JJNY : 6in1 คาราวานรถแห่ส้มคึกคัก│เท้งยันไม่เคยคุยจับมือสีใด│จรยุทธแฉจนท.│หมอสุภัทรมั่นใจ│ภาคปชช.กาเห็นชอบ│อ.มช.ยกคำพูด

คาราวานรถแห่ส้มคึกคัก เย็นนี้จัดอีกเวที อาจารย์ต้น-ไอซ์-พิธา นำทีมปลุกคนเชียงใหม่ กาปชน. 2 ใบ
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5580783
.
.
ปชน.จัดเต็ม 3 เวทีปราศรัยในวันเดียว ขอประชาชนช่วยกันเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ กาพรรคส้มสองใบให้ทะลุ 20 ล้านเสียง ตั้งรัฐบาลประชาชน
.
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ คาราวานรถแห่เลือกอนาคตของพรรคประชาชนเดินสายเป็นวันที่หก ได้รับกำลังใจจากประชาชนอย่างอบอุ่นทุกเส้นทาง โดยวันนี้คงเหลือคาราวานอีก 6 สาย หลังจากเมื่อวานนี้ (3 ก.พ.) คาราวานสายใต้สิ้นสุดพร้อมกับการปราศรัยใหญ่ที่จังหวัดสงขลา
.
สำหรับคาราวานสายตะวันออก “ลูกน้ำเค็ม” นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางไปที่จังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเตตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 2 ของพรรคประชาชน เพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี
.
นายธนาธรกล่าวว่า 8 ก.พ.นี้ ประเทศไทยจะเปลี่ยนได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพวกตน พวกตนอาสาลงสมัครมาเป็นตัวเลือกให้พี่น้องประชาชน แต่ประเทศไทยจะไปในทิศทางไหน จะยืนอยู่ที่เดิมกับอดีต หรือพร้อมเปิดรับกับอนาคต อยู่ที่การตัดสินใจของพี่น้องประชาชนทุกคน ขอฝากพรรคประชาชนทั้งสองใบ รอบนี้ปันใจไม่ได้อีกแล้ว หากที่บ้านท่านกาให้เรายกบ้าน เราขอให้ท่านช่วยหาให้อีก 10 เสียง ให้เราไปถึง 20 ล้านเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลประชาชน
.
ด้าน น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า แม้มีคนบอกว่าจะมาทวงคืนชลบุรี ไม่ว่าจะบ้านใหญ่หรือบ้านใหม่ แต่ตนเชื่อว่าคนชลบุรีไม่มีเจ้าของ และคนชลบุรีอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง หากประชาชนไม่พอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ เห็นว่ารัฐบาลที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาของท่านไม่ได้ ขอให้ครั้งนี้กาพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ
.
ทั้งนี้ ในช่วงเย็นพรรคประชาชนจะมีเวทีปราศรัยใหญ่ที่ตลาดเพลินการ์เด้น บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นำโดย น.ส.ศิริกัญญา, นายธนาธร, นายเซีย จำปาทอง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.ธนพร วิจันทร์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ผู้ช่วยหาเสียง
.
ขณะที่คาราวานสายอีสานใต้ “คมแฝก” นำโดย นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางไปที่จังหวัดอำนาจเจริญเพื่อช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัคร ส.ส. โดยได้เปิดปราศรัยย่อยแนะนำนโยบายสวัสดิการถ้วนหน้าของพรรคประชาชน เช่น เพิ่มเบี้ยชีพผู้สูงอายุเป็น 1,000 บาทภายในปี 2569 อุดหนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาศูนย์เลี้ยงเด็กและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนสนใจรับฟังนโยบายและขอถ่ายภาพด้วย
.
