บาร์โค๊ต บัตรเลือกตั้ง ...มะโนอีกเช่นเคย

จขกท. ไม่ใช่นักกฎหมายนะ  เเค่มะโนนะ  (ไม่ได้ฟัง กกต.แถลงจนจบด้วย เเค่ดูจากข่าวมา)

โจทย์ฟ้อง
- บาร์โค๊ต จับคู่ เลขที่บัตร = จริง  
- ผิดรธน. = จริง
- ตอนนับบัตรโชว์บาร์โค๊ต + QR โค๊ต = สแกนเเล้วเห็นเลข
- บัตรเขียว  QR code เป็นรหัสไม่ตรงกับต้นขั้ว ทางซอฟเเวร์อาจจะมีโค๊ตจับคู่ต้นขั้ว

อีกฝ่ายโต้
- มาตรการควบคุมบัตร  เช่น ควบคุมจำนวนบัตร  บัตรเขย่ง บัตรปลอม ตรวจการเบิกจ่ายบัตร
- หีบเก็บเเยก ไม่มีใครไปเอาบัตรออกมาดูได้ ถ้าไม่ทำตามระเบียบ
- ขั้วบัตรเก็บเเยก ไม่มีใครสามารถดูได้  นอกจากวันลงคะเเนน+เช็คบัตรเพื่อรับรองผลการเลือกตั้ง (บุคคลภายนอกไม่สามารถดูได้)  
    (ข้อนี้จะเหมือน จนท.ทะเบียนราษฎรของอำเภอ ที่ไม่สามารถเอาข้อมูลประชาชนเผยเเพร่ได้)
- ไม่มีเจตนาละเมิด + ไม่มีหนังสือ/มีหนังสือระบุเป้าประสงค์ วัตถุประสงค์เพื่อการใดๆ (ไม่รู้เนื้อหา) ..เพื่อใช้ตอบโต้ในศาล
คือ ไม่ได้ฟังแถลงมานะ เเค่มโนไปเอง!!!!



เเต่สิ่งที่ กกต.จะแก้ต่าง+โต้(เพิ่ม)
1. คนทั่วไปไม่มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล จึงยังไม่เกิดการละเมิดความลับ (จนท. เก็บรักษาความลับไว้อยู่เเล้ว )
2. ไม่มีการใช้ระบบโดยเปิดเผย + โชว์ firmware ที่ไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงข้อมูลที่อยู่ในต้นขั้วได้โดยเปิดเผยความลับ
    ( ต้นขั้วถูกเก็บไว้ในที่ปลอดภัย ไม่มีใครเข้าถึง)

3. ตัวบัตรเป็นเพียงโครงสร้างการควบคุม ไม่ใช่ระบบการติดตามคน
4.มีหลักฐานไหม?  ว่าใครเอาภาพบาร์โค๊ตที่ชาวบ้านถ่ายเเล้วไปจับคู่กับต้นขั้ว  
      - กรณีนี้ คนเเจ้งความ-ก็จะโต้ว่าไม่เชื่อมันใน จนท.+กรรมการ เนื่องจาก กรรมการถูกเเต่งตั้งจากสว. สีน้ำเงิน ซึ่งไม่มีความเป็นกลาง 55555+  
                  คนเเจ้งความ-ขั้วบัตรสื่อให้เป็นการไม่เป็นความลับตาม รธน.

5. ไม่มีฐานข้อมูลเลขบัตร ผูกกับชื่อ  ทั้งทางกระดาษ+ระบบคอม
  - เพราะตอนลงทะเบียน ลงชื่อในกระดาษรายชื่อแบบทะเบียนราษฎร(กกต. เก็บ) / ต้นขั้วที่มีชื่อก็เก็บแยก(กกต.เก็บ) / บัตรก็เก็บลงหีบปิดผนึกอย่างดี (กกต.เก็บหีบ)

6. โชว์บัตร มีวัตถุระสงค์ให้เห็นการกาอย่างเดียว = ไม่ใช่การให้เห็นบาร์โค๊ตด้านล่าง : ที่ชาวบ้านถ่ายรูป
   - กกต. อ้างได้อยู่เเล้ว
  

