“เท้ง” คาด ข้อมูลผู้ใช้สิทธิ์ รั่วสู่สาธารณชนแล้ว เร่ง “กกต.” ทำลายบัตรเลือกตั้ง
.
.
“เท้ง” คาด ข้อมูลผู้ใช้สิทธิ์-ลำดับรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์รั่วสู่สาธารณชนแล้ว เผย หากมีต้นขั้ว-บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งฉบับเดียวกันหลุดออกมาแค่เคสเดียว จะพิสูจน์ได้ว่ากระบวนการการเลือกตั้งนี้ไม่โดยตรงและไม่ลับ จี้ “กกต.” ทำลายบัตร-จัดเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุด อย่าประวิงเวลารอศาลสั่ง
.
เมื่อวันที่15 ก.พ. 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่าเมื่อวานนี้(14ก.พ.) มี White Hacker หรือ แฮกเกอร์สายขาว ออกมาระบุช่องโหว่ในระบบของหน่วยงานภาครัฐ โดยมีวัตถุประสงค์ให้หน่วยงานภาครัฐเร่งอุดช่องโหว่ ซึ่งเมื่อคืนก็ทราบว่าดำเนินการเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นคาดว่ามีข้อมูลของผู้ใช้สิทธิ์รวมถึงลำดับบัญชีรายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งในแต่ละหน่วย ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถประกอบกันเพื่อระบุว่าประชาชนแต่ละคนไปลงคะแนนอย่างไร ได้รั่วไหลออกไปยังสาธารณะหรือบุคคลที่ไม่หวังดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกส่วนคือบัตรลงเสียงเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดอยู่ด้านล่าง มีข้อมูลส่วนหนึ่งถูกเผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์อยู่แล้วเพราะเมื่อมีผู้ไปสังเกตการณ์เลือกตั้งถ่ายภาพตอน กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)ชูบัตรขึ้นมาจะเห็นทั้งบาร์โค้ดและเห็นว่าบัตรเลือกตั้งใบนั้นเลือกใคร
.
“หากมีภาพต้นขั้วที่ใส่ลำดับพร้อมกับเลขบัตรที่อ้างอิงกับบาร์โค้ด ในหน่วยที่มีการสังเกตการณ์และภาพบัตรเลือกตั้งไว้พอดี ทำให้มีข้อมูลทั้ง 3 ส่วนประกอบกันได้เพียงแค่หนึ่งเคส ที่สามารถระบุได้ว่าประชาชนคนนั้นลงคะแนนเสียงให้ใคร จะสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่ากระบวนการที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) อ้างว่าถึงแม้บาร์โค้ดจะอ้างอิงกลับไปได้ถึงต้นขั้วจริงแต่ทั้งหมดเป็นกระบวนการโดยตรงและลับนั้น ไม่เป็นความจริงเพราะกระบวนการที่เกิดขึ้นตลอดทั้งการเลือกตั้งมีหลายบุคคลที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกปน. สื่อมวลชน และประชาชนที่ไปสังเกตการณ์ สิ่งที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้คือข้อมูล2/3ส่วน เผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว หากเจอแค่เคสเดียวก็พิสูจน์ได้แล้วว่ากระบวนการนี้ไม่โดยตรงและไม่ลับ“ นายณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามว่าถ้าเป็นเช่นนั้นจริงจะมองว่าเป็นการทุจริตการเลือกตั้งได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า โดยกระบวนการทางอาญาต้องพิจารณาถึงเจตนาภายในของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่สิ่งที่พิสูจน์ได้แล้วตอนนี้คือเป็นความผิดพลาด ไม่ว่าจะเกิดจากการประมาท หรือตั้งใจที่จะออกแบบระบบการเลือกตั้งเพื่อให้ย้อนกลับไปได้ว่าประชาชนออกเสียงอย่างไร ก็เป็นความผิดพลาดที่ไม่ควรเกิดขึ้น ซึ่งข้ออ้างของกกต.ที่ระบุว่าต้องการออกแบบระบบให้มีความปลอดภัยในการสอบได้ว่าไม่มีบัตรปลอมไม่มีบัตรผี การใส่บาร์โค้ดให้ระบุแค่เลขเล่มเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่บาร์โค้ดที่ระบุแต่ละใบได้
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรคประชาชนได้ดำเนินการไปหมดแล้วทั้งยื่นร้องต่อผู้ตรวจการ ในคดีอาญาตามมาตรา 157 และมาตรา 172 แต่ในส่วนของการร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลปกครองกลางทราบว่ามีอีกหลายคนไปร้องเรียนแล้วคงไม่ได้ไปรองรับในส่วนนั้น
.
