หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
Border 2.. พลีชีพเป็นชาติพลี แผ่นดินนี้ไม่ยอมเสียแม้แต่มิลฯเดียว
กระทู้สนทนา
ภาพยนตร์
ภาพยนตร์อินเดีย
ภาพยนตร์แอ็คชั่น
ภาพยนตร์ต่างประเทศ
อินเดียจะมีธรรมเนียมการฉายหนัง Blockbuster ตามช่วงเวลาที่เป็นวันหยุดสำคัญของประเทศ และในปีนี้ Border 2 ก็เป็นหนัง Bollywood (พูดภาษาฮินดี) ที่ถือว่าเป็นโปรแกรมเพชรสำหรับวันหยุดสำคัญวันแรกของปี นั่นก็คือ วันประกาศความเป็นสาธารณรัฐ (Republic Day) ซึ่งปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 26 ม.ค. (แต่หนังเข้าตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา) ส่วนใหญ่หนังโปรแกรมเพชรที่เข้าฉายในช่วงนี้ ก็จะเป็นหนังสงครามปลุกเร้าความรักชาติ (Patriotic Movies) และแน่นอน Border 2 ก็เป็นเช่นนั้น.. หนังเรื่องนี้เป็นของค่าย T-Series เจ้าพ่อวงการเพลงและหนังระดับบิ๊กเบิ้มของอินเดีย ที่ได้ 2 หนุ่มมือทองแห่งตระกูล Kumar อย่าง Bhushan และ Krishan ที่มีผลงานระดับเอกอุอย่าง Animal (2023), Bhool Bhulaiyaa ทั้ง 3 ภาค และ Raid 1 & 2 มาเป็น Producer ให้ การันตีความมันส์แบบอลังการให้กับหนังไปอีก (หมายเหตุ - Border ภาค 2 นี้ สร้างห่างจากภาคแรกถึง 28 ปี ซึ่ง จขกท. ก็ไม่ได้ดูภาคแรกมาก่อนครับ แต่ถึงจะไม่ได้ดูก็ไม่เป็นไรครับ เนื้อเรื่องไม่ได้ต่อเนื่องกัน)
Border 2 กล่าวถึง เหตุการณ์ในสงครามอินเดีย - ปากีสถาน ในปี ค.ศ.1971 ผ่านตัวแสดงที่เป็นทหารจาก 3 เหล่าทัพ ได้แก่ ทัพบก (Varun Dhawan รับบท Major Hosiar และ Sunny Deol รับบท Lt.Col. Fateh) ทัพอากาศ (Diljit Dosanjh รับบท นักบิน Sekhon) ทัพเรือ (Ahan Shetty รับบท Lt.Cdr. Noronha) โดยหนังนำเสนอให้นักแสดงเหล่านี้ เป็นตัวแทนของทหารที่จะต้องทำภารกิจเพื่อหยุดยั้งการรุกรานจากศัตรู ซึ่งก็คือเพื่อนบ้านอย่าง ปากีสถาน ที่แม้จะต้องพลีชีพก็ต้องยอม แต่จะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่มิลลิเมตรเดียวให้กับศัตรู
หลังจากดูหนังจบแล้ว จขกท. บอกได้เลยว่านี่คือหนัง Patriotic Movies ในอุดมคติแบบล้านเปอร์เซนต์ ดูก็รู้ว่าหนังทำมาเพื่อฉายในโปรแกรม Republic Day Week เพื่อปลุกความรักชาติและสรรเสริญกองทัพอินเดียในความเสียสละแบบไม่ต้องสงสัย พูดง่าย ๆ คือ หากคุณเป็นคนอินเดียแล้วดูหนังเรื่องนี้ เลือดรักชาติของคุณจะถูกจุดขึ้นในทันทีอย่างแน่นอน แต่หากคุณเป็นชาวต่างชาติอย่างเช่น จขกท. การจะดูหนังเรื่องนี้ให้อินแบบถึงแก่น คงต้องอาศัยการเอาใจเขา มาใส่ใจเราสักหน่อย หรือจินตนาการว่าศัตรูในเรื่อง คือ เพื่อนบ้าน 4 นาฬิกา อาจจะพอถูไถไปได้
