กทพ. เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน สรุปผลการศึกษา ทางด่วน“เชื่อมเกาะสมุย”ระยะทาง 37.41 กม. มูลค่าลงทุนกว่า 7.4 หมื่นล้าน ดึงเอกชนร่วมลงทุน PPP ตั้งเป้าตอกเข็มปี’72 เปิดบริการปลายปี’76 คิดค่าผ่านทาง รถ 4 ล้อ 1,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 11 -13 กุมภาพันธ์ 2569 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 สรุปผลการศึกษา งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพื้นที่อำเภอเกาะสมุย
สำหรับงานศึกษาของโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางสู่เกาะสมุย รวมไปถึงเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมและเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง ไปยังเกาะสมุย และส่งเสริมการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยกทพ. ได้จ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ดำเนินการศึกษาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 มีระยะเวลาดำเนินการศึกษา 36 เดือน โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงาน ประกอบด้วย ผลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และการเงิน ผลการสำรวจและออกแบบกรอบรายละเอียด งานศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม งานวิเคราะห์ความเหมาะสมการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการ
โดยแนวเส้นทางโครงการ มีจุดเริ่มต้นบริเวณ กม.14+500 ของทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านพื้นที่ตำบลควนทอง ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และไปสิ้นสุดโครงการโดยเชื่อมต่อกับทางหลวง หมายเลข 4170 ที่ กม.9+000 บริเวณ ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวม 37.41 กม.
ด้านรูปแบบของถนนในโครงการเป็นทางพิเศษขนาด 4 ช่องจราจรระดับดิน มีระยะทางประมาณ 15 กม.บนเขตทางกว้าง 40 เมตร มีรั้วกั้นตลอดแนวเส้นทางโครงการทั้งสองฝั่ง เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทางพิเศษ มีทางบริการทั้ง 2 ด้าน เพื่ออำนวยความสะดวกจะใช้เขตทางรวม 70 เมตร มีทางเข้า-ออก 3 แห่ง
สำหรับโครงสร้างสะพานข้ามทะเล มีระยะทางประมาณ 22 กม.ใช้วิธีก่อสร้างเป็นชิ้นส่วนหล่อสำเร็จให้มากที่สุด เพื่อลดกิจกรรมการก่อสร้างในทะเลให้น้อยที่สุด และจะมีช่วงก่อสร้างสะพานขึง (Cable-stayed Bridge) ที่มีเสาสูงประมาณ 135 เมตร ซึ่งจะมีความสูงของช่องลอดใต้ช่วงกลางไม่น้อยกว่า 50 เมตรจากความสูงระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อให้เรือขนาดใหญ่สามารถลอดผ่านได้อย่างปลอดภัย โดยการออกแบบตามมาตรฐานสากลให้มีเสถียรภาพมากที่สุดภายใต้แรงลมและแรงแผ่นดินไหว
ทั้งนี้โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยไม่มีช่วงเส้นทางที่ตัดผ่านพื้นที่ต้นน้ำลำธาร โดยตลอดเส้นทางตัดผ่าน ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 5 ซึ่งถือว่า เป็นเส้นทางที่ไม่มีผลกระทบต่อสภาพความเป็นต้นน้ำลำธาร ในส่วนของช่วงเส้นทางที่อยู่บนแผ่นดิน นอกจากพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ดูแลรับผิดชอบของทางราชการที่ต้องขอใช้พื้นที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว
ยังมีที่ดินของเอกชนที่ต้องมีการเวนคืนที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ โดยจะมีแปลงที่ดินที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 277 แปลง และมีอาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ในแนวเขตเวนคืน จำนวน 45 หลัง จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 ซึ่งหลักการสำคัญในการทดแทนค่าที่ดินจะอ้างอิงราคาการซื้อขายกันในท้องตลาดและมีกระบวนการและขั้นตอนที่มีให้ความเป็นธรรม
ทั้งนี้โครงการมีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 74,044 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเวนคืน 1,628 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 63,275 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 1,582 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ 7,559 ล้านบาท โดยการลงทุนจะเป็นรูปแบบ PPP
หลังจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 แล้วกทพ. จะมีการจัดทำการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) และจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อพัฒนาโครงการ โดยดำเนินการขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป คาดว่าจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในปี 2572 และเปิดให้บริการปลายปี 2576
โดยอัตราค่าผ่านทาง ณ ปีที่เปิดให้บริการ สำหรับรถ 4 ล้อ อยู่ที่ 1,000 บาท/คัน รถ 6-10 ล้ออยู่ที่ 2,000 บาท/คันและรถมากกว่า 10 ล้อ อยู่ที่ 3,000 บาท/ค้น คาดว่าจะมีปริมาณจราจร
ที่ใช้โครงการ ณ ปีเปิดให้บริการ ที่ 3,049 คัน/วัน...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.prachachat.net/property/news-1963740
กทพ.จ่อผุดทางด่วน“เชื่อมเกาะสมุย”7.4 หมื่นล้าน เคาะเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 11 -13 กุมภาพันธ์ 2569 การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 สรุปผลการศึกษา งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี และพื้นที่อำเภอเกาะสมุย
สำหรับงานศึกษาของโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้ประชาชนผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางสู่เกาะสมุย รวมไปถึงเป็นการเพิ่มศักยภาพด้านการคมนาคมและเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง ไปยังเกาะสมุย และส่งเสริมการท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น โดยกทพ. ได้จ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ดำเนินการศึกษาโครงการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2566 มีระยะเวลาดำเนินการศึกษา 36 เดือน โดยได้ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผนงาน ประกอบด้วย ผลการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และการเงิน ผลการสำรวจและออกแบบกรอบรายละเอียด งานศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม งานวิเคราะห์ความเหมาะสมการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการ
โดยแนวเส้นทางโครงการ มีจุดเริ่มต้นบริเวณ กม.14+500 ของทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านพื้นที่ตำบลควนทอง ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช และไปสิ้นสุดโครงการโดยเชื่อมต่อกับทางหลวง หมายเลข 4170 ที่ กม.9+000 บริเวณ ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวม 37.41 กม.
