ชาย 19 ปี แข็งแรงดี วิ่งจ็อกกิ้ง 26 กม. ต่อมาเพลีย มีตะกอนผิดปกติในปัสสาวะ ตรวจพบไตวายเฉียบพลัน ตับบาดเจ็บ เลือดแข็งตัวผิดปกติ
เคสนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของคนสุขภาพดีไม่มีโรคประจำตัว แต่ออกกำลังกายแบบรุนแรง โดยไม่ฝึกมาก่อน ในแวดล้อมที่แย่ (และอาจจะมีพันธุกรรมเสี่ยง) นำไปสู่โรครุนแรงอวัยวะล้มเหลวได้
ชาย 19 ปี ไม่มีโรคประจำตัวใดใดมาก่อน กำลังจะฟิตก่อนเข้าค่ายทหาร วิ่งจ็อกกิ้ง 26 กิโลเมตร โดยไม่เคยฝึกระดับนี้มาก่อน แถมวิ่งในอากาศที่ค่อนข้างร้อน น้ำก็แทบไม่ได้กิน
หลังจากวิ่งมีอาการอ่อนเพลียทั้งร่าง
ปัสสาวะเริ่มสีเข้ม ปวดตามกล้ามเนื้อไปทั่ว เลยมาที่ รพ.
ตรวจเพิ่มเติมพบว่า
▪️ค่าเอนไซม์กล้ามเนื้อ (CK) สูงถึง 587,600 (สูงมากๆๆ) บ่งบอกว่ามีภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย (Rhabdomyolysis)
▪️ภาวะไตวายเฉียบพลันเนื่องจากค่าไตสูงขึ้น ปัสสาวละลดลง
▪️ค่าเอนไซม์ตับ AST 6,632 และ ALT 2,562 ซึ่งสูงมาก บ่งบอกว่ามีเซลล์ตับกำลังบาดเจ็บและมีเซลล์ตๅย
▪️การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ บ่งบอกว่ามีภาวะเลือดแข็งตัวเองทั่วร่างกาย (DIC)
ระหว่างนอน รพ. พบว่ากล้ามเนื้อที่กำลังตาๅย บวมจนกดทับเส้นเลือด เกิดภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูง (Compartment syndrome) จนเกิดแผลเรื้อรัง มีติดเชื้อซ้ำตามมา แถมเป็นเชื้อดื้อยาอีก (A. baumannii)
แอดมิดยาวนานกว่าจะรอดกลับบ้าน
เกิดอะไรขึ้นกับหนุ่มสุขภาพดีแบบนี้?
เมื่อออกกำลังกายหนักเกินรับไหว แถมเจออากาศร้อนเสียเหงื่อเร็ว จนขาดน้ำรุนแรง
กล้ามเนื้อโครงร่างที่ทำงานต่อเนื่องจะมี ATP ต่ำจนไม่พอ สำหรับดึงแคลเซียมกลับเข้าโกดัง (SR) ได้ แคลเซียมที่ล้นอยู่ในเซลล์จึงเริ่มส่ง “สัญญาณอันตราย” สลายโปรตีนสำคัญ เช่น dystrophin ทำให้ เยื่อหุ้มเซลล์ฉีก และปล่อยสารต่าง ๆ ออกสู่เลือด ทั้ง CK, โพแทสเซียม, และที่อันตรายที่สุดคือ myoglobin ซึ่งเป็นพิษต่อไตมาก
1️⃣ ไตวายเฉียบพลันจาก
1. Myoglobin ทำให้ไตขาด NO → หลอดเลือดไตตีบ
2. Myoglobin ติดที่เซลล์หลอดไต → โดนอนุมูลอิสระทำลาย → เยื่อบุหลอดไตทยอยตๅย (ATN)
3. ขาดน้ำ → myoglobin ในหลอดไตยิ่งเข้มข้น → ตกตะกอนอุดท่อ
4. ระบบระบายเกลือแร่พัง → เซลล์กล้ามเนื้อบวม ดึงน้ำจากเลือด → ปริมาตรเลือดยิ่งตก→ไตยิ่งขาดเลือด
ผลลัพธ์คือ
ไตวายเฉียบพลัน → ปัสสาวะน้อย → โพแทสเซียมสูง → เสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ
และเกิด เลือดเป็นกรด เพราะไตสร้างด่างให้เลือดไม่ได้
2️⃣ การอักเสบรุนแรงทั้งร่างกาย
ปริมาตรเลือดต่ำ + myoglobin กระตุ้นอนุมูลอิสระ ทำให้อวัยวะอื่นเริ่มอักเสบ
• ตับเสียหาย
• กล้ามเนื้อเดิมที่บาดเจ็บ บวมมากจนกดเส้นเลือด → ขาดเลือด (Compartment syndrome)