หนังความยาว 198 นาที เรื่องนี้ แบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 2 องก์หลัก ๆ คือ ช่วงแรกก่อนเบรก (หนังอินเดียที่ฉายในโรงจะมี Interval หรือการเบรกครึ่งเรื่องเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะส่วนมากหนังจะมีความยาวมาก) หนังปูพื้นเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปและความสัมพันธ์ของตัวเอกทั้ง 4 คน ที่เข้ามาอยู่ในโรงเรียนนายร้อยของอินเดีย ทั้งในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นและครูฝึก เพื่อที่จะใช้เป็นสารตั้งต้นหลักที่จะนำไปดึงดราม่าในองก์ที่ 2 หลังเบรกของหนัง ในส่วนนี้ จขกท. ว่ามันก็เป็นอะไรที่ดี เพราะทำให้เรารู้จักและผูกพันธ์กับตัวละคร แต่การที่หนังให้เวลาถึงเกือบครึ่งเรื่องนี่ว่าอาจจะนานไป ช่วงแรกแทบจะไม่มีฉากต่อสู้หรืออะไรที่ตื่นเต้นเลย เป็นเรื่องของดราม่าล้วน ๆ ส่วนตัวว่าแอบน่าเบื่อไปหน่อย
แต่ภายหลังจากผ่านเบรกแรกไปแล้ว หนังก็เข้าสู่พาร์ทของการต่อสู้แบบจัดเต็ม ประเคนศึกในสมรภูมิที่อินเดียต้องป้องกันภัยจากปากีสถานอย่างเต็มที่ ซึ่งฉากการต่อสู้ในหนังก็ทำได้ดีในระดับน่าพอใจ ทั้งทางเรือ ทางอากาศ และทางบก แม้ใน 2 ทัพแรกอาจจะดูมีซีนและความตื่นเต้นน้อยไปหน่อย แต่ในส่วนของทัพบกก็เรียกว่าจัดเต็ม มีซีนแปลกตามากมาย ทั้งการต่อสู้ในระยะประชิด การระดมอาวุธหนักมาใส่กัน รวมทั้งการต่อสู้ในสนามเพลาะ ที่ไม่ค่อยได้เห็นในหนังเรื่องอื่น แต่ Border 2 ทำออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ จนมาถึงตอนจบที่ส่วนตัวกลับน้ำตาไม่ไหลไปกับซีนดราม่า อาจเพราะทุกอย่างดูรวบรัดไปหมด นั่นหมายถึงการที่อุตส่าห์วางงานดราม่าไว้อย่างยาวนานในช่วงแรก สำหรับ จขกท. ไม่ได้ผลสักเท่าไหร่
มาถึงเรื่องของงานสร้าง ก็ตามแสตนดาร์ดหนังฟอร์มยักษ์ของอินเดีย CG ก็ดีบ้าง ลอยบ้างว่ากันไป แต่ จขกท. อาจจะผิดหวังกับซีนต่อสู้ทางอากาศกับทางเรือ ที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ อันนี้ ทุกอย่างดูรวบรัดและเข้มข้นน้อยไปหน่อย แต่ไม่ถึงกับแย่ครับ ส่วนของการแสดง เป็นที่รู้กันว่านักแสดงนำในเรื่องนี้ คือ ตัว Top ของวงการ Bollywood เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะ ป๋า Sunny Deol นี่คือหนังที่ทำรายได้เปิดตัวสูงที่สุดของแกตลอดอาชีพนักแสดงกว่า 40 ปีอีกด้วย ฉะนั้น การแสดงไม่ต้องพูดถึงครับ มันดีอยู่แล้ว แต่ที่อยากจะพูดถึง คือ นักแสดงหญิง อย่าง Media Rana สาววัย 26 ปี ที่รับบทเป็นภรรยาของ Major Hosiar ไม่มีอะไรมากครับ สวยดีแค่นั้นครับ 55 จุดสังเกตุอีกอย่างในการเลือกนักแสดงสำหรับเรื่องนี้คือ มีการเกลี่ยนักแสดงที่มาจากหลายศาสนา ทั้ง ฮินดู ซิกข์ หรือที่ดูเหมือนจะเป็นคริสต์ ซึ่งหนังคงต้องการจับจุดความหลากหลายของประเทศอินเดียนั่นเอง
