ตัดใจเรื่องการมีลูกหรือควรสู้ต่อ

เราแต่งงานตอนอายุ 38 ปี สามีอ่อนกว่า 4 ปี ที่แต่งงานช้าเพราะว่าเรากับสามีเจอกันช้า ปีนี้แต่งงานเข้าปีที่ 4 เราอายุ 42
ตัดสินใจเข้ากระบวนการ icsi ตั้งแต่ปีที่แล้ว เนื่องจากว่าส่วนหนึ่ง 50% เราอยากมีลูก  อีกส่วนหนึ่งโดนกดดันจากพ่อสามี
และพ่อแม่ของเราว่าท่านอยากอุ้มหลาน

      ทำ icsi ครั้งแรก ได้ตัวอ่อน 2 ตัว เป็นตัวอ่อนสวย 1 ไม่สวย 1 (โตช้า) ไม่ได้ตรวจโครโมโซม ใส่ไปแล้วติด ระหว่างที่รู้ผลว่าน้องติดแล้ว
โรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่งแจ้งให้ไปฟอลโล่วตรวจคัดกรองปากมดลูก และเราเคยมีประวัติติด hvp 16 ระยะ CIN 2 เคย Leep ปากมดลูกไปแล้วก่อนทำ icsi
ตอนนั้นความเครียดเริ่มมาเยือน ซึ่งปกติการทำ icsi มีความเครียดอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอว่าเซลล์ปากมดลูกผิดปกติอีกเลยเครียดเพิ่มไปอีก
และเข้าไปคุยกับคุณหมอว่าขอให้น้องคลอดก่อนแล้วจะกลับมาทำ Leep ได้ไหม หมอก็บอกว่าน่าจะรอได้ แต่ฟ้าก็ผ่าเรารอบ 2

       พออายุครรภ์ได้ 7 สัปดาห์ น้องไม่โตต่อต้องอมยาขับออก ยุติการตั้งครรภ์ ตอนนั้นยอมรับว่าเสียใจระดับหนึ่ง
แต่ก็ทำใจมาบ้างเนื่องจากอายุเยอะและไม่ได้ตรวจโครโมโซม เลยตัดสินใจกระตุ้นไข่ใหม่ เนื่องจากตัวที่เหลือเกรดไม่สวย
     เริ่มเปิดมาปีใหม่ เราพบว่าไทรอยด์โรคที่เราเคยเป็นมา 2 ครั้ง มันกลับมาเป็นครั้งที่ 3 ในขณะที่เรากำลังเริ่มกระตุ้นไข่ใหม่ เลยวางแผนกับคุณหมอไทรอยด์ว่า หากจะฝังตัวอ่อนภายในสิ้นปีนี้เป็นไปได้ไหม หมอแจ้งว่าทำได้ สามารถฝังตัวอ่อนหลังจากกลืนแร่แล้ว 6 เดือน ตอนนี้เริ่มทานยาไทรอยด์ใหม่
เพื่อให้ฮอร์โมนอยู่ในระดับปกติแล้วถึงกลืนแร่ เราไม่รู้ว่ามันใช้เวลานานกี่เดือน แต่หมอบอกว่าเรามาพยายามกัน คิดว่าทำได้

     ระหว่างที่รอกลืนแร่ เราก็รอ Leep ปากมดลูก รอมาแล้ว 3 เดือน ใช้สิทธิประกันสังคม รอคิวค่อนข้างนาน จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ทำ

    เมื่อวานทางโรงพยาบาลที่เราทำ icsi โทรมาแจ้งว่าได้ตัวอ่อนแค่ 2 ตัว และยังไม่ทราบผลตรวจโครโมโซม (ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน) ยิ่งอายุเยอะ
จะหาตัวอ่อนที่โครโมโซมปกติยิ่งยาก มันยิ่งทำให้เราท้อและเสียใจ รู้สึกสิ้นหวังแล้วไม่รู้ว่าต่อจากนี้จะเอายังไงต่อดี
     เมื่อคืนคุยกับสามีว่าเราอยากกระตุ้นต่ออีกครั้ง ขอเป็นครั้งสุดท้าย สามีเริ่มบ่นว่าเราไม่ได้เป็นคนที่มีฐานะอะไรมากขนาดนั้น ถ้าเราล้มไม่มีคนซัพพอร์ทเรานะ เราตีความได้ว่าสามีไม่อยากให้ทำแล้ว เลยทะเลาะกันค่อนข้างหนัก ส่วนหนึ่งเราน้อยใจ เราพูดกับสามีเราว่า เราใช้ความพยายามมากกว่าเค้าอีก
เราเดินทางเองขับรถจากระยอง (สามีทำงานกรุงเทพ เราทำงานระยอง) เพื่อไปโรงพยาบาลในกรุงเทพ เงินส่วนมากที่ทำเป็นเงินของเรา
เราขอให้เค้าซัพพอร์ทเรานิดหน่อย เพราะเงินเราเริ่มหมดแล้ว เราอดทนทานอาหารเพื่อสุขภาพ ทานอาหารเสริม ฉีดยา เค้าแค่ไปเอาน้ำเชื้อ แทบไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรเลย แล้วยังไม่ช่วยซัพพอร์ทจิตใจเราอีก ขอแค่เค้าสนับสนุนเรา เราก็อยากจะพยายามทำต่อ แต่เหมือนจะไม่ เค้าให้เหตุผลว่าเค้าเป็นห่วง เราป่วยหลายโรค มีปัญหาสุขภาพ ไหนจะเรื่องเดินทาง เค้ากังวลทุกครั้งที่เราต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อขับรถมากรุงเทพให้ทันช่วงเช้าที่หมอนัดทุกครั้ง

      ตอนนี้เราเคยกลับมาคิดว่า หรือเราควรจะถอดใจ และพอแล้วสำหรับความพยายามนี้ เหมือนเราจะพยายามหรืออยากมีอยู่คนเดียว
เราเริ่มเหนื่อยแล้ว หาเงินก็เหนื่อย ไม่มีใครซัพพอร์ทอีก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่