เบื้องหลัง ‘ปราโบโว’ ไล่บอร์ดตลาดหุ้นออก รอยร้าวรัฐบาลทำ ‘หุ้นอินโด’ วิกฤติ

กระทู้สนทนา


เบื้องหลัง ‘ปราโบโว’ ไล่บอร์ดตลาดหุ้นออก รอยร้าวรัฐบาลทำ ‘หุ้นอินโด’ วิกฤติ
.
เบื้องหลัง ‘ปราโบโว’ ผู้นำที่เข้าถึงยากที่สุด รอยร้าวรัฐบาลทำ ‘หุ้นอินโด’ วิกฤติ สู่การสั่งไล่บอร์ดตลาดหุ้นออก เซ่นปมเพิกเฉยคำเตือน MSCI ทำดัชนีดิ่งเหว จนเสี่ยงถูกลดชั้นตลาดโลก
.
ความตึงเครียดภายในรัฐบาลอินโดนีเซียเริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจนขึ้น หลังจากประธานาธิบดี “ปราโบโว ซูเบียนโต” แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อเหตุการณ์ตลาดหุ้นดิ่งเหวเมื่อช่วงปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา โดยมีชนวนเหตุสำคัญจากการที่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานกำกับดูแลเพิกเฉยต่อคำเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับข้อกังวลของสถาบันจัดทำดัชนีหุ้นระดับโลก MSCI จนส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างหนัก
.
ความโกรธเคืองของผู้นำอินโดนีเซียนำไปสู่การสั่งปลดคณะกรรมการกำกับดูแลชุดดังกล่าว และมีการเรียกประชุมด่วนที่บ้านพักส่วนตัวในเมืองโบกอร์ การประชุมที่เต็มไปด้วยรัฐมนตรีระดับหัวกะทิกลับกลายเป็นการสาดโคลนและโยนความผิดให้กันไปมา สะท้อนถึงรอยร้าวและการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายที่เพิ่มมากขึ้นภายในรัฐบาลชุดนี้ท่ามกลาง “วิกฤติเศรษฐกิจ” ที่กำลังรุมเร้า
.
 ‘ปราโบโว’ สั่งไล่หน่วยงานกำกับดูแลออก
.
ท่ามกลางวิกฤติหุ้นตก ปราโบโวได้ตั้งข้อสงสัยอย่างรุนแรงว่าเหตุการณ์นี้เป็นการฝีมือของกลุ่มมหาเศรษฐีในประเทศ หรือมีกลุ่มทุนต่างชาติที่พยายามเข้ามาแทรกแซงอินโดนีเซียหรือไม่
.
อย่างไรก็ตาม เหล่ารัฐมนตรีในที่ประชุมได้ช่วยกันชี้แจงว่าไม่ใช่แผนการร้ายจากภายนอก แต่เป็นความบกพร่องโดยตรงของเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินและตลาดหลักทรัพย์ ที่เพิกเฉยต่อคำเตือนของ MSCI Inc. ในเรื่องความโปร่งใสและมาตรฐานการลงทุน จนทำให้ตลาดขาดความเชื่อมั่น
.
ด้วยความโกรธ ปราโบโวถึงขั้นลั่นวาจาว่า "ไล่ออกให้หมด" ซึ่งนำไปสู่การลาออกของทั้งประธานหน่วยงานกำกับดูแลบริการทางการเงิน (OJK) และประธานตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียในเวลาต่อมา เพื่อรับผิดชอบต่อความล้มเหลวที่เกิดขึ้น
.
อย่างไรก็ตาม จากการสัมภาษณ์ผู้ใกล้ชิดและแหล่งข่าวในวงในรัฐบาลกลับสะท้อนภาพที่ต่างออกไป โดยมองว่าเหตุการณ์ความขัดแย้งกับ MSCI นี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความน่ากังวลต่อทิศทางของประเทศภายใต้การนำของปราโบโว
.
แหล่งข่าวระบุว่าเขาเป็นผู้นำที่มักใช้อารมณ์รุนแรง อีกทั้งยังห้อมล้อมไปด้วยที่ปรึกษาที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนและขัดแย้งกันเอง รวมถึงขาดความใส่ใจในรายละเอียดเชิงลึกที่จะทำให้แผนงานเหล่านั้นประสบความสำเร็จได้จริง
.
 ปราโบโว ‘ผู้นำที่เข้าถึงยากที่สุด’
.
เรื่องราวทั้งหมดยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งในช่วงปลายปี 2024 โดยอินโดนีเซียต้องเผชิญกับทั้งเหตุจลาจลรุนแรงจากปัญหาความเหลื่อมล้ำ การที่รัฐเข้ายึดคืนที่ดินจำนวนมาก ซึ่งรวมแล้วมีขนาดเท่าประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รวมถึงค่าเงินรูเปียะห์ที่กลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินที่อ่อนแอที่สุดในเอเชียในช่วงปีที่ผ่านมา
.