ด้านรูปแบบของถนนในโครงการเป็นทางพิเศษขนาด 4 ช่องจราจรระดับดิน มีระยะทางประมาณ 15 กม.บนเขตทางกว้าง 40 เมตร มีรั้วกั้นตลอดแนวเส้นทางโครงการทั้งสองฝั่ง เพื่อความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ทางพิเศษ มีทางบริการทั้ง 2 ด้าน เพื่ออำนวยความสะดวกจะใช้เขตทางรวม 70 เมตร มีทางเข้า-ออก 3 แห่ง
สำหรับโครงสร้างสะพานข้ามทะเล มีระยะทางประมาณ 22 กม.ใช้วิธีก่อสร้างเป็นชิ้นส่วนหล่อสำเร็จให้มากที่สุด เพื่อลดกิจกรรมการก่อสร้างในทะเลให้น้อยที่สุด และจะมีช่วงก่อสร้างสะพานขึง (Cable-stayed Bridge) ที่มีเสาสูงประมาณ 135 เมตร ซึ่งจะมีความสูงของช่องลอดใต้ช่วงกลางไม่น้อยกว่า 50 เมตรจากความสูงระดับน้ำทะเลปานกลาง เพื่อให้เรือขนาดใหญ่สามารถลอดผ่านได้อย่างปลอดภัย โดยการออกแบบตามมาตรฐานสากลให้มีเสถียรภาพมากที่สุดภายใต้แรงลมและแรงแผ่นดินไหว
ทั้งนี้โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยไม่มีช่วงเส้นทางที่ตัดผ่านพื้นที่ต้นน้ำลำธาร โดยตลอดเส้นทางตัดผ่าน ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้น 5 ซึ่งถือว่า เป็นเส้นทางที่ไม่มีผลกระทบต่อสภาพความเป็นต้นน้ำลำธาร ในส่วนของช่วงเส้นทางที่อยู่บนแผ่นดิน นอกจากพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ดูแลรับผิดชอบของทางราชการที่ต้องขอใช้พื้นที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องแล้ว
ยังมีที่ดินของเอกชนที่ต้องมีการเวนคืนที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ โดยจะมีแปลงที่ดินที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 277 แปลง และมีอาคารและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ในแนวเขตเวนคืน จำนวน 45 หลัง จะดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนและการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2562 ซึ่งหลักการสำคัญในการทดแทนค่าที่ดินจะอ้างอิงราคาการซื้อขายกันในท้องตลาดและมีกระบวนการและขั้นตอนที่มีให้ความเป็นธรรม
ทั้งนี้โครงการมีมูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 74,044 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเวนคืน 1,628 ล้านบาท ค่าก่อสร้าง 63,275 ล้านบาท ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 1,582 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ 7,559 ล้านบาท โดยการลงทุนจะเป็นรูปแบบ PPP
หลังจากการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 แล้วกทพ. จะมีการจัดทำการทดสอบความสนใจของนักลงทุน (Market Sounding) และจะเข้าสู่ขั้นตอนการดำเนินการเพื่อพัฒนาโครงการ โดยดำเนินการขออนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และขออนุมัติดำเนินโครงการต่อไป คาดว่าจะสามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในปี 2572 และเปิดให้บริการปลายปี 2576
โดยอัตราค่าผ่านทาง ณ ปีที่เปิดให้บริการ สำหรับรถ 4 ล้อ อยู่ที่ 1,000 บาท/คัน รถ 6-10 ล้ออยู่ที่ 2,000 บาท/คันและรถมากกว่า 10 ล้อ อยู่ที่ 3,000 บาท/ค้น คาดว่าจะมีปริมาณจราจร
ที่ใช้โครงการ ณ ปีเปิดให้บริการ ที่ 3,049 คัน/วัน...
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/property/news-1963740