การอักเสบพุ่งถึงขั้นสุดจน TNF-α สูงมาก กระตุ้นให้เยื่อบุหลอดเลือดปล่อยสารแข็งตัวของเลือด (TF) → เลือดแข็งตัวเองเป็นลิ่มเล็ก ๆ ทั่วร่างกาย → ใช้ปัจจัยการแข็งตัวจนหมด → กลายเป็นเลือดออกง่าย
นี่คือ DIC: ลิ่มเลือดเกลื่อน + เลือดออกง่ายในเวลาเดียวกัน
🔥 และหายนะทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากคนปกติที่ “ออกกำลังกายหนักเกินตัว” แถมอยู่ในสภาวะขาดน้ำมากค่ะ
💎 สรุปกลไก: ออกกำลังกายรุนแรง + อากาศร้อน ขาดน้ำ และไม่มีการทดแทน + อาจมียีนเสี่ยง
→ กล้ามเนื้อขาดพลังงานรุนแรง
→ แคลเซียมคั่ง กระตุ้นเอนไซม์
→ เอนไซม์ทำลายกล้ามเนื้อ + เลือดมาเลี้ยงน้อยจากขาดน้ำ
→ เกิดภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย (Rhabdomyolysis)
→ ปลดปล่อย Myoglobin ออกมาทำลายไต จนไตวาย, ทำลายตับจนเสียหาย และเพิ่มการอักเสบรุนแรงจนเลือดแข็งตัวเอง (DIC)
.
ออกกำลังกายคือสิ่งที่ทุกคนควร แทบจะมีประโยชน์ต่ออวัยวะเลย ผลดีมากกว่าผลเสีย มหาศาล แต่ขออย่างเดียว ออกแต่พอดีกับตัวเอง เพิ่มความหนักได้ แต่ต้องค่อยเป็นไปค่อยไป มีวันพัก และที่สำคัญ ดื่มน้ำให้เพียงพอค่ะ
Page Tensia
⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122292042038214982&id=61556449470358&http_ref=eyJ0cyI6MTc2OTc1ODk5MDAwMCwiciI6IiJ9
ชาย 19 ปี แข็งแรงดี วิ่งจ็อกกิ้ง 26 กม. ต่อมาเพลีย มีตะกอนผิดปกติในปัสสาวะ ตรวจพบไตวายเฉียบพลัน
เคสนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างของคนสุขภาพดีไม่มีโรคประจำตัว แต่ออกกำลังกายแบบรุนแรง โดยไม่ฝึกมาก่อน ในแวดล้อมที่แย่ (และอาจจะมีพันธุกรรมเสี่ยง) นำไปสู่โรครุนแรงอวัยวะล้มเหลวได้
ชาย 19 ปี ไม่มีโรคประจำตัวใดใดมาก่อน กำลังจะฟิตก่อนเข้าค่ายทหาร วิ่งจ็อกกิ้ง 26 กิโลเมตร โดยไม่เคยฝึกระดับนี้มาก่อน แถมวิ่งในอากาศที่ค่อนข้างร้อน น้ำก็แทบไม่ได้กิน
หลังจากวิ่งมีอาการอ่อนเพลียทั้งร่าง
ปัสสาวะเริ่มสีเข้ม ปวดตามกล้ามเนื้อไปทั่ว เลยมาที่ รพ.
ตรวจเพิ่มเติมพบว่า
▪️ค่าเอนไซม์กล้ามเนื้อ (CK) สูงถึง 587,600 (สูงมากๆๆ) บ่งบอกว่ามีภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย (Rhabdomyolysis)
▪️ภาวะไตวายเฉียบพลันเนื่องจากค่าไตสูงขึ้น ปัสสาวละลดลง
▪️ค่าเอนไซม์ตับ AST 6,632 และ ALT 2,562 ซึ่งสูงมาก บ่งบอกว่ามีเซลล์ตับกำลังบาดเจ็บและมีเซลล์ตๅย
▪️การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ บ่งบอกว่ามีภาวะเลือดแข็งตัวเองทั่วร่างกาย (DIC)
ระหว่างนอน รพ. พบว่ากล้ามเนื้อที่กำลังตาๅย บวมจนกดทับเส้นเลือด เกิดภาวะความดันในช่องกล้ามเนื้อสูง (Compartment syndrome) จนเกิดแผลเรื้อรัง มีติดเชื้อซ้ำตามมา แถมเป็นเชื้อดื้อยาอีก (A. baumannii)
แอดมิดยาวนานกว่าจะรอดกลับบ้าน
เกิดอะไรขึ้นกับหนุ่มสุขภาพดีแบบนี้?