เมื่อถามว่ามีอะไรฝากไปถึงกกต. หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยากให้กกต. ออกมายอมรับในข้อผิดพลาด สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือการเร่งรีบดำเนินการแก้ไขไม่ต้องไปประวิงเวลารอจนศาลมีคำสั่ง เพราะคงต้องใช้เวลาอีกนาน และยิ่งทิ้งเวลาไว้ระบบยิ่งมีความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น เช่นอาจจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สามารถเข้าถึงหีบเลือกตั้งไปดึงข้อมูลในส่วนนั้นออกมา ถ้ากกต.ดำเนินการเองได้ในส่วนนี้คือการเร่งสั่งให้มีการทำลายบัตรโดยเร็วที่สุดและจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วที่สุดน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องและควรดำเนินการทันที
.
.
วิโรจน์ ซัด กกต.ชี้แจงมักง่าย ผลักความรับผิด น่าเศร้า มีหน้าที่จัดเลือกตั้งให้สุจริต กลับละเมิดรธน.
.
วิโรจน์ ซัด กกต.ชี้แจงมักง่าย ผลักความรับผิด น่าเศร้า มีหน้าที่จัดเลือกตั้งให้สุจริต กลับละเมิดรธน.
.
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเพจ “Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ระบุว่า
.
ผมคิดว่า กกต. ชี้แจงได้อย่างมักง่ายมากๆ และสะท้อนว่า กกต. ไม่มีสำนึกในความรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง ในฐานะเป็นผู้ที่ออกแบบระบบ และกำกับดูแลการเลือกตั้งเลย
.
การบอกว่า ถ้ามีคนไปสืบรู้ แล้วไปรู้ว่าประชาชนคนใดเลือกอะไร คนที่ไปสืบรู้ก็จะมีความผิด ข้ออ้างนี้ ไม่เท่ากับคำว่า “ลับ” นะครับ เป็นข้ออ้างที่ผลักความรับผิด ให้เป็นความรับผิดส่วนบุคคลของผู้กระทำความผิด แต่ไม่พูดถึงความรับผิดในฐานะที่ตนเป็นผู้ออกแบบระบบเลย
.
คำว่า “ลับ” ต้องเป็นระบบที่ลับ ที่ไม่ว่าจะมีใครอยากรู้สักแค่ไหน ก็จะต้องไม่มีเทคนิคอะไรที่จะทำให้สืบรู้ได้ว่าประชาชนคนไหนเลือกอะไร
.
น่าเศร้าใจมากนะครับ ที่ กกต. ที่มีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งให้สุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม กับละเมิดรัฐธรรมนูญ และลดทอนการปกป้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในการเลือกตั้งของประชาชนเสียเอง
.
.
.
ผู้เชี่ยวชาญซอฟต์แวร์ ซัดหน่วยงานรัฐไม่อุดช่องโหว่ ทำข้อมูลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหลุด
.
ผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนและซอฟต์แวร์ ซัดหน่วยงานรัฐไม่อุดช่องโหว่ ทำข้อมูลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหลุดในเว็บขายข้อมูล-ตรวจสอบไปถึงตัวตนผู้ใช้สิทธิ์ได้
หลังมีการเปิดเผยข้อมูลว่าเว็บไซต์ที่ใช้ตรวจสอบข้อมูลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ไม่มีมาตรการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นเหตุให้ข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหลนั้น ทีมข่าวพีพีทีวี คุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนและซอฟต์แวร์ ได้รับการยืนยันว่าข้อมูลที่รั่วไหล สามารถเชื่อมโยงไปถึงบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สามารถตรวจสอบไปถึงตัวตนผู้ใช้สิทธิ์ได้ พร้อมตั้งคำถามว่าหน่วยงานที่ดูแลข้อมูลส่วนบุคคลสามารถปิดช่องโหว่ได้ แต่เหตุใดถึงไม่ปิดตั้งแต่แรก
โดยนายธนรัตน์ เกื้อวัฒนาพันธุ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนและซอฟต์แวร์ กล่าวถึงปัญหาข้อมูลส่วนบุคคลหลุด ว่าความหละหลวมดังกล่าว เริ่มจากระบบตรวจสอบสิทธิ์ออนไลน์ ที่ให้ประชาชนเข้าไปเช็คสิทธิ์การเลือกตั้ง แม้จะดูเหมือนเป็นเว็บไซต์ ของ กกต. แต่ข้อมูลอยู่ภายใต้โดเมนของกรมการปกครอง ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลน่าจะเป็นกรมการปกครอง ซึ่งที่ตนกังวลคือ เมื่อวานนี้หลังจากตนโพสต์ข้อมูลเรื่องนี้ไปประมาณ 1 ชั่วโมง ทางหน่วยงานรับทราบแล้วว่ามีช่องโหว่ให้แฮกเกอร์เข้าไปดาวน์โหลดข้อมูลได้ ก็มีการอุดช่องโหว่แล้ว แสดงว่าหน่วยงานปิดได้ ปิดเป็น แต่เหตุใดจึงไม่ปิดตั้งแต่แรก
.