บทสรุปสำหรับ Border 2 ก็คือ เป็นหนังรักชาติตามสูตรสำเร็จ ที่มีตัวร้ายเป็น ปากีสถาน ตามฟอร์ม ซึ่ง จขกท. เคยบอกไว้แล้วว่า หนังสงครามอินเดีย - ปากีสถาน นั้น เป็นเหมือน Safe Zone ของวงการหนังอินเดีย ทำมาแล้วมีคนดู ทำมาแล้วได้ตังค์ เพียงแต่ Border 2 เรื่องนี้ จะเน้นดึงดราม่ามากหน่อย ฉากต่อสู้อาจจะไม่จุใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่น่าเกลียด ใครที่สนใจดู หนังฉายในเครือ M ที่สาขาสุขุมวิท - เอกมัย, พระราม 3, ไอคอนสยาม และ พัทยา บัตรทุกที่นั่งราคา 350 บาท (ยกเว้นที่นั่ง VIP) ครับ แต่ถ้าใครรอได้ ไม่นานเข้า Netflix แน่นอนครับ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
A Better Tomorrow (1986) - โหด เลว ดี... หนังฮ่องกงคลาสสิคตลอดกาลที่ห้ามพลาด !
A Better Tomorrow: โหด เลว ดี " ความสัมพันธ์ของมนุษย์อันซับซ้อน สะท้อนถึงจิตใจคนอันยากแท้หยั่งถึง... " สวัสดีครับทุกท่าน ! เชื่อว่าหลายท่าน อาจจะเคยได
Mal De Pierres
ครบรอบ 20 ปี ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง The Lord of the Rings
12/10/2562 ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 1999 หรือราวๆ 20 ปีที่แล้ว ถือเป็นวันแรกที่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง The Lord of the Rings เริ่มถ่ายทำและนับจากวันนั้น
สมาชิกหมายเลข 3110689
ภาพยนตร์ Hollywood ที่ห้ามพลาด!! เดือนตุลาคม 2025
เข้าสู่ 3 เดือนสุดท้ายของปี 2025 แล้ว ก่อนที่บรรดาหนังเต็งๆจะกลับมาฉายกันอีกครั้งช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ก็จะถูกคั่นกลางด้วยเดือนตุลาคมที่ปกติแล้วจะผสมผสานกั
สมาชิกหมายเลข 8995117
After Yang (2022) - ผ่านมาแค่ให้รู้จัก... หรือผ่านมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งตลอดไป
After Yang (2021): อาฟเตอร์ หยาง " ประณีต คมคายสไตล์ A24... กล่าวถึงความหมายของชีวิตได้อย่างลึกซึ้ง " สวัสดีครับทุกท่าน ! หลังจากที่เดือนที่แล้ว Every
Mal De Pierres
[MLK Weekend] 28 Years Later: The Bone Temple 4 วัน 25-30 ล้าน Avatar หลุดแชมป์ 17-21 ล้าน Housemaid ของจริง 10-12 ล้าน
