🔥"จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี" ชี้เส้นทางทองคำ 5 ปีข้างหน้า - ทำไม 200,000 บาทถึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน?
.
ในวงการทองคำไทย คงไม่มีใครให้คำตอบเรื่องทิศทางราคาได้ชัดเจนเท่ากับ คุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ผู้สั่งสมประสบการณ์ในเยาวราชมานานกว่า 70 ปี ล่าสุดในการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก คุณจิตติได้สร้างความสั่นสะเทือนด้วยการคาดการณ์ว่า หากสถานการณ์ความตึงเครียดของโลกยังไม่คลี่คลาย และระบบการเงินสากลยังไร้เสถียรภาพ เราอาจได้เห็นราคาทองคำแท่งในประเทศไทยทะยานไปถึงระดับ บาทละ 200,000 บาท ภายในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนในประวัติศาสตร์
.
สาเหตุหลักที่ทำให้คุณจิตติมองไปถึงระดับราคานั้น มาจากความ "ผิดปกติ" ของโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ที่ลุกลามจนเป็นปัจจัยผลักดันราคาทองโลกทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปแล้ว
.
นายกสมาคมค้าทองคำชี้ให้เห็นว่า ในสภาวะปกติทองคำจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 8-10% แต่ปัจจุบันราคาดีดตัวสูงถึง 15-60% ในบางช่วง ซึ่งสะท้อนว่าทองคำไม่ได้พุ่งขึ้นเพราะกลไกตลาดปกติ แต่กำลังทำหน้าที่เป็น "ทุนสำรอง" ที่ปลอดภัยที่สุดท่ามกลางความล่มสลายของความเชื่อมั่นในค่าเงินดอลลาร์
.
อีกหนึ่งปัจจัยเร่งคือ "นโยบายเศรษฐกิจที่คาดเดายาก" ของมหาอำนาจ โดยเฉพาะการประกาศขึ้นกำแพงภาษีและการทำสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้นในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ สิ่งเหล่านี้สร้างความไม่แน่นอนจนธนาคารกลางหลายประเทศและกองทุนยักษ์ใหญ่ต้องหันมากว้านซื้อทองคำเก็บเข้าพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้เกิดภาวะ "ตื่นทอง" (Gold Rush) ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในประเทศไทย แต่เป็นกระแสที่ขับเคลื่อนโดยความกังวลของนักลงทุนสถาบันระดับโลก
.
อย่างไรก็ตาม คุณจิตติได้ให้คำเตือนอย่างเข้มงวดถึงกลุ่มนักเก็งกำไรระยะสั้น โดยเฉพาะในตลาดฟิวเจอร์ส (Futures) ที่มีการใช้ Leverage หรือพลังทวีสูงเกินตัว ท่านระบุว่าความผันผวนในปัจจุบันสามารถ "คร่า" นักลงทุนที่วาง Margin น้อยได้ทันที หากมีการทุบราคาหรือการขายทำกำไรเพียงชั่วคราว
.
ดังนั้นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในยามนี้คือการลงทุนใน "ทองคำแท่ง" เท่านั้น เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ถือครองได้จริงและไม่มีความเสี่ยงจากการถูกบังคับขายเหมือนทองกระดาษ
.
ในฐานะนายกสมาคมฯ คุณจิตติแนะนำให้ผู้ลงทุนยึดหลักการใช้ "เงินเย็น" และมองภาพการลงทุนในระยะยาวมากกว่าการหวังกำไรเพียงข้ามคืน แม้ราคาปัจจุบันจะดูสูงเป็นประวัติการณ์ (เกินบาทละ 70,000 บาทไปแล้ว) แต่เมื่อเทียบกับโอกาสที่โลกจะเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนและความปลอดภัยสูงกว่าการฝากธนาคารในระยะยาวอย่างแน่นอน
.
สุดท้ายนี้ บทสนทนากับ "เจ้าพ่อทองคำ" จบลงด้วยการย้ำเตือนเรื่องสติและการบริหารพอร์ตการลงทุน แม้ตัวเลข 200,000 บาทจะเป็นเป้าหมายที่มีปัจจัยรองรับ แต่ความเสี่ยงจากการปรับฐานแรงๆ ก็พร้อมเกิดขึ้นได้เสมอหากกองทุนระดับโลกเริ่มเทขายทำกำไร นักลงทุนไทยจึงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดไปกับการไล่ราคา แต่ควรใช้วิธีทยอยสะสมเพื่อสร้างรากฐานความมั่งคั่งที่ยั่งยืนท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้
Business Insight.IN.TH
ทองคำไทยจะแตะ 200,000฿ นายกสมาคมทองบอก นี่แค่เริ่มต้น 💰
.