ด้านคาราวานสายภาคกลาง “มนต์รักลูกทุ่ง” เดินทางไปที่จังหวัดราชบุรี นำโดย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรค และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียง ระหว่างทางของคาราวาน มีผู้สูงอายุคนหนึ่งแสดงความดีใจและตื่นเต้นที่ได้พบคาราวานของพรรคประชาชน กล่าวกับพรรณิการ์ว่าเอาใจช่วย ขอให้ทำให้เต็มที่ ครั้งนี้พรรคประชาชนชนะการเลือกตั้งแน่นอน ไม่มีอะไรขวางกั้น
.
นอกจากนี้ ในช่วงเย็นวันนี้ พรรคประชาชนจะจัดเวทีปราศรัยใหญ่ที่ลานกิจกรรมประเสริฐแลนด์ (กาดเชิงดอย) อ.เมือง จ.เชียงใหม่ นำโดย นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 3, น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียง และนายชัยธวัช ตุลาธน ผู้ช่วยหาเสียง
.

.
เท้ง ยัน ไม่เคยคุยจับมือสีใด ตั้งเป้าเป็นนายกฯเสียงมาก กำหนดทิศทางได้ คนประวัติเสียไม่ให้นั่งรมต.
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5580536
.
เท้ง ยัน ไม่เคยคุยจับมือสีใด ตั้งเป้าเป็นนายกฯเสียงมาก กำหนดทิศทางได้ คนประวัติเสียไม่ให้นั่งรมต.
.
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ จ.อุดรธานี คาราวานหาเสียงของพรรค ปชน.สายภาคอีสาน “นายฮ้อยทะมิน” มาถึงที่อุดรธานี ตั้งแต่ช่วงเช้า มีแกนนำ เช่น นายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน. นำทีมผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี ร่วมคาราวานหาเสียงตามเส้นทางหลายจุด อาทิ อ.บ้านผือ อ.เพ็ญ อ.บ้านดุง อ.หนองหาน อ.เมือง โดยบรรยากาศมีประชาชนให้การตอบรับอย่างคึกคัก
.
ต่อมาช่วงเที่ยง ที่ อ.หนองวัวซอ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. เดินทางมาสมทบ พบปะชาวบ้านเพื่อขอคะแนนเสียง โดยชาวบ้านให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น บางคนนำส้ม นำขนมมามอบให้ บางคนเข้ามาสวมกอด และจับแก้ม พร้อมเซลฟี่กับหัวหน้าพรรค ปชน.อย่างเป็นกันเอง
.
จากนั้น นายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่า คาราวานพรรค ปชน.ไปจังหวัดไหน ก็มีคนไปร่วมอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง สำหรับ จ.อุดรธานี เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ วันนี้ มาเขต 8 ก็ต้องขอบคุณพ่อแม่พี่น้องชาวหนองวัวซอ ที่คราวเลือกตั้งนายก อบจ.เราชนะเลือกตั้งในอำเภอนี้ด้วย คราวนี้ก็มาพร้อมกับ พี่ติ๊ก นายอนุเทน สีดาอุบล ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี พรรค ปชน. พบปะพ่อแม่พี่น้องได้รับการตอบสนองอย่างดีย้ำเป็นนายกฯไม่เอา รมต.ค้ายา ค้ามนุษย์
.
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เหลืออีก 4 วัน อยากเชิญชวนทุกคนตัดสินใจให้เด็ดขาด กาพรรค ปชน.ทั้ง 2 ใบ เพื่อออกจากการเมืองแบบเดิมๆ ตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน เราต้องการจำนวน ส.ส.อีกเยอะ โดยเฉพาะ ส.ส.เขต ที่ต้องไปโหวตให้ตนเป็นนายกฯ ก็อยากจะเชิญชวนประชาชนสร้างอนาคตใหม่ ไปด้วยกัน
.
ขณะนี้ หลักการ ของพรรค ปชน.ไม่ได้ไปนั่งคุยกันว่า จะไปจับกับมือกับสีใด สีแดงหรือสีน้ำเงิน เป้าหมายเราคือตั้งรัฐบาลประชาชน เราต้องได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่มีเสียงในสภามากพอ ไม่ว่าใครจะมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลกับเรา เราต้องสามารถกำกับทิศทางพรรคร่วมได้จริง ไม่ส่งคนที่มีประวัติค้ายา ค้ามนุษย์ ประวัติไม่ดีมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
.
