มันเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองครับ... ภาพยังชัดแจ๋วในหัว วันที่ฉันเพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ไฟแรง อยากเริ่มวางแผนชีวิตให้ดูเป็นผู้ใหญ่ที่มั่นคง แล้ว
"พนักงานขายประกัน" ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจและสมุดเล่มบางๆ ที่บอกว่า
"ออมเพื่ออนาคตครับพี่"
ตอนนั้นหรอ? หลงกลสิครับ! พยักหน้าหงึกๆ เชื่อทุกอย่างที่เขาพูดประหนึ่งเขาเป็นญาติผู้ใหญ่ที่หวังดีที่สุดในโลก
จำได้แม่นเลยว่าอิตัวแทนโฆษณาไว้อย่างดิบดีว่า "พี่เชื่อผมนะ ส่งไปเรื่อยๆ พอครบปีที่ 25 ปุ๊บ พี่เตรียมตัวเป็นเศรษฐีย่อมๆ ได้เลย เงินคืนในกระเป๋าพี่ต้องมีอย่างน้อยๆ 5-6 แสนบาทแน่นอน!" ฟังแล้วเป็นไงล่ะ? ตาลุกวาวสิครับ! จินตนาการไปไกลถึงขั้นจะเอาเงินหกแสนไปดาวน์รถ ซื้อทอง หรือไปเที่ยวรอบโลก เซ็นชื่อแกร๊ก! รับกรมธรรม์มาเก็บเข้าลิ้นชักอย่างดี (ดีจนไม่ได้เปิดอ่านเลยสักหน้าเดียว)
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก... รู้ตัวอีกที อีกแค่ 5 ปีสัญญาจะครบ 25 ปีแล้วครับ! ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้รับเงินก้อน "ครึ่งล้าน" ตามที่ฝันไว้ ฉันเลยไปงัดกรมธรรม์ที่ฝุ่นจับหนาเตอะขึ้นมาดู แล้วเปิดเครื่องคิดเลขรอเลย...
พอกดเครื่องคิดเลขเสร็จเท่านั้นแหละ... มือสั่นเลยพี่!
เงินเบี้ยประกันที่จ่ายไปทั้งหมด: ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา รวมๆ แล้วประมาณ 300,000 บาท
ผลประโยชน์ตอบแทนที่คำนวณได้: ปรากฏว่าได้กำไรคืนมาแค่ 10,000 กว่าบาท... ใช่ครับ ฟังไม่ผิด สองทศวรรษกว่าๆ ได้กำไรหมื่นเดียว!
วินาทีนั้นเหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยก จากฝันหวานว่าจะมีเงิน 6 แสนลอยมาหา กลายเป็นกำไรหมื่นเดียวใน 25 ปี? เฉลี่ยแล้วฉันได้ผลตอบแทนปีละ 400 บาท! ซื้อกาแฟแบรนด์ดังได้ไม่กี่แก้วต่อปีด้วยซ้ำ นี่มันไม่ใช่การออมเงินแล้วครับ นี่มันคือการ "เอาเงินไปฝากให้เขารวย" ชัดๆ! ไอ้ที่บอกว่าจะได้ 5-6 แสนนั่นคือ "ตัวเลขสมมติในอากาศ" ส่วนเงินในมือนี่คือ "ความอนาถในชีวิตจริง"
คำปลอบใจสุดคลาสสิกที่ได้รับคืออะไรประทับใจที่สุด? "โถ่พี่... ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา พี่ได้รับความคุ้มครองชีวิตนะ ถ้าพี่เป็นอะไรไป คนข้างหลังสบาย"
แหม่... ขอบคุณมากครับ! นี่ถ้าฉันไม่ยอม "เป็นอะไรไป" เพื่อให้ได้ใช้ความคุ้มครองนั้น เงิน 3 แสนของฉันก็มีค่าเท่ากับเงินทอนในวันนี้หรอเนี่ย? กลายเป็นว่าฉันต้องสู้ชีวิตอย่างหนักเพื่อจ่ายเบี้ยประกัน ให้บริษัทประกันมาดูแล "ความตาย" ของฉัน แต่ชีวิตตอนเป็นๆ ของฉันนี่แทบจะกินแกลบเพราะส่งเบี้ย!
บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า:
อย่าเชื่อใจใครนอกจากเครื่องคิดเลข: พนักงานขายพูดหวานแค่ไหน ตัวเลข 5-6 แสนที่พ่นออกมาถ้าไม่อยู่ในสัญญา มันก็คือ "นิยาย" เรื่องหนึ่ง
กรมธรรม์ไม่ใช่ของขลัง: อย่าเก็บไว้บนหิ้ง เปิดอ่านมันบ้างก่อนจะผ่านไป 20 ปีแล้วมาอุทานว่า "เชี่ย!" แบบฉัน
ความคุ้มครองคือสิ่งที่ดี: แต่ถ้าจ่ายไป 3 แสนแล้วได้คืนมาแบบขยี้ใจขนาดนี้ แนะนำให้เอาเงินไปฝังดินไว้ยังอาจจะเหลือค่ามากกว่า (ล้อเล่นนะครับ!)
ใครที่กำลังจะเซ็นประกัน 25 ปีเพราะหวังเงินก้อนครึ่งล้าน... ฝากดูรีวิวฉันเป็นอุทาหรณ์นะครับ กำไรหมื่นเดียวใน 25 ปี เอาไปซื้อยาดมมาดมแก้เป็นลมตอนเห็นยอดเงินคืน ยังแทบจะไม่พอเลยครับพี่!