เมื่อออกกำลังกายหนักเกินรับไหว แถมเจออากาศร้อนเสียเหงื่อเร็ว จนขาดน้ำรุนแรง
กล้ามเนื้อโครงร่างที่ทำงานต่อเนื่องจะมี ATP ต่ำจนไม่พอ สำหรับดึงแคลเซียมกลับเข้าโกดัง (SR) ได้ แคลเซียมที่ล้นอยู่ในเซลล์จึงเริ่มส่ง “สัญญาณอันตราย” สลายโปรตีนสำคัญ เช่น dystrophin ทำให้ เยื่อหุ้มเซลล์ฉีก และปล่อยสารต่าง ๆ ออกสู่เลือด ทั้ง CK, โพแทสเซียม, และที่อันตรายที่สุดคือ myoglobin ซึ่งเป็นพิษต่อไตมาก
1️⃣ ไตวายเฉียบพลันจาก
1. Myoglobin ทำให้ไตขาด NO → หลอดเลือดไตตีบ
2. Myoglobin ติดที่เซลล์หลอดไต → โดนอนุมูลอิสระทำลาย → เยื่อบุหลอดไตทยอยตๅย (ATN)
3. ขาดน้ำ → myoglobin ในหลอดไตยิ่งเข้มข้น → ตกตะกอนอุดท่อ
4. ระบบระบายเกลือแร่พัง → เซลล์กล้ามเนื้อบวม ดึงน้ำจากเลือด → ปริมาตรเลือดยิ่งตก→ไตยิ่งขาดเลือด
ผลลัพธ์คือ
ไตวายเฉียบพลัน → ปัสสาวะน้อย → โพแทสเซียมสูง → เสี่ยงหัวใจเต้นผิดจังหวะ
และเกิด เลือดเป็นกรด เพราะไตสร้างด่างให้เลือดไม่ได้
2️⃣ การอักเสบรุนแรงทั้งร่างกาย
ปริมาตรเลือดต่ำ + myoglobin กระตุ้นอนุมูลอิสระ ทำให้อวัยวะอื่นเริ่มอักเสบ
• ตับเสียหาย
• กล้ามเนื้อเดิมที่บาดเจ็บ บวมมากจนกดเส้นเลือด → ขาดเลือด (Compartment syndrome)
การอักเสบพุ่งถึงขั้นสุดจน TNF-α สูงมาก กระตุ้นให้เยื่อบุหลอดเลือดปล่อยสารแข็งตัวของเลือด (TF) → เลือดแข็งตัวเองเป็นลิ่มเล็ก ๆ ทั่วร่างกาย → ใช้ปัจจัยการแข็งตัวจนหมด → กลายเป็นเลือดออกง่าย
นี่คือ DIC: ลิ่มเลือดเกลื่อน + เลือดออกง่ายในเวลาเดียวกัน
🔥 และหายนะทั้งหมดนี้เริ่มต้นจากคนปกติที่ “ออกกำลังกายหนักเกินตัว” แถมอยู่ในสภาวะขาดน้ำมากค่ะ
💎 สรุปกลไก: ออกกำลังกายรุนแรง + อากาศร้อน ขาดน้ำ และไม่มีการทดแทน + อาจมียีนเสี่ยง
→ กล้ามเนื้อขาดพลังงานรุนแรง
→ แคลเซียมคั่ง กระตุ้นเอนไซม์
→ เอนไซม์ทำลายกล้ามเนื้อ + เลือดมาเลี้ยงน้อยจากขาดน้ำ
→ เกิดภาวะกล้ามเนื้อลายสลาย (Rhabdomyolysis)
→ ปลดปล่อย Myoglobin ออกมาทำลายไต จนไตวาย, ทำลายตับจนเสียหาย และเพิ่มการอักเสบรุนแรงจนเลือดแข็งตัวเอง (DIC)
.
ออกกำลังกายคือสิ่งที่ทุกคนควร แทบจะมีประโยชน์ต่ออวัยวะเลย ผลดีมากกว่าผลเสีย มหาศาล แต่ขออย่างเดียว ออกแต่พอดีกับตัวเอง เพิ่มความหนักได้ แต่ต้องค่อยเป็นไปค่อยไป มีวันพัก และที่สำคัญ ดื่มน้ำให้เพียงพอค่ะ
Page Tensia
⬇️[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้