สุดสัปดาห์ที่ 3 ของปี 2026 ซึ่งเป็นวันหยุดยาว Martin Luther King Jr. Day ในวันจันทร์ และหลังจากที่ Avatar: Fire and Ash ครองแชมป์หนังทำเงินมา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน
สมาชิกหมายเลข 8995117
== Turbulence (2025) นรก..ลอยฟ้า..!! ==
แซค นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จ เขาพาเอมมี่ภรรยาสาวสวยไปฮันนีมูนย้อนหลัง ในประเทศแถบยุโรปตอนกลางในบรรยากาศสุดโรแมนติก ไฮไลต์ของทริปคือการพาภรร
lunar_b
Mortal Kombat II มอร์ทัล คอมแบท 2 2026 ตัวร้ายที่อาจกลายเป็นตัวท็อปของจักรวาลหนัง Mortal Kombat
ในจักรวาลภาพยนตร์ "มอร์ทัล คอมแบท" ที่กำลังจะมีภาค 2 ออกฉายในเดือนพฤษภาคมปี 2026 ตัวร้ายที่หลายคนมองว่ามีโอกาสสูงสุดที่จะกลายเป็นตัวท็อปที่สุดและถูกจด
sence9
ขอหนังญี่ปุ่น แบบฟันกันมันส์ๆหน่อยค่ะ
พอดีเห็นตัวอย่างหนังรูโรนิเคนชินซามูไร น่าดูมาก พระเอกก็หล่อ ไม่เอาแบบเลือดพุ่งกระฉูดนะคะ ขอบคุณค่ะ
สมาชิกหมายเลข 1227858
ช่วยแนะนำหนังเรท R ดีๆคุณภาพคับแก้วหน่อยครับ
พอดีจะหาหนังดูอยากดูหนังพวกเรท R ที่คุณภาพดีครับ ไม่ใช่แค่ว่ามีแต่ฉากหวาบหวิวอยากเดียว อยากได้หนังที่เนื้อเรื่อง พล็อตเรื่องดี ยิ่งถ้าเป็นหนังเรท R ที่ได้รับราง
สมาชิกหมายเลข 1841002
“ทวิภพ (2004)” [The Siam Renaissance 2004 ] เมื่อกระจกบานเดิม สะท้อนภาพสยามในมุมที่ไม่เคยเห็น
ถ้าพูดถึงชื่อ “ทวิภพ” ภาพจำของหลายคนอาจจะเป็นความรักละมุนละไมของคุณหลวงกับแม่มณี แต่สำหรับ ทวิภพฉบับปี 2004 ของผู้กำกับ สุรพงษ์ พินิจค้า คือการตีความที่ "ก
สมาชิกหมายเลข 7918220
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ภาพยนตร์
ภาพยนตร์อินเดีย
ภาพยนตร์แอ็คชั่น
ภาพยนตร์ต่างประเทศ
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
Border 2.. พลีชีพเป็นชาติพลี แผ่นดินนี้ไม่ยอมเสียแม้แต่มิลฯเดียว
อินเดียจะมีธรรมเนียมการฉายหนัง Blockbuster ตามช่วงเวลาที่เป็นวันหยุดสำคัญของประเทศ และในปีนี้ Border 2 ก็เป็นหนัง Bollywood (พูดภาษาฮินดี) ที่ถือว่าเป็นโปรแกรมเพชรสำหรับวันหยุดสำคัญวันแรกของปี นั่นก็คือ วันประกาศความเป็นสาธารณรัฐ (Republic Day) ซึ่งปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 26 ม.