รีวิวชีวิต 25 ปี กับบทเรียนราคา 3 แสนที่แลกมาด้วยเงินทอน!
"พนักงานขายประกัน" ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจและสมุดเล่มบางๆ ที่บอกว่า "ออมเพื่ออนาคตครับพี่"
ตอนนั้นหรอ? หลงกลสิครับ! พยักหน้าหงึกๆ เชื่อทุกอย่างที่เขาพูดประหนึ่งเขาเป็นญาติผู้ใหญ่ที่หวังดีที่สุดในโลก จำได้แม่นเลยว่าอิตัวแทนโฆษณาไว้อย่างดิบดีว่า "พี่เชื่อผมนะ ส่งไปเรื่อยๆ พอครบปีที่ 25 ปุ๊บ พี่เตรียมตัวเป็นเศรษฐีย่อมๆ ได้เลย เงินคืนในกระเป๋าพี่ต้องมีอย่างน้อยๆ 5-6 แสนบาทแน่นอน!" ฟังแล้วเป็นไงล่ะ? ตาลุกวาวสิครับ! จินตนาการไปไกลถึงขั้นจะเอาเงินหกแสนไปดาวน์รถ ซื้อทอง หรือไปเที่ยวรอบโลก เซ็นชื่อแกร๊ก! รับกรมธรรม์มาเก็บเข้าลิ้นชักอย่างดี (ดีจนไม่ได้เปิดอ่านเลยสักหน้าเดียว)
เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก... รู้ตัวอีกที อีกแค่ 5 ปีสัญญาจะครบ 25 ปีแล้วครับ! ด้วยความตื่นเต้นที่จะได้รับเงินก้อน "ครึ่งล้าน" ตามที่ฝันไว้ ฉันเลยไปงัดกรมธรรม์ที่ฝุ่นจับหนาเตอะขึ้นมาดู แล้วเปิดเครื่องคิดเลขรอเลย...
พอกดเครื่องคิดเลขเสร็จเท่านั้นแหละ... มือสั่นเลยพี่!
เงินเบี้ยประกันที่จ่ายไปทั้งหมด: ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา รวมๆ แล้วประมาณ 300,000 บาท
ผลประโยชน์ตอบแทนที่คำนวณได้: ปรากฏว่าได้กำไรคืนมาแค่ 10,000 กว่าบาท... ใช่ครับ ฟังไม่ผิด สองทศวรรษกว่าๆ ได้กำไรหมื่นเดียว!
วินาทีนั้นเหมือนโดนตบหน้ากลางสี่แยก จากฝันหวานว่าจะมีเงิน 6 แสนลอยมาหา กลายเป็นกำไรหมื่นเดียวใน 25 ปี? เฉลี่ยแล้วฉันได้ผลตอบแทนปีละ 400 บาท! ซื้อกาแฟแบรนด์ดังได้ไม่กี่แก้วต่อปีด้วยซ้ำ นี่มันไม่ใช่การออมเงินแล้วครับ นี่มันคือการ "เอาเงินไปฝากให้เขารวย" ชัดๆ! ไอ้ที่บอกว่าจะได้ 5-6 แสนนั่นคือ "ตัวเลขสมมติในอากาศ" ส่วนเงินในมือนี่คือ "ความอนาถในชีวิตจริง"
คำปลอบใจสุดคลาสสิกที่ได้รับคืออะไรประทับใจที่สุด? "โถ่พี่... ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา พี่ได้รับความคุ้มครองชีวิตนะ ถ้าพี่เป็นอะไรไป คนข้างหลังสบาย"
แหม่... ขอบคุณมากครับ! นี่ถ้าฉันไม่ยอม "เป็นอะไรไป" เพื่อให้ได้ใช้ความคุ้มครองนั้น เงิน 3 แสนของฉันก็มีค่าเท่ากับเงินทอนในวันนี้หรอเนี่ย? กลายเป็นว่าฉันต้องสู้ชีวิตอย่างหนักเพื่อจ่ายเบี้ยประกัน ให้บริษัทประกันมาดูแล "ความตาย" ของฉัน แต่ชีวิตตอนเป็นๆ ของฉันนี่แทบจะกินแกลบเพราะส่งเบี้ย!
บทเรียนนี้สอนให้รู้ว่า:
อย่าเชื่อใจใครนอกจากเครื่องคิดเลข: พนักงานขายพูดหวานแค่ไหน ตัวเลข 5-6 แสนที่พ่นออกมาถ้าไม่อยู่ในสัญญา มันก็คือ "นิยาย" เรื่องหนึ่ง
กรมธรรม์ไม่ใช่ของขลัง: อย่าเก็บไว้บนหิ้ง เปิดอ่านมันบ้างก่อนจะผ่านไป 20 ปีแล้วมาอุทานว่า "เชี่ย!" แบบฉัน
ความคุ้มครองคือสิ่งที่ดี: แต่ถ้าจ่ายไป 3 แสนแล้วได้คืนมาแบบขยี้ใจขนาดนี้ แนะนำให้เอาเงินไปฝังดินไว้ยังอาจจะเหลือค่ามากกว่า (ล้อเล่นนะครับ!)
ใครที่กำลังจะเซ็นประกัน 25 ปีเพราะหวังเงินก้อนครึ่งล้าน... ฝากดูรีวิวฉันเป็นอุทาหรณ์นะครับ กำไรหมื่นเดียวใน 25 ปี เอาไปซื้อยาดมมาดมแก้เป็นลมตอนเห็นยอดเงินคืน ยังแทบจะไม่พอเลยครับพี่!