อีกอย่าง ศาลมักมองคดีที่มันเกิดสำเร็จเเล้ว
  - คดีเปิดเผยบาร์โค๊ตที่ชาวบ้านถ่ายรูปเเล้วสแกนเป็นตัวเลขได้ = สื่อยังไม่ถึงตั้วขั้ว/ไม่สามารถเห็นชื่อได้ .....คือ ยังไม่เกิดความเสียหาย + ไม่มีผลกระทบกับคะเเนน + ยังไม่มีชาวบ้านคนไหนร้องว่ามีคนรู้ชื่อ-สกุล + รู้ช่องที่กาลงคะเเนน  
= ความผิด ส่วนนี้ยังไม่สำเร็จ

.............................
ประเด็นบัตรผิด
ผิดเชิงออกแบบ ≠ ผิดตามกฎหมายทันที (ถ้ายังไม่มีหลักฐานว่ามีการรู้ได้ว่าใครลงคะแนนอะไรจริง....ก็ยังไม่ครบองค์ประกอบการละเมิด/ผิด)
ซึ่ง จะล้มผลเลือกตั้งได้ ต้องพิสูจน์
1. ระบบนี้ทำให้ความลับเสียหายจริง    : แบบถือเเค่บัตรลงคะเเนนเเล้วไปบอกว่าขัดกับละเมิดความลับ ทางรธน. คือ ตีตก เพราะแก้ต่างได้
2. มีผลต่อความสุจริตเที่ยงธรรม          : ที่เป็นข้ออ้าง/พูดๆมานั่นแหละ
3. กระทบผลคะแนน/ตัวประชาชน        : (ก็ยังไม่เกิดนี่เน๊อะ)
......................
สรุป
1. พิสูจน์ว่าไม่เคยมีการจับคู่เกิดขึ้น : ยังไม่เกิดความเสียหาย ....ข้อโต้เเย้งของกกต.  ในด้านมาตรการควบคุมบัตร = น่าเชื่อถือได้ 99.99%
2. แสดงมาตรการป้องกัน               : ซีลหีบ(เเต่ก็ถ่ายภาพเเล้ว) + มีผู้สังเกตุการณ์ + ไม่มีใครถือ 2 ส่วนพร้อมกัน (ต้นขั้วเก็บไว้ดี) = น่าเชื่อถือ
3. อยู่ที่ฝ่ายโจทย์จะพิสูจน์ได้เเค่ไหนว่าเกิดความเสียหาย / ใครลงคะเเนนอะไรได้จริง
   (เพราะต้นขั้วอยู่กับ จนท. = จนท.ต้องปฏิบัติในการรักษาความลับ) ซึ่งไม่ขัดกับหลัก รธน.
    (เเต่ความไม่น่าไว้ใจ  = ทำให้เกิดความเคลือบคลางเเคลงใจ - กกต - สว. -นักการเมือง ทุจริตในที่ลับๆ)
4. มีหลักฐานไหมว่า "ใครเอาบาร์โค๊ด/เลขไปจับคู่กับต้นขั้ว + ใครเปิดหีบเเล้วเอาไปจับคู่กับต้นขั้ว" !!!!!  
    "หาได้เปล่า???"

ปล. จะด่าผมไหม?เนี่ย = ที่คิดแบบนี้ เเต่แนวทางมักจะมาเเนวๆนี้ ศาลก็คนใน+เจ้าหน้าที่ก็คนใน มักจะไม่ผิดเสมอ!!!  
      > ฝ่ายโจทย์ที่เเจ้งความจะโวยวายว่า "มันพวกเดียวกัน" "การตัดสินไม่สมเหตุสมผลเลย" "ศาลเอียง"
      > เกิดความไม่เข้าใจ เเล้วก็ปลุก พลัง FC ต่อ........
      >
      อีกอย่าง อาจจะมีคนที่คิดต่างมากกว่านี้  ทางบวก/ทางลบ
                   บางทีผมอาจจะมองเเค่มุมเดียว  !!!!! / ความเป็นไปได้ทางอื่นๆ มีอีกเยอะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่