ค. (แต่หนังเข้าตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา) ส่วนใหญ่หนังโปรแกรมเพชรที่เข้าฉายในช่วงนี้ ก็จะเป็นหนังสงครามปลุกเร้าความรักชาติ (Patriotic Movies) และแน่นอน Border 2 ก็เป็นเช่นนั้น.. หนังเรื่องนี้เป็นของค่าย T-Series เจ้าพ่อวงการเพลงและหนังระดับบิ๊กเบิ้มของอินเดีย ที่ได้ 2 หนุ่มมือทองแห่งตระกูล Kumar อย่าง Bhushan และ Krishan ที่มีผลงานระดับเอกอุอย่าง Animal (2023), Bhool Bhulaiyaa ทั้ง 3 ภาค และ Raid 1 & 2 มาเป็น Producer ให้ การันตีความมันส์แบบอลังการให้กับหนังไปอีก (หมายเหตุ - Border ภาค 2 นี้ สร้างห่างจากภาคแรกถึง 28 ปี ซึ่ง จขกท. ก็ไม่ได้ดูภาคแรกมาก่อนครับ แต่ถึงจะไม่ได้ดูก็ไม่เป็นไรครับ เนื้อเรื่องไม่ได้ต่อเนื่องกัน)
Border 2 กล่าวถึง เหตุการณ์ในสงครามอินเดีย - ปากีสถาน ในปี ค.ศ.1971 ผ่านตัวแสดงที่เป็นทหารจาก 3 เหล่าทัพ ได้แก่ ทัพบก (Varun Dhawan รับบท Major Hosiar และ Sunny Deol รับบท Lt.Col. Fateh) ทัพอากาศ (Diljit Dosanjh รับบท นักบิน Sekhon) ทัพเรือ (Ahan Shetty รับบท Lt.Cdr. Noronha) โดยหนังนำเสนอให้นักแสดงเหล่านี้ เป็นตัวแทนของทหารที่จะต้องทำภารกิจเพื่อหยุดยั้งการรุกรานจากศัตรู ซึ่งก็คือเพื่อนบ้านอย่าง ปากีสถาน ที่แม้จะต้องพลีชีพก็ต้องยอม แต่จะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่มิลลิเมตรเดียวให้กับศัตรู
หลังจากดูหนังจบแล้ว จขกท. บอกได้เลยว่านี่คือหนัง Patriotic Movies ในอุดมคติแบบล้านเปอร์เซนต์ ดูก็รู้ว่าหนังทำมาเพื่อฉายในโปรแกรม Republic Day Week เพื่อปลุกความรักชาติและสรรเสริญกองทัพอินเดียในความเสียสละแบบไม่ต้องสงสัย พูดง่าย ๆ คือ หากคุณเป็นคนอินเดียแล้วดูหนังเรื่องนี้ เลือดรักชาติของคุณจะถูกจุดขึ้นในทันทีอย่างแน่นอน แต่หากคุณเป็นชาวต่างชาติอย่างเช่น จขกท. การจะดูหนังเรื่องนี้ให้อินแบบถึงแก่น คงต้องอาศัยการเอาใจเขา มาใส่ใจเราสักหน่อย หรือจินตนาการว่าศัตรูในเรื่อง คือ เพื่อนบ้าน 4 นาฬิกา อาจจะพอถูไถไปได้
หนังความยาว 198 นาที เรื่องนี้ แบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 2 องก์หลัก ๆ คือ ช่วงแรกก่อนเบรก (หนังอินเดียที่ฉายในโรงจะมี Interval หรือการเบรกครึ่งเรื่องเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะส่วนมากหนังจะมีความยาวมาก) หนังปูพื้นเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปและความสัมพันธ์ของตัวเอกทั้ง 4 คน ที่เข้ามาอยู่ในโรงเรียนนายร้อยของอินเดีย ทั้งในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นและครูฝึก เพื่อที่จะใช้เป็นสารตั้งต้นหลักที่จะนำไปดึงดราม่าในองก์ที่ 2 หลังเบรกของหนัง ในส่วนนี้ จขกท. ว่ามันก็เป็นอะไรที่ดี เพราะทำให้เรารู้จักและผูกพันธ์กับตัวละคร แต่การที่หนังให้เวลาถึงเกือบครึ่งเรื่องนี่ว่าอาจจะนานไป ช่วงแรกแทบจะไม่มีฉากต่อสู้หรืออะไรที่ตื่นเต้นเลย เป็นเรื่องของดราม่าล้วน ๆ ส่วนตัวว่าแอบน่าเบื่อไปหน่อย
