ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะคะว่าเราไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคไตอะไรเลยค่ะ เราก็แค่คนธรรมดาคนนึง ที่เคยต้องฟอกไตสัปดาห์ละหลายครั้ง เคยใช้ชีวิตแบบผูกติดกับเครื่องฟอกไต เคยรู้สึกหมดแรงทั้งร่างกายและใจ
ทำไมถึงอยากมาเขียนกระทู้นี้? ก็เพราะอยากระบายสิ่งที่เก็บมานาน อยากแชร์ประสบการณ์จริงๆ ของเราในช่วงที่ฟอกไต และที่สำคัญอยากเป็นกำลังใจให้ใครก็ตามที่กำลังฟอกไตอยู่ หรือกำลังรอปลูกถ่ายไต เหมือนที่เราเคยผ่านมา
วันที่ชีวิตพลิกผัน
วันที่หมอบอกว่าเราเป็นไตระยะสุดท้าย ต้องเริ่มฟอกไตแล้ว เป็นวันที่เรานั่งงงอยู่เลยค่ะ ในหัวมีแต่คำถามเต็มไปหมด จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ชีวิตจะกลับมาเป็นปกติได้มั้ย จะทำงานได้มั้ย จะเที่ยวได้มั้ย จะใช้ชีวิตยังไงต่อนะ
ความกลัวมันมาก่อนความเข้าใจเยอะเลยค่ะ ยังไม่ทันได้ยอมรับเลยว่าชีวิตกำลังจะเปลี่ยนไปแบบไม่มีวันย้อนกลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว จากคนที่เคยใช้ชีวิตปกติสบายๆ อยู่ดีๆ ก็ต้องมาจัดทุกอย่างใหม่ให้เข้ากับตารางฟอกไต สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 4 ชม.
ต้องเล่าก่อนว่าเมื่อก่อนเราไม่รู้เลยว่าฟอกไตคืออะไร ทำยังไง และอาการแบบไหนถึงต้องไปฟอกไต
ในหัวมีแต่คำถามเต็มไปหมด... ฟอกไตคืออะไร? ต้องผ่าเอาไตออกมาล้างแล้วใส่กลับเข้าไปเหรอ? หรือต้องกินยาชำระล้างอะไรในท้อง
ความไม่รู้มันทำให้เรากลัวไปหมด จนหมอต้องค่อยๆ อธิบายว่า มันคือการใช้เครื่อง
"ไตเทียม" มาทำหน้าที่แทนไตจริงของเราที่พังไปแล้ว โดยการดึงเลือดออกไปผ่านตัวกรองเพื่อเอาของเสียกับน้ำส่วนเกินออก แล้วส่งเลือดสะอาดกลับเข้าตัวเรา เพื่อช่วยให้ไตทำงานต่อไปได้ซึ่งต้องทำตลอดชีวิต ฟังแล้วท้อเลยตอนนั้น
ชีวิตกับเครื่องฟอกไต มันเหนื่อยกว่าที่คิดค่ะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ภาพตอนรักษาอาจน่ากลัวนิดนิงนะคะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ต้องบอกเลยว่าชีวิตระหว่างที่ฟอกไตมันเหนื่อยกว่าที่หลายคนคิดเยอะมาก โรคนี้มันน่ากลัวจริงๆ ค่ะ
ร่างกายอ่อนล้า เหนื่อยง่าย บางวันแค่ลุกจากเตียงยังรู้สึกไม่ไหว การทำงานต้องปรับแทบทุกอย่าง
เพราะต้องใช้เวลากับการฟอกไต ไหนจะการเดินทางแต่ละครั้งก็ต้องคิดเยอะขึ้น ความสัมพันธ์กับคนรอบตัวก็เปลี่ยนไป
ช่วงเวลานี้ได้เห็นเลยว้าทุกคนรักเราแค่ไหนพยายามปลอบใจเรา แต่บางความรู้สึกมันอธิบายไม่ถูก สิ่งที่ยากไม่ใช่แค่เรื่องการฟอกไต
