ลาก่อนเฝือกปูน เฝือกรุ่นใหม่นำกลับมาซ้ำได้ ช่วยลดขยะได้ดี

ในฐานะที่เคยใส่เฝือกมาตอนขาหัก  ใส่ยาวทั้งขา  ทั้งร้อนและคัน  ใส่อยู่หลายเดือนมาก   กว่าจะถอดออก  
พอถอดเฝือกแล้วก็ต้อง   มาฝึกเดินทำกายภายบำบัด  ล่าสุดก็ปีที่แล้ว  ใส่เฝือกที่แขนอีก  จากอุบัติเหตุรถชนคดียังอยู่ที่ศาล อมยิ้ม42

ตอนนี้มีเฝือกรุ่นใหม่  นำกลับมาใช้ใหม่ได้  และลดขยะจากการใช้เฝือกได้  ไม่ได้อยากใส่อีกแล้วนะคะ  พอแล้ว   แค่นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ
พอดีไปเห็นจากเพจ  ลุงซาเล้งกับขยะที่หายไป  ขอขอบคุณข้อมูลด้วยค่ะ


ไหนมีใครเคยเข้าเฝือกบ้าง ลุงล่ะหนึ่งคน ตอนเด็ก ๆ ซนมากจนกระดูกร้าว ต้องเข้าเฝือกกันเลยทีเดียว ซึ่งใครที่เคยใส่เฝือกจะรู้ดีว่า ใช้ชีวิตลำบากมาก ทั้งแน่น หนัก แข็ง อึดอัดไปหมด โดยเฉพาะเวลาคันนะ หืมมมม 55555
.
และพอถอดเฝือกออกมา เฝือกพวกนั้นก็จะกลายเป็นขยะทางการแพทย์ทันที เอาไปใช้ต่อไม่ได้ ย่อยสลายก็ไม่ได้ด้วย
.
ล่าสุดลุงไปเจองานออกแบบที่น่าสนใจมาก มันชื่อว่า Bracesys เป็นอุปกรณ์พยุงแขนหรือเฝือกนี่แหละ แต่ไม่ได้ทำจากปูน หรือพลาสติกแข็งทั้งชิ้น ตัวโครงทำจากไนลอนทางการแพทย์ระดับสูงที่รีไซเคิลได้ เสริมด้วยอะลูมิเนียมและสเตนเลส แข็งแรง แต่พับได้ ปรับได้ และออกแบบมาให้ “เข้ากับแขนของคน” มากกว่าบังคับแขนให้เข้ากับเฝือกจ้า
.
วิธีใช้ก็ไม่ซับซ้อน แค่วาง Bracesys รอบ ๆ แขน แล้วค่อย ๆ หมุนตัวล็อกให้สายดึงตึงเข้ารูปกับขนาดแขนของคนไข้ทีละนิดจนพอดี พอเวลาผ่านไป แขนเริ่มยุบ หรือฟื้นตัวมากขึ้น ก็แค่คลายตัวล็อกแล้วปรับใหม่ได้เลย ไม่ต้องตัดเฝือกทิ้ง ไม่ต้องทำใหม่ทั้งชุดเหมือนที่ผ่านมา
.
จุดที่ลุงว่าน่าสนใจมากคือ มันช่วยลดขยะอุปกรณ์แพทย์แบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพราะตัวอุปกรณ์สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้กับผู้ป่วยรายอื่น วัสดุที่ใช้ก็แข็งแรงระดับใช้งานจริง แต่ยังพับเก็บได้ ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้เสร็จแล้วต้องทิ้ง
.
พอมองแบบนี้ ลุงรู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่นวัตกรรมทางการแพทย์ แต่มันคือวิธีคิดใหม่ ว่าการรักษาคน ไม่จำเป็นต้องสร้างขยะเพิ่มเสมอไป ถ้าเราออกแบบของให้ปรับตามร่างกายมนุษย์ได้ ใช้ได้นาน และใช้ซ้ำได้ ขยะทางการแพทย์ก็คงลดลงไปได้ไม่น้อยเลยเนอะ


หวังว่าคงเป็นประโยชน์  ไม่มากก็น้อย
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมชมกระทู้ค่ะ  พาพันขอบคุณ
ความคิดเห็นจาก Expert Account
ความคิดเห็นที่ 26