แต่ภายหลังจากผ่านเบรกแรกไปแล้ว หนังก็เข้าสู่พาร์ทของการต่อสู้แบบจัดเต็ม ประเคนศึกในสมรภูมิที่อินเดียต้องป้องกันภัยจากปากีสถานอย่างเต็มที่ ซึ่งฉากการต่อสู้ในหนังก็ทำได้ดีในระดับน่าพอใจ ทั้งทางเรือ ทางอากาศ และทางบก แม้ใน 2 ทัพแรกอาจจะดูมีซีนและความตื่นเต้นน้อยไปหน่อย แต่ในส่วนของทัพบกก็เรียกว่าจัดเต็ม มีซีนแปลกตามากมาย ทั้งการต่อสู้ในระยะประชิด การระดมอาวุธหนักมาใส่กัน รวมทั้งการต่อสู้ในสนามเพลาะ ที่ไม่ค่อยได้เห็นในหนังเรื่องอื่น แต่ Border 2 ทำออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ จนมาถึงตอนจบที่ส่วนตัวกลับน้ำตาไม่ไหลไปกับซีนดราม่า อาจเพราะทุกอย่างดูรวบรัดไปหมด นั่นหมายถึงการที่อุตส่าห์วางงานดราม่าไว้อย่างยาวนานในช่วงแรก สำหรับ จขกท. ไม่ได้ผลสักเท่าไหร่
มาถึงเรื่องของงานสร้าง ก็ตามแสตนดาร์ดหนังฟอร์มยักษ์ของอินเดีย CG ก็ดีบ้าง ลอยบ้างว่ากันไป แต่ จขกท. อาจจะผิดหวังกับซีนต่อสู้ทางอากาศกับทางเรือ ที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ อันนี้ ทุกอย่างดูรวบรัดและเข้มข้นน้อยไปหน่อย แต่ไม่ถึงกับแย่ครับ ส่วนของการแสดง เป็นที่รู้กันว่านักแสดงนำในเรื่องนี้ คือ ตัว Top ของวงการ Bollywood เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะ ป๋า Sunny Deol นี่คือหนังที่ทำรายได้เปิดตัวสูงที่สุดของแกตลอดอาชีพนักแสดงกว่า 40 ปีอีกด้วย ฉะนั้น การแสดงไม่ต้องพูดถึงครับ มันดีอยู่แล้ว แต่ที่อยากจะพูดถึง คือ นักแสดงหญิง อย่าง Media Rana สาววัย 26 ปี ที่รับบทเป็นภรรยาของ Major Hosiar ไม่มีอะไรมากครับ สวยดีแค่นั้นครับ 55 จุดสังเกตุอีกอย่างในการเลือกนักแสดงสำหรับเรื่องนี้คือ มีการเกลี่ยนักแสดงที่มาจากหลายศาสนา ทั้ง ฮินดู ซิกข์ หรือที่ดูเหมือนจะเป็นคริสต์ ซึ่งหนังคงต้องการจับจุดความหลากหลายของประเทศอินเดียนั่นเอง
บทสรุปสำหรับ Border 2 ก็คือ เป็นหนังรักชาติตามสูตรสำเร็จ ที่มีตัวร้ายเป็น ปากีสถาน ตามฟอร์ม ซึ่ง จขกท. เคยบอกไว้แล้วว่า หนังสงครามอินเดีย - ปากีสถาน นั้น เป็นเหมือน Safe Zone ของวงการหนังอินเดีย ทำมาแล้วมีคนดู ทำมาแล้วได้ตังค์ เพียงแต่ Border 2 เรื่องนี้ จะเน้นดึงดราม่ามากหน่อย ฉากต่อสู้อาจจะไม่จุใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่น่าเกลียด ใครที่สนใจดู หนังฉายในเครือ M ที่สาขาสุขุมวิท - เอกมัย, พระราม 3, ไอคอนสยาม และ พัทยา บัตรทุกที่นั่งราคา 350 บาท (ยกเว้นที่นั่ง VIP) ครับ แต่ถ้าใครรอได้ ไม่นานเข้า Netflix แน่นอนครับ