ดักลาส เรเมจ กรรมการผู้จัดการจากบริษัทที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ BowerGroupAsia มองว่า "ความพึงพอใจของตลาดหุ้น" ดูเหมือนจะไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ และเชื่อว่าการที่ปราโบโวจะยอมปรับเปลี่ยนทิศทางการบริหารอย่างจริงจังนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความผันผวนของตลาดในระยะสั้น แต่จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อแรงกดดันทางเศรษฐกิจเริ่มส่งผลกระทบต่อการเติบโตของประเทศจนทำให้คะแนนนิยมและแรงสนับสนุนจากประชาชนลดน้อยถอยลงเท่านั้น
.
หน่วยงานสื่อสารของรัฐบาลซึ่งรับผิดชอบด้านการประชาสัมพันธ์ของประธานาธิบดี ไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆ ต่อกรณีนี้ ขณะที่ตัวปราโบโวเองได้กล่าวสุนทรพจน์ที่จาการ์ตาเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยึดมั่นในหลักนิติธรรม พร้อมกำชับให้เหล่ารัฐมนตรีเร่งเชิงรุกในการชี้แจงนโยบายของรัฐบาลให้กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในต่างประเทศเข้าใจมากขึ้น
.
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า ปราโบโวมักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่บ้านพักนอกกรุงจาการ์ตา และจะเดินทางเข้าทำเนียบประธานาธิบดีเฉพาะเมื่อมีวาระสำคัญ เช่น การประชุมคณะรัฐมนตรีหรือการต้อนรับผู้นำต่างประเทศเท่านั้น
.
พฤติกรรมดังกล่าวทำให้เหล่านักธุรกิจชั้นนำต่างวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นการส่วนตัวว่า เขาเป็นประธานาธิบดีที่ "ลึกลับและเข้าถึงตัวยากที่สุด" ในประวัติศาสตร์ของอินโดนีเซีย ซึ่งสร้างความลำบากอย่างมากสำหรับภาคเอกชนที่ต้องการเข้าพบเพื่อหารือหรือขอคำชี้แจงด้านนโยบาย ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
.
ฮาชิม โจโจฮาดิกูซูโม น้องชายและที่ปรึกษาใกล้ชิดของประธานาธิบดีปราโบโว ได้ออกมาเปิดเผยในงานเสวนาทางธุรกิจเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ว่า ตัวประธานาธิบดีเองไม่เคยได้รับรายงานล่วงหน้าเกี่ยวกับข้อกังวลที่ MSCI เคยแจ้งเตือนไว้ โดยเขาระบุว่า "เรื่องนี้ไม่ควรเป็นเรื่องน่าตกใจเลย แต่มันกลับกลายเป็นเรื่องช็อกสำหรับรัฐบาล เพราะข้อมูลส่งไปไม่ถึงระดับผู้บริหารสูงสุด" ซึ่งคำพูดนี้เป็นการยืนยันว่าเกิดความล้มเหลวในการสื่อสารภายในรัฐบาลเอง
.
อย่างไรก็ตาม ฮาชิมยังคงเชื่อมั่นว่าพื้นฐานทางเศรษฐกิจโดยรวมของอินโดนีเซียยังคงแข็งแกร่ง และมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือการ "แก้ไขความผิดพลาด" โดยเขาให้นิยามสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดพลาดเชิงจริยธรรม ที่เคยเกิดขึ้นในตลาดเงินตลาดทุน ซึ่งรัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาจัดการให้ถูกต้อง
.
ทั้งนี้ รัฐบาลของปราโบโวมีเวลาจนถึงเดือนพ.ค.นี้ในการเร่งปฏิรูปตลาดทุนตามข้อกำหนดของ MSCI โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเรื่องสัดส่วนการถือหุ้นรายย่อย และโครงสร้างการถือหุ้นที่ขาดความโปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้อินโดนีเซียถูกลดชั้นจากกลุ่ม "ตลาดเกิดใหม่" (Emerging Market) ลงไปอยู่ในกลุ่ม "ตลาดชายขอบ" (Frontier Market) ซึ่งหากเกิดการลดชั้นขึ้นจริง จะกลายเป็นสถานการณ์ที่บีบให้นักลงทุนสถาบันทั่วโลกต้องแห่ถอนเงินออกจากตลาดหุ้นอินโดนีเซียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
.
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1221384

ของไทยเวลาหุ้นมีปัญหา ไม่เห็นเคยไล่ใครออกเลย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่