ในวงการทองคำไทย คงไม่มีใครให้คำตอบเรื่องทิศทางราคาได้ชัดเจนเท่ากับ คุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ ผู้สั่งสมประสบการณ์ในเยาวราชมานานกว่า 70 ปี ล่าสุดในการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก คุณจิตติได้สร้างความสั่นสะเทือนด้วยการคาดการณ์ว่า หากสถานการณ์ความตึงเครียดของโลกยังไม่คลี่คลาย และระบบการเงินสากลยังไร้เสถียรภาพ เราอาจได้เห็นราคาทองคำแท่งในประเทศไทยทะยานไปถึงระดับ บาทละ 200,000 บาท ภายในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนในประวัติศาสตร์
.
สาเหตุหลักที่ทำให้คุณจิตติมองไปถึงระดับราคานั้น มาจากความ "ผิดปกติ" ของโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ที่ลุกลามจนเป็นปัจจัยผลักดันราคาทองโลกทะลุ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปแล้ว
.
นายกสมาคมค้าทองคำชี้ให้เห็นว่า ในสภาวะปกติทองคำจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 8-10% แต่ปัจจุบันราคาดีดตัวสูงถึง 15-60% ในบางช่วง ซึ่งสะท้อนว่าทองคำไม่ได้พุ่งขึ้นเพราะกลไกตลาดปกติ แต่กำลังทำหน้าที่เป็น "ทุนสำรอง" ที่ปลอดภัยที่สุดท่ามกลางความล่มสลายของความเชื่อมั่นในค่าเงินดอลลาร์
.
อีกหนึ่งปัจจัยเร่งคือ "นโยบายเศรษฐกิจที่คาดเดายาก" ของมหาอำนาจ โดยเฉพาะการประกาศขึ้นกำแพงภาษีและการทำสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้นในยุคของโดนัลด์ ทรัมป์ สิ่งเหล่านี้สร้างความไม่แน่นอนจนธนาคารกลางหลายประเทศและกองทุนยักษ์ใหญ่ต้องหันมากว้านซื้อทองคำเก็บเข้าพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้เกิดภาวะ "ตื่นทอง" (Gold Rush) ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ในประเทศไทย แต่เป็นกระแสที่ขับเคลื่อนโดยความกังวลของนักลงทุนสถาบันระดับโลก
.
อย่างไรก็ตาม คุณจิตติได้ให้คำเตือนอย่างเข้มงวดถึงกลุ่มนักเก็งกำไรระยะสั้น โดยเฉพาะในตลาดฟิวเจอร์ส (Futures) ที่มีการใช้ Leverage หรือพลังทวีสูงเกินตัว ท่านระบุว่าความผันผวนในปัจจุบันสามารถ "คร่า" นักลงทุนที่วาง Margin น้อยได้ทันที หากมีการทุบราคาหรือการขายทำกำไรเพียงชั่วคราว
.
ดังนั้นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในยามนี้คือการลงทุนใน "ทองคำแท่ง" เท่านั้น เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ถือครองได้จริงและไม่มีความเสี่ยงจากการถูกบังคับขายเหมือนทองกระดาษ
.
ในฐานะนายกสมาคมฯ คุณจิตติแนะนำให้ผู้ลงทุนยึดหลักการใช้ "เงินเย็น" และมองภาพการลงทุนในระยะยาวมากกว่าการหวังกำไรเพียงข้ามคืน แม้ราคาปัจจุบันจะดูสูงเป็นประวัติการณ์ (เกินบาทละ 70,000 บาทไปแล้ว) แต่เมื่อเทียบกับโอกาสที่โลกจะเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนและความปลอดภัยสูงกว่าการฝากธนาคารในระยะยาวอย่างแน่นอน
.
สุดท้ายนี้ บทสนทนากับ "เจ้าพ่อทองคำ" จบลงด้วยการย้ำเตือนเรื่องสติและการบริหารพอร์ตการลงทุน แม้ตัวเลข 200,000 บาทจะเป็นเป้าหมายที่มีปัจจัยรองรับ แต่ความเสี่ยงจากการปรับฐานแรงๆ ก็พร้อมเกิดขึ้นได้เสมอหากกองทุนระดับโลกเริ่มเทขายทำกำไร นักลงทุนไทยจึงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดไปกับการไล่ราคา แต่ควรใช้วิธีทยอยสะสมเพื่อสร้างรากฐานความมั่งคั่งที่ยั่งยืนท่ามกลางโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญนี้
Business Insight.IN.TH