ถ้าในอนาคตมีประวัติไม่ดี นายกฯสั่งเปลี่ยนได้ มีอำนาจต่อรองทางการเมือง เพราะนายกฯมีอำนาจในการยุบสภา เรื่องนี้คงไม่ไปโต้ตอบว่า ตกลงเราจะจับมือกับสีไหน หรือไม่มือจับสีไหน เป้าใหญ่ของเราคือการหาทางออกของประเทศ ตั้งรัฐบาลประชาชนไปด้วยกัน
.

.
จรยุทธ แฉ จนท.คุมหน่วย ไปใช้สิทธิไม่ได้ เหตุถูกสั่งไปต่างเขต ถาม กกต.ระบบผิดพลาด หรือตั้งใจตัดคะแนน
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5580772
.
จรยุทธ แฉ จนท.คุมหน่วย ไปใช้สิทธิไม่ได้ เหตุถูกสั่งไปต่างเขต ถาม กกต.ระบบผิดพลาด หรือตั้งใจตัดคะแนน
.
วันที่ 4 ก.พ.69 นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ในหัวข้อ ตลกร้ายระบอบประชาธิปไตย? เมื่อเจ้าหน้าที่คุมหน่วยเลือกตั้ง ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง?
.
โดยนายจรยุทธ ระบุว่า
.
เช้านี้ (4 กุมภาพันธ์ 2569) มีเจ้าหน้าที่เขตเดินมาบอกผมว่า ได้รับคำสั่งแต่งตั้งให้ไปปฎิบัติหน้าที่ เป็นผู้ดำเนินการออกเสียงประชามติประจำที่ออกเสียงประชามตินอกเขต (ตัวอยู่เขตนึง ถูกแต่งตั้งให้ไปทำงานอีกเขตนึง) โดยคำสั่งแต่งตั้งนั้น ออกวันที่ 18 มกราคม 2569
.
ภายหลังจากได้รับคำสั่งแต่งตั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ทำคำขอลงทะเบียน กลับได้คำปฏิเสธ ไม่อนุญาตให้ออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้ง
.
ประเด็น คือ เจ้าหน้าที่ที่ไปปฎิบัติหน้าที่ จะไม่สามารถลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าได้ทัน เนื่องจากคำสั่งออกหลังวันลงทะเบียน ทำให้เจ้าหน้าที่เหล่านั้น “ไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้!”
.
​คำถามคือ
.
1. รัฐต้องการให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ แต่ทำไมเจ้าหน้าที่ที่เสียสละมาทำงานให้รัฐ กลับถูกตัดสิทธิเสียเอง?
.
2. การที่ไปทำงานเป็น กปน. แปลว่าต้องยอมแลกด้วยการ “เสียสิทธิเลือกตั้ง” ของตัวเองหรือ?
.
3. ความชอบธรรมอยู่ที่ไหน? ในเมื่อแสดงเจตจำนงชัดเจนว่ามีภารกิจ และยื่นเอกสารยืนยันคำสั่งแต่งตั้งครบถ้วน แต่กลับไม่ได้รับสิทธิอันพึงที่จะได้
.
​ฝากผู้เกี่ยวข้อง หรือ กกต. ช่วยตอบทีครับ ว่านี่คือความผิดพลาดของระบบ หรือความตั้งใจที่จะตัดคะแนนเสียงของคนทำงาน?
.
เจ้าหน้าที่คนไหนเจอเหตุการณ์แบบเดียวกันส่งข้อมูลมาหลังไมค์ได้นะครับ เชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่เจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน
.
https://www.facebook.com/Tonkla.mfp/posts/pfbid02a4EnP69idDJ1xYv5CiFGDrNk9nWn4EPGnVkFj4b9evRdBrEog53ywGU1MJB7Yquxl
.

.