แต่คือการใช้ชีวิตระหว่างวันที่ต้องฟอกต่างหาก ต้องคุมอาหาร คุมน้ำ กลัวอาการแทรกซ้อน และการจัดสรรเวลาที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
บางวันร่างกายมันไม่ไหวจริงๆ แต่ก็ยังต้องไปฟอก บางวันเหนื่อย บางวันรู้สึกโดดเดี่ยวแม้จะมีคนอยู่รอบตัว บางวันก็ร้องไห้
แต่สุดท้ายก็ยังต้องไปต่อ เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ ค่ะ
การ "รอ" ที่หนักกว่าที่คิด
การรอไตจากผู้บริจาคสำหรับคนฟอกไต มันไม่ใช่การรอเฉยๆ หรอกนะคะ มันคือการรอที่ไม่รู้ปลายทาง บางช่วงมีข่าว บางช่วงเงียบ
บางทีก็เป็นข่าวดีของคนอื่น ไม่ใช่ของเรา
ที่สำคัญการลงทะเบียนเปลี่ยนไต เราจะต้องผ่านการประเมินความพร้อมของร่างกายและลงทะเบียนรับไต
เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีไตที่เข้ากันได้กับเราสำหรับปลูกถ่าย
ในระหว่างที่รอไตใหม่ สู้สุดใจทุกวัน ยังยิ้มได้เสมอ 😀
สุดท้ายเราทำได้รอ และรอ ฟอกไต รักษาสุขภาพไปต่อ เพื่อรอวันที่มันเป็นของเรา จนวันที่ได้รับสายจากโรงพยาบาล ใจมันก็เต้นแรง แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ใช่ข่าวดีที่รอคอย ทำให้เราเข้าใจอย่างนึงว่า ความไม่แน่นอนมันช่างน่ากลัวไม่น้อยไปกว่าโรคไตที่เราเป็นเลย การรอคอยอย่างไม่มีจุดหมาย ทำให้เรารู้ว่าการดูแลจิตใจมันก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำ เพราะโรคนี้ไม่มีอะไรง่ายเลย แต่ว่าถ้ายังสู้อยู่ ก็ยังมีหวังเสมอค่ะ
ใครมีวิธีฮีลใจตัวเองยังไงบ้าง มาแชร์กันได้เลยนะ เราก็ยังต้องฮึบให้เรากลับมาแข็งแรงอยู่
จะมา Update อาการหลังจากนี้ต่ออีกทีค่ะ
จากคนฟอกไตครั้งละ 4 ชั่วโมง 3 ครั้งต่อสัปดาห์ สู่ชีวิตใหม่หลังปลูกถ่ายไต
ทำไมถึงอยากมาเขียนกระทู้นี้? ก็เพราะอยากระบายสิ่งที่เก็บมานาน อยากแชร์ประสบการณ์จริงๆ ของเราในช่วงที่ฟอกไต และที่สำคัญอยากเป็นกำลังใจให้ใครก็ตามที่กำลังฟอกไตอยู่ หรือกำลังรอปลูกถ่ายไต เหมือนที่เราเคยผ่านมา
วันที่ชีวิตพลิกผัน
วันที่หมอบอกว่าเราเป็นไตระยะสุดท้าย ต้องเริ่มฟอกไตแล้ว เป็นวันที่เรานั่งงงอยู่เลยค่ะ ในหัวมีแต่คำถามเต็มไปหมด จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ชีวิตจะกลับมาเป็นปกติได้มั้ย จะทำงานได้มั้ย จะเที่ยวได้มั้ย จะใช้ชีวิตยังไงต่อนะ
ความกลัวมันมาก่อนความเข้าใจเยอะเลยค่ะ ยังไม่ทันได้ยอมรับเลยว่าชีวิตกำลังจะเปลี่ยนไปแบบไม่มีวันย้อนกลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว จากคนที่เคยใช้ชีวิตปกติสบายๆ อยู่ดีๆ ก็ต้องมาจัดทุกอย่างใหม่ให้เข้ากับตารางฟอกไต สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 4 ชม.
