้ำตาลจริง ๆ”
ไม่ใช่คำว่า 50% หรือ 100%
ในภาพรวมระดับประเทศ
การค่อย ๆ ลดน้ำตาลแบบนี้
ช่วยลดพลังงานส่วนเกิน และลดปัจจัยเสี่ยงโรคอ้วน–เบาหวานในระยะยาวได้
แต่สำหรับคนที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว
น้ำตาลครึ่งหนึ่ง ก็ยังคือน้ำตาลอยู่ดี
มันดีกว่าเดิม แต่ไม่ได้แปลว่า “ไม่มีผล”
2. หวาน 50% ยังทำให้น้ำตาลขึ้นไหม?
ตอบแบบตรง ๆ เลยนะครับ
ขึ้นครับ
บางแก้วยังมีน้ำตาลประมาณ “หลักสิบกรัม” ต่อแก้ว
ซึ่งเพียงพอจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้
โดยเฉพาะในคนที่มีภาวะดื้ออินซูลิน หรืแเป็นเบาหวาน
ยิ่งดื่มตอนท้องว่าง
หรือดื่มแทนน้ำเปล่า
ระดับน้ำตาลจะขึ้นเร็วกว่าอาหารปกติ
เพราะของเหลวที่มีน้ำตาล
ดูดซึมเร็วมาก ไม่ต้องผ่านกระบวนการเคี้ยวหรือย่อยเหมือนอาหารแข็ง
เพราะฉะนั้น หวาน 50% = พุ่งน้อยลง
แต่ยังพุ่งอยู่
3. แล้วมันช่วยอะไรไหมในภาพรวม?
ช่วยครับ และถือว่าเป็นก้าวที่ดี
แนวคิดแบบนี้คือการ “ปรับพฤติกรรมระดับประชากร”
ถ้าทั้งประเทศลดน้ำตาลลงได้วันละนิด
ผลสะสมในระยะยาวมีความหมายมาก
โรคอย่างเบาหวานไม่ได้เกิดจากแก้วเดียว
แต่มาจากการสะสมทุกวัน
ถ้าลดความหวานลงได้โดยที่คนไม่รู้สึกว่าถูกบังคับ
โอกาสสำเร็จจะสูงกว่าการบอกให้เลิกทันที
ในมุมนี้ ถือว่าเป็นข่าวดีครับ
4. สิ่งที่ผมห่วงมากกว่า
ผมห่วง “ความเข้าใจผิด”
คำว่า “หวานปกติ = 50%”
อาจทำให้บางคนคิดว่า
งั้นดื่มได้เหมือนเดิมสิ มันลดแล้วนี่
แต่ถ้าความถี่เท่าเดิม
หรือสั่งแก้วใหญ่ขึ้น
ปริมาณน้ำตาลรวมทั้งวันอาจไม่ต่างจากเดิมเลย
ร่างกายไม่รู้ว่าเราตั้งใจดี
มันรู้แค่ว่าได้รับน้ำตาลไปกี่กรัม
สำหรับคนเป็นเบาหวาน
สิ่งที่สำคัญกว่าระดับความหวาน
คือ “ความถี่” และ “ปริมาณรวมทั้งวัน”
5. ถ้าเป็นเบาหวาน ควรทำยังไงดี?
พูดตรง ๆ คือ ถ้ายังคุมระดับน้ำตาลยังไม่ดี
เลือก 0% จะปลอดภัยกว่า
ถ้าเลือก 50%
• ให้มองว่าเป็น “ของหวาน” ไม่ใช่น้ำดื่มประจำวัน
• อย่าดื่มตอนท้องว่าง
• อย่าดื่มทุกวัน
• อ่านฉลากว่าในแก้วนั้นมีน้ำตาลกี่กรัมจริง ๆ
และเป้าหมายระยะยาว
ไม่ใช่แค่ลดจาก 100 เหลือ 50
แต่ค่อย ๆ ฝึกลิ้นให้ชิน และตัดหวาน
เพราะยิ่งเราชินหวานมาก
ความอยากก็จะตามมาเอง
สรุปสั้นๆนะ หวาน 50% ดีกว่าเดิมไหม?
ดีกว่าแน่นอน
พอไหมสำหรับคนเป็นเบาหวาน?
ส่วนใหญ่ยังไม่พอ
แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีครับ
แต่การดูแลเบาหวานยังต้องมองทั้งภาพรวม
อาหาร การนอน การขยับร่างกาย และพฤติกรรมระยะยาว
สุดท้ายแล้ว
น้ำเปล่า ยังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยที่สุดเสมอครับ
ใครที่คุมน้ำตาลยาก มีโรคไต หรือโรคร่วมอื่น ๆ ควรปรึกษาแพทย์ประจำก่อนปรับพฤติกรรมการดื่มหวานนะครับ
Cr. FB หมอเจด
หวาน 50% ดีจริงไหม? เบาหวานกินแบบนี้ได้หรือเปล่า