หมอสุภัทร มั่นใจคุณสมบัติส.ส.ครบ รอ ก.พ.ชี้ขาด ปมคำสั่งปลดออกจากราชการ
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news/news_5580809
.
หมอสุภัทร ไม่กังวล คำสั่งปลดออกจากราชการ ขอรอมติจาก ก.พ. ย้ำตอนนี้มีคุณสมบัติ ส.ส.ตามกฎหมาย
.
เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เขต 2 หาดใหญ่ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังจากที่มีการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) ที่มีมติเสียง 4:3 ปลดตนออกจากราชการ จนถึงวันนี้ ตนยังไม่ได้รับทราบความคืบหน้าใด ไม่มีหนังสือใดแจ้งมาถึงตน แต่ตามที่ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวระบุว่ามอบหมายให้ นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับผิดชอบลงนามในคำสั่งปลดออกจากราชการตามมติ อ.ก.พ.สธ. แต่เข้าใจว่าตอนนี้ยังไม่มีการลงนามคำสั่ง เนื่องจากในการประชุม อ.ก.พ.สธ. ที่มีกรรมการ 1 ท่านเป็นผู้แทนจากคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. เข้าร่วมประชุมด้วย ได้ใช้อำนาจตามมาตรา 104 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 ขอดึงเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ก.พ.ใหญ่ เพื่อพิจารณา ซึ่งตนเชื่อว่าการใช้อำนาจครั้งนี้ เพราะกรรมการท่านนั้นเห็นความผิดปกติ ความไม่เป็นธรรมในมติดังกล่าว ทั้งนี้ ตั้งแต่ตนรับราชการมาก็ยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์ที่ทาง ก.พ. ขอดึงมติจาก อ.ก.พ.ไปพิจารณาเช่นนี้มาก่อน
.
เมื่อถามว่าหากมีการลงนามในคำสั่งปลดออกจากราชการก่อนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ จะส่งผลอย่างไรต่อการเป็นผู้สมัคร ส.ส.หรือไม่ นพ.สุภัทรกล่าวว่า ในตอนนี้ตนมั่นใจว่าตนมีคุณสมบัติในการเป็น ส.ส.ตามกฎหมาย ประชาชนสามารถลงคะแนนเสียงให้ได้ แต่ในการลงนามคำสั่งปลดจากราชการนั้น โดยปกติตามขั้นตอนแล้ว หากมีการขอดึงมติไปพิจารณาใน ก.พ.ใหญ่ ก็ควรต้องรอให้มีการประชุมก่อน แล้วมีมติอย่างไรก็จะถือว่าให้ยึดตามนั้น เช่น ก.พ.อาจมองว่าไม่มีความผิด หรือผิดเล็กน้อยให้ลดบทลงโทษ ซึ่งตามปกติควรต้องรอให้ ก.พ.มีความเห็นก่อน แต่ถ้ามีการลงนามคำสั่งโดยยึดมติจากที่ประชุม อ.ก.พ.สธ. ออกมาก่อน ตนมองว่าเป็นการกลั่นแกล้ง แต่ถ้าที่สุดแล้วมีคำสั่งออกมาว่าให้ปลดออกจากราชการจริง ตนก็ต้องลงนามรับทราบ จากนั้นหน่วยงานที่มีคำสั่ง ก็ต้องแจ้งกับทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนต่อไป ซึ่งขั้นตอนนี้ตนก็สามารถยื่นอุทรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ได้
.
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ เพราะการเลือกตั้งใกล้เข้ามาแล้ว นพ.สุภัทรกล่าวว่า ช่วงแรกประชาชนกังวลเยอะ แต่ตอนนี้มีความกังวลน้อยลง เพราะประชาชนเข้าใจ บวกกับกระแสการเมืองอื่นๆ ด้วย ทำให้มีข้อสงสัยน้อยลง แต่อย่างไรก็ตาม การลงคะแนนเสียงก็ขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชน เพราะในเขต 2 มีผู้สมัครจาก 3 พรรค คือ พรรคประชาชน พรรคภูมิใจ และพรรคประชาธิปัตย์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่