ทั้งนี้ตามกฎหมาย PDPA เมื่อเกิดกรณีลักษณะนี้ขึ้น กรมการปกครองในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่แจ้งไปยังสำนักงานข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมง และแจ้งประชาชนรับทราบว่าเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ ซึ่งขณะนี้ ตนยังเฝ้าติดตามอยู่ว่าจะมีการจัดทำหรือไม่ หากไม่ก็จะทวงถามต่อไป
.
นายธนรัตน์ยืนยันด้วยว่าข้อมูลที่หลุดมา มีความเชื่อมโยงกับเรื่อง คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เพราะต้นขั้วบัตรเลือกตั้งจะมีลำดับที่ของผู้ใช้สิทธิ์ โดยหากเช็คเริ่มจากบาร์โค้ด ไปที่ต้นขั้ว และจากต้นขั้วไปที่ลำดับผู้มีสิทธิ์ ก็จะได้ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ เพราะมีฐานข้อมูลเดิมที่หลุดอยู่แล้วในอินเทอร์เน็ต เพียงแค่เอาเลขบัตรประชาชน 13 หลักไปจับชนกัน ก็จะพบว่าเป็นข้อมูลของใคร และเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นประโยชน์กับใคร นอกจากมิจฉาชีพ
.
“เชื่อมโยงครับ เพราะว่าตัวต้นขั้วของบัตรเลือกตั้งจะมีลำดับที่ ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ของผู้มาใช้สิทธิ์ด้วย เท่ากับว่าจะเริ่มจากบาร์โค้ด บาร์โค้ดก็ไปที่ต้นขั้ว จากต้นขั้วก็ไปที่ลำดับของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง แล้วก็จะได้ข้อมูลทะเบียนราษฎร์ออกมาหมดเลย เพราะว่ามันมีฐานข้อมูลเดิม ที่หลุดอยู่แล้วในอินเทอร์เน็ตเยอะแยะมากมาย ผ่านหลายช่องทาง เช่น สปสช. ผ่านทางบริษัทขนส่งต่างๆ มีหลุดอยู่ก่อนหน้าเยอะมาก เพียงแค่เอาเลขบัตรประชาชน 13 หลัก ไปจับชนกน ก็เจอเลย”
.
ส่วนประชาชนจะสามารถตรวจสอบได้หรือไม่ว่าข้อมูลของตัวเองรั่วไหล เรื่องนี้นายธนรัตน์ยอมรับว่าตนมีความกังวล เนื่องจากไม่มีมีช่องทางให้ตรวจสอบเลย เพราะเว็บไซต์ที่ขายข้อมูล เฉพาะข้อมูลบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง 7 อย่างที่ตนโพสต์ แม้ตอนแรกอาจรู้ข้อมูลแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เมื่อระบบไม่ได้มีการป้องกัน ก็สามารถเช็คข้อมูลที่เหลือได้ และน่าจะมีผู้ได้รับผลกระทบอย่างน้อย 52 ล้านคน
JJNY : “เท้ง”คาด ข้อมูลรั่วแล้ว│วิโรจน์ซัดกกต.ชี้แจงมักง่าย│ซัดหน่วยงานรัฐไม่อุดช่องโหว่│ชี้ 83.99% หนุนทบทวนผลเลือกตั้ง