ต้องเล่าก่อนว่าเมื่อก่อนเราไม่รู้เลยว่าฟอกไตคืออะไร ทำยังไง และอาการแบบไหนถึงต้องไปฟอกไต
ในหัวมีแต่คำถามเต็มไปหมด... ฟอกไตคืออะไร? ต้องผ่าเอาไตออกมาล้างแล้วใส่กลับเข้าไปเหรอ? หรือต้องกินยาชำระล้างอะไรในท้อง
ความไม่รู้มันทำให้เรากลัวไปหมด จนหมอต้องค่อยๆ อธิบายว่า มันคือการใช้เครื่อง "ไตเทียม" มาทำหน้าที่แทนไตจริงของเราที่พังไปแล้ว โดยการดึงเลือดออกไปผ่านตัวกรองเพื่อเอาของเสียกับน้ำส่วนเกินออก แล้วส่งเลือดสะอาดกลับเข้าตัวเรา เพื่อช่วยให้ไตทำงานต่อไปได้ซึ่งต้องทำตลอดชีวิต ฟังแล้วท้อเลยตอนนั้น
ภาพตอนรักษาอาจน่ากลัวนิดนิงนะคะ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ต้องบอกเลยว่าชีวิตระหว่างที่ฟอกไตมันเหนื่อยกว่าที่หลายคนคิดเยอะมาก โรคนี้มันน่ากลัวจริงๆ ค่ะ
ร่างกายอ่อนล้า เหนื่อยง่าย บางวันแค่ลุกจากเตียงยังรู้สึกไม่ไหว การทำงานต้องปรับแทบทุกอย่าง
เพราะต้องใช้เวลากับการฟอกไต ไหนจะการเดินทางแต่ละครั้งก็ต้องคิดเยอะขึ้น ความสัมพันธ์กับคนรอบตัวก็เปลี่ยนไป
ช่วงเวลานี้ได้เห็นเลยว้าทุกคนรักเราแค่ไหนพยายามปลอบใจเรา แต่บางความรู้สึกมันอธิบายไม่ถูก สิ่งที่ยากไม่ใช่แค่เรื่องการฟอกไต
แต่คือการใช้ชีวิตระหว่างวันที่ต้องฟอกต่างหาก ต้องคุมอาหาร คุมน้ำ กลัวอาการแทรกซ้อน และการจัดสรรเวลาที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
บางวันร่างกายมันไม่ไหวจริงๆ แต่ก็ยังต้องไปฟอก บางวันเหนื่อย บางวันรู้สึกโดดเดี่ยวแม้จะมีคนอยู่รอบตัว บางวันก็ร้องไห้
แต่สุดท้ายก็ยังต้องไปต่อ เพราะมันไม่มีทางเลือกอื่นจริงๆ ค่ะ
การ "รอ" ที่หนักกว่าที่คิด
การรอไตจากผู้บริจาคสำหรับคนฟอกไต มันไม่ใช่การรอเฉยๆ หรอกนะคะ มันคือการรอที่ไม่รู้ปลายทาง บางช่วงมีข่าว บางช่วงเงียบ
บางทีก็เป็นข่าวดีของคนอื่น ไม่ใช่ของเรา
ที่สำคัญการลงทะเบียนเปลี่ยนไต เราจะต้องผ่านการประเมินความพร้อมของร่างกายและลงทะเบียนรับไต
เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีไตที่เข้ากันได้กับเราสำหรับปลูกถ่าย
สุดท้ายเราทำได้รอ และรอ ฟอกไต รักษาสุขภาพไปต่อ เพื่อรอวันที่มันเป็นของเรา จนวันที่ได้รับสายจากโรงพยาบาล ใจมันก็เต้นแรง แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ใช่ข่าวดีที่รอคอย ทำให้เราเข้าใจอย่างนึงว่า ความไม่แน่นอนมันช่างน่ากลัวไม่น้อยไปกว่าโรคไตที่เราเป็นเลย การรอคอยอย่างไม่มีจุดหมาย ทำให้เรารู้ว่าการดูแลจิตใจมันก็เป็นสิ่งที่เราต้องทำ เพราะโรคนี้ไม่มีอะไรง่ายเลย แต่ว่าถ้ายังสู้อยู่ ก็ยังมีหวังเสมอค่ะ
ใครมีวิธีฮีลใจตัวเองยังไงบ้าง มาแชร์กันได้เลยนะ เราก็ยังต้องฮึบให้เรากลับมาแข็งแรงอยู่
จะมา Update อาการหลังจากนี้ต่ออีกทีค่ะ