ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์: แผนแม่บท MRT กรุงเทพมหานคร (2537)
พื้นที่ก่อสร้างระบบใต้ดิน 25–87 ตารางกิโลเมตร แผนแม่บทรวม 341 กม. โครงการยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ณ ปี 2569 แต่แสดง นวัตกรรมด้านวิศวกรรมฐานรากและการจัดการโครงสร้างใต้ดินเมืองใหญ่ มติคณะรัฐมนตรี 17 พฤษภาคม 2537 และ 27 กันยายน 2537
หลักฐานอ้างอิง
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์: แผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล พ.ศ. 2537/ Sukavichinomics: Geotechnical Innovation and the Foundation of Bangkok's MRT.
[url=https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=5285357]
https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=5285357[/url]
การเขียนเศรษฐมิติแยกเป็น 2 ส่วน
(1) ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้
คณะรัฐมนตรีมีมติ 17 พฤษภาคม 2537 กำหนดพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ 25 ตารางกิโลเมตรที่ต้องใช้ระบบใต้ดิน และพื้นที่ 87 ตารางกิโลเมตรที่ควรใช้ระบบใต้ดิน
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนแม่บท MTMP เมื่อ 27 กันยายน 2537 ระยะทางรวม 341 กิโลเมตร แบ่งเป็นโครงข่ายหลัก 135 กิโลเมตร และระบบรอง 206 กิโลเมตร
จนถึงปี 2569 โครงข่ายตามวิสัยทัศน์เดิมยังไม่แล้วเสร็จครบทั้งระบบ
(2) สิ่งที่ต้องประมาณทางเศรษฐมิติ
“ความเสียหายจากการไม่ปฏิบัติตามมติ 27 กันยายน 2537 ”
ไม่สามารถใช้ตัวเลขจริงได้โดยตรง เพราะต้องสร้างสถานการณ์เปรียบเทียบ (counterfactual) ว่า
ถ้าดำเนินตามแผนแม่บท 2537 อย่างต่อเนื่อง กรุงเทพฯ จะมีรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเท่าใด เร็วขึ้นเท่าใด และเศรษฐกิจจะได้ประโยชน์เท่าใด
แบบจำลอง Cost-Benefit Analysis
สมมติฐานอนุรักษ์นิยม
โครงข่ายที่ล่าช้า = 341 กม.
ล่าช้าเฉลี่ย = 20 ปี
ผู้โดยสารที่สูญเสียโอกาส = 2 ล้านเที่ยว/วัน
ประหยัดเวลาได้ 30 นาที/เที่ยว
มูลค่าเวลา = 100 บาท/ชั่วโมง
มูลค่าเวลาที่สูญเสียต่อวัน
2,000,000 × 0.5 × 100
= 100 ล้านบาท/วัน
ต่อปี
100 × 365
= 36,500 ล้านบาท/ปี
20 ปี
36,500 × 20
= 730,000 ล้านบาท
≈
0.73 ล้านล้านบาท
ต้นทุนเชื้อเพลิงและรถติด
หากรถไฟฟ้าถูกสร้างเร็วขึ้น
สมมติลดการใช้รถยนต์ได้เพียง 500,000 คันต่อวัน
ประหยัดเชื้อเพลิงเฉลี่ย
100 บาท/วัน
500,000 × 100 × 365
= 18,250 ล้านบาท/ปี
20 ปี
= 365,000 ล้านบาท
≈
0.37 ล้านล้านบาท
มลพิษและสุขภาพ
ประเมินแบบอนุรักษ์นิยม
5,000 ล้านบาท/ปี
20 ปี
= 100,000 ล้านบาท
≈
0.10 ล้านล้านบาท
ผลรวมขั้นต่ำ
หากแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พ.ศ. 2537 ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อ 27 กันยายน 2537 ได้รับการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามกรอบเดิม ความล่าช้าในการพัฒนาโครงข่ายระบบรางอาจก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจสะสมจากเวลาการเดินทาง การใช้พลังงาน และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในระดับไม่น้อยกว่า
1–1.2 ล้านล้านบาท ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา
ความเสียหายจากความล่าช้าของ MRT ตามเศรษฐมิติ = 1ล้านล้าน - 1.2 ล้านล้าน
พื้นที่ก่อสร้างระบบใต้ดิน 25–87 ตารางกิโลเมตร แผนแม่บทรวม 341 กม. โครงการยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ณ ปี 2569 แต่แสดง นวัตกรรมด้านวิศวกรรมฐานรากและการจัดการโครงสร้างใต้ดินเมืองใหญ่ มติคณะรัฐมนตรี 17 พฤษภาคม 2537 และ 27 กันยายน 2537
หลักฐานอ้างอิง
ปรัชญาเศรษฐศาสตร์สุขวิชโนมิกส์: แผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล พ.ศ. 2537/ Sukavichinomics: Geotechnical Innovation and the Foundation of Bangkok's MRT.