ข้อดี เสนอไปแล้ว ..  ขอเสนอ ข้อด้อย ของเฝือกแบบนี้ (เท่าที่ดูจากรูปภาพ) ไว้ประกอบเพื่อพิจารณาควบคู่กันไป
ข้อด้อย ก็คือ
๑. ความมั่นคงแข็งแรง ในกรณีกระดูกคด ต้องดึงให้เข้าที่ ไม่น่าจะช่วยทำให้แนวกระดูกอยู่นิ่งตามที่จัดกระดูกไว้แล้ว
๒. แรงกดเป็นจุด อาจเกิดปัญหากับผิวหนังเนื้อเยื่อบริเวณที่ถูกกด

ถ้าจะนำมาใช้ ก็คงต้องปรับให้เหมาะ อาจใช้ ทดแทนคล้ายกับ เฝือกครึ่งเดียว เช่น ในกรณี กระดูกไม่เคลื่อน ไม่ต้องดึงกระดูก ใช้ชั่วคราวรอให้ยุบบวม หรือ กระดูกเริ่มติดแล้วมีความแข็งแรงพอสมควร .. คงต้องติดตามกันต่อไป

ปล. อาจพอเทียบได้กับ ... เฝือกครึ่งเดียว (เฝือกชั่วคราว เฝือกอ่อน เฝือกกาบ)  หรือ เฝือกลม Aircast

การรักษาด้วยวิธีใส่ เฝือก
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=01-02-2008&group=6&gblog=5

ชนิดเฝือก ปัจจุบันมีเฝือกให้เลือกอยู่ 3 ชนิดใหญ่ ๆ คือ

1.    เฝือก ปูน ซึ่งเป็นการนำปูนพลาสเตอร์มาเคลือบบนผ้าฝ้าย เมื่อใส่แล้วก็จะมี สีขาว
        ข้อดี     ราคาค่อนข้างถูก การใส่เฝือกและการตัดเฝือก ดัดเฝือกทำได้ง่าย
        ข้อเสีย      น้ำหนักมาก แตกร้าวง่าย ต้องใช้ไม้ค้ำยัน ห้ามลงน้ำหนักที่เฝือก ระบายอากาศไม่ดี มักเกิดอาการคัน
                เวลาถ่ายเอกซเรย์ จะมองไม่ค่อยเห็นรอยกระดูกหัก ถ้าเฝือกแน่นหรือหลวมก็ต้องเปลี่ยนเฝือกใหม่

2.    เฝือก พลาสติก (เฝือกไฟเบอร์) เป็นพลาสติกสังเคราะห์  มีหลายสีให้เลือก
    ข้อดี      น้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี สีสวยงาม ความแข็งแรงสูง (แต่ก็ต้องใช้ไม้ค้ำยัน ห้ามลงน้ำหนักเต็มที่)
            เวลาถ่ายเอกซเรย์ จะเห็นรอยกระดูกหักได้ชัดเจนกว่า ถ้าเฝือกแน่นหรือหลวมก็ต้องเปลี่ยนเฝือกใหม่
     ข้อเสีย    ราคาแพง (แพงกว่าเฝือกปูนประมาณ 8 - 10 เท่า) การตัดเฝือก ดัดเฝือกทำได้ยาก (มักต้องเปลี่ยนใหม่)

3.    เฝือก ลม ( แอร์แคสท์, aircast) มีใส่เฉพาะที่ เท้า ข้อเท้า ขา เท่านั้น และมีเฉพาะสีเทา
    ข้อดี    น้ำหนักเบา ความแข็งแรงสูงสามารถเดินลงน้ำหนักบนเฝือกได้(ไม่ต้องใช้ไม้ค้ำยัน) ระบายอากาศได้ดี
            มีถุงลมปรับให้แน่นหรือหลวมได้ (ไม่ต้องเปลี่ยนเฝือก) สามารถถอดเฝือกออกได้เอง
     ข้อเสีย    ราคาแพง (ข้างละ 5,000 บาท) ไม่สามารถปรับให้เข้ากับกระดูกที่คดผิดรูป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่