หุ้นอินโดฯ ดิ่งกว่า 5% เซ่นวิกฤตศรัทธา ผู้คุมกฎการเงินลาออกยกชุด-MSCI ขู่ลดชั้นตลาด

กระทู้สนทนา
  

        สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (2 ก.พ. 2569)--ตลาดหุ้นอินโดนีเซียเข้าสู่สภาวะดิ่งเหวในการซื้อขายวันนี้ (2 ก.พ.) โดยดัชนี Jakarta Composite Index (JCI) ทรุดตัวลงกว่า 5% ซ้ำเติมสถานการณ์ตึงเครียดจากสัปดาห์ก่อน หลังเผชิญมรสุมข่าวร้ายรอบด้าน ทั้งการแห่ลาออกของคณะผู้บริหารหน่วยงานกำกับดูแลการเงิน และคำเตือนจาก MSCI ที่จุดชนวนให้มูลค่าตลาดวูบหายไปแล้วกว่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
          
          ดัชนี JCI ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่ร่วงไปแล้วเกือบ 7% ซึ่งถือเป็นการดิ่งลงหนักที่สุดในรอบปี โดยนักวิเคราะห์เปิดเผยว่า การเคลื่อนไหวในวันนี้สะท้อนภาพแรงเทขายในตลาดหุ้นทั่วโลก มากกว่าจะเป็นปัจจัยเฉพาะเจาะจงของอินโดนีเซีย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าทุกภาคส่วนกำลังร่วมมือกันแก้ไขปัญหา และเห็นความตั้งใจจริงจากผู้กำหนดนโยบายที่จะหาทางออกที่ปฏิบัติได้จริง
          
          วิกฤตศรัทธาครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากการประกาศช็อกตลาดเมื่อเย็นวันศุกร์ (30 ม.ค.) เมื่อคณะผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานบริการทางการเงิน (OJK) รวมถึงหัวหน้าฝ่ายตลาดทุน และอีมัน รัชมัน ประธานตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (IDX) พร้อมใจกันยื่นใบลาออก
          
          การแห่ลาออกยกแผงเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจาก MSCI ผู้จัดทำดัชนีระดับโลก ออกมาเตือนเรื่องความโปร่งใสในการถือครองหุ้นและการซื้อขาย พร้อมขู่ว่าอาจลดอันดับอินโดนีเซียลงไปอยู่ในกลุ่ม "ตลาดชายขอบ" (Frontier Market) หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้นภายในเดือนพ.ค. นี้
          
          นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความเชื่อมั่นของตลาดจะฟื้นตัวกลับมาได้เร็วเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาลในการแต่งตั้งทีมบริหารชุดใหม่ที่ตลาดให้การยอมรับ พร้อมวางโรดแมปการปฏิรูปตลาดทุนที่ชัดเจน โดยปฏิกิริยาของตลาดในช่วงนี้ไม่ได้ดูรุนแรงเกินจริง และคาดว่าความไม่แน่นอนจะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนพ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่ MSCI จะประเมินตลาดอินโดนีเซียอีกครั้ง
          
          ล่าสุด วาณิชธนกิจยักษ์ใหญ่อย่าง Nomura ได้ประกาศหั่นน้ำหนักความน่าลงทุนในหุ้นอินโดนีเซียลงสู่ระดับ "Neutral" ตามหลัง UBS และ Goldman Sachs ที่ปรับลดมุมมองไปก่อนหน้านี้
          
          ด้านกระแสเงินทุนไหลออกยังคงรุนแรง โดยนักลงทุนต่างชาติเดินหน้าเทขายหุ้นอินโดนีเซียสุทธิถึง 736 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นยอดขายที่เกือบเท่ากับยอดรวมของทั้งปี 2568 ที่ระดับ 1 พันล้านดอลลาร์
          
          นอกจากปัญหากฎระเบียบแล้ว ตลาดยังมีความกังวลต่อการดำเนินนโยบายของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ทั้งเรื่องการขาดดุลการคลังที่เพิ่มสูงขึ้น และการเข้าแทรกแซงตลาดการเงินผ่านการตั้งหลานชายเข้าไปดำรงตำแหน่งระดับสูงในธนาคารกลาง (BI) ซึ่งสั่นคลอนความเป็นอิสระของสถาบัน
          
          สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินรูเปียห์เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 16,775 ต่อดอลลาร์ ซึ่งยังคงอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 16,985 เมื่อเดือน ม.ค.
          
          อย่างไรก็ตาม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (31 ม.ค.) ทางการอินโดนีเซียได้แต่งตั้ง ฟรีเดรีกา วิดยาซารี เดวี เป็นรักษาการหัวหน้าหน่วยงานกำกับดูแล และ ฮาซัน เฟาซี เป็นผู้บริหารฝ่ายตลาดทุน ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจะช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนได้บ้าง เนื่องจากทีมผู้นำชุดใหม่มีประสบการณ์ตรงทั้งด้านการซื้อขาย การหักบัญชี การชำระราคา และการรับฝากหลักทรัพย์



ของไทยมีแบบหุ้นตกแล้วมีคนลาออกรับผิดชอบไหม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่