[url=https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=5285357]https://papers.ssrn.com/sol3/papers.cfm?abstract_id=5285357[/url]
การเขียนเศรษฐมิติแยกเป็น 2 ส่วน
(1) ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้
คณะรัฐมนตรีมีมติ 17 พฤษภาคม 2537 กำหนดพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ 25 ตารางกิโลเมตรที่ต้องใช้ระบบใต้ดิน และพื้นที่ 87 ตารางกิโลเมตรที่ควรใช้ระบบใต้ดิน
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบแผนแม่บท MTMP เมื่อ 27 กันยายน 2537 ระยะทางรวม 341 กิโลเมตร แบ่งเป็นโครงข่ายหลัก 135 กิโลเมตร และระบบรอง 206 กิโลเมตร
จนถึงปี 2569 โครงข่ายตามวิสัยทัศน์เดิมยังไม่แล้วเสร็จครบทั้งระบบ
(2) สิ่งที่ต้องประมาณทางเศรษฐมิติ
“ความเสียหายจากการไม่ปฏิบัติตามมติ 27 กันยายน 2537 ”
ไม่สามารถใช้ตัวเลขจริงได้โดยตรง เพราะต้องสร้างสถานการณ์เปรียบเทียบ (counterfactual) ว่า
ถ้าดำเนินตามแผนแม่บท 2537 อย่างต่อเนื่อง กรุงเทพฯ จะมีรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเท่าใด เร็วขึ้นเท่าใด และเศรษฐกิจจะได้ประโยชน์เท่าใด
แบบจำลอง Cost-Benefit Analysis
สมมติฐานอนุรักษ์นิยม
โครงข่ายที่ล่าช้า = 341 กม.
ล่าช้าเฉลี่ย = 20 ปี
ผู้โดยสารที่สูญเสียโอกาส = 2 ล้านเที่ยว/วัน
ประหยัดเวลาได้ 30 นาที/เที่ยว
มูลค่าเวลา = 100 บาท/ชั่วโมง
มูลค่าเวลาที่สูญเสียต่อวัน
2,000,000 × 0.5 × 100
= 100 ล้านบาท/วัน
ต่อปี
100 × 365
= 36,500 ล้านบาท/ปี
20 ปี
36,500 × 20
= 730,000 ล้านบาท
≈ 0.73 ล้านล้านบาท
ต้นทุนเชื้อเพลิงและรถติด
หากรถไฟฟ้าถูกสร้างเร็วขึ้น
สมมติลดการใช้รถยนต์ได้เพียง 500,000 คันต่อวัน
ประหยัดเชื้อเพลิงเฉลี่ย
100 บาท/วัน
500,000 × 100 × 365
= 18,250 ล้านบาท/ปี
20 ปี
= 365,000 ล้านบาท
≈ 0.37 ล้านล้านบาท
มลพิษและสุขภาพ
ประเมินแบบอนุรักษ์นิยม
5,000 ล้านบาท/ปี
20 ปี
= 100,000 ล้านบาท
≈ 0.10 ล้านล้านบาท
ผลรวมขั้นต่ำ
หากแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พ.ศ. 2537 ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อ 27 กันยายน 2537 ได้รับการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามกรอบเดิม ความล่าช้าในการพัฒนาโครงข่ายระบบรางอาจก่อให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจสะสมจากเวลาการเดินทาง การใช้พลังงาน และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในระดับไม่น้อยกว่า 1–1.2 ล้านล้านบาท ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา