หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
Border 2.. พลีชีพเป็นชาติพลี แผ่นดินนี้ไม่ยอมเสียแม้แต่มิลฯเดียว
กระทู้สนทนา
ภาพยนตร์
ภาพยนตร์อินเดีย
ภาพยนตร์แอ็คชั่น
ภาพยนตร์ต่างประเทศ
อินเดียจะมีธรรมเนียมการฉายหนัง Blockbuster ตามช่วงเวลาที่เป็นวันหยุดสำคัญของประเทศ และในปีนี้ Border 2 ก็เป็นหนัง Bollywood (พูดภาษาฮินดี) ที่ถือว่าเป็นโปรแกรมเพชรสำหรับวันหยุดสำคัญวันแรกของปี นั่นก็คือ วันประกาศความเป็นสาธารณรัฐ (Republic Day) ซึ่งปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 26 ม.ค. (แต่หนังเข้าตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา) ส่วนใหญ่หนังโปรแกรมเพชรที่เข้าฉายในช่วงนี้ ก็จะเป็นหนังสงครามปลุกเร้าความรักชาติ (Patriotic Movies) และแน่นอน Border 2 ก็เป็นเช่นนั้น.. หนังเรื่องนี้เป็นของค่าย T-Series เจ้าพ่อวงการเพลงและหนังระดับบิ๊กเบิ้มของอินเดีย ที่ได้ 2 หนุ่มมือทองแห่งตระกูล Kumar อย่าง Bhushan และ Krishan ที่มีผลงานระดับเอกอุอย่าง Animal (2023), Bhool Bhulaiyaa ทั้ง 3 ภาค และ Raid 1 & 2 มาเป็น Producer ให้ การันตีความมันส์แบบอลังการให้กับหนังไปอีก (หมายเหตุ - Border ภาค 2 นี้ สร้างห่างจากภาคแรกถึง 28 ปี ซึ่ง จขกท. ก็ไม่ได้ดูภาคแรกมาก่อนครับ แต่ถึงจะไม่ได้ดูก็ไม่เป็นไรครับ เนื้อเรื่องไม่ได้ต่อเนื่องกัน)
Border 2 กล่าวถึง เหตุการณ์ในสงครามอินเดีย - ปากีสถาน ในปี ค.ศ.1971 ผ่านตัวแสดงที่เป็นทหารจาก 3 เหล่าทัพ ได้แก่ ทัพบก (Varun Dhawan รับบท Major Hosiar และ Sunny Deol รับบท Lt.Col. Fateh) ทัพอากาศ (Diljit Dosanjh รับบท นักบิน Sekhon) ทัพเรือ (Ahan Shetty รับบท Lt.Cdr. Noronha) โดยหนังนำเสนอให้นักแสดงเหล่านี้ เป็นตัวแทนของทหารที่จะต้องทำภารกิจเพื่อหยุดยั้งการรุกรานจากศัตรู ซึ่งก็คือเพื่อนบ้านอย่าง ปากีสถาน ที่แม้จะต้องพลีชีพก็ต้องยอม แต่จะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่มิลลิเมตรเดียวให้กับศัตรู
หลังจากดูหนังจบแล้ว จขกท. บอกได้เลยว่านี่คือหนัง Patriotic Movies ในอุดมคติแบบล้านเปอร์เซนต์ ดูก็รู้ว่าหนังทำมาเพื่อฉายในโปรแกรม Republic Day Week เพื่อปลุกความรักชาติและสรรเสริญกองทัพอินเดียในความเสียสละแบบไม่ต้องสงสัย พูดง่าย ๆ คือ หากคุณเป็นคนอินเดียแล้วดูหนังเรื่องนี้ เลือดรักชาติของคุณจะถูกจุดขึ้นในทันทีอย่างแน่นอน แต่หากคุณเป็นชาวต่างชาติอย่างเช่น จขกท. การจะดูหนังเรื่องนี้ให้อินแบบถึงแก่น คงต้องอาศัยการเอาใจเขา มาใส่ใจเราสักหน่อย หรือจินตนาการว่าศัตรูในเรื่อง คือ เพื่อนบ้าน 4 นาฬิกา อาจจะพอถูไถไปได้
หนังความยาว 198 นาที เรื่องนี้ แบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 2 องก์หลัก ๆ คือ ช่วงแรกก่อนเบรก (หนังอินเดียที่ฉายในโรงจะมี Interval หรือการเบรกครึ่งเรื่องเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะส่วนมากหนังจะมีความยาวมาก) หนังปูพื้นเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปและความสัมพันธ์ของตัวเอกทั้ง 4 คน ที่เข้ามาอยู่ในโรงเรียนนายร้อยของอินเดีย ทั้งในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นและครูฝึก เพื่อที่จะใช้เป็นสารตั้งต้นหลักที่จะนำไปดึงดราม่าในองก์ที่ 2 หลังเบรกของหนัง ในส่วนนี้ จขกท. ว่ามันก็เป็นอะไรที่ดี เพราะทำให้เรารู้จักและผูกพันธ์กับตัวละคร แต่การที่หนังให้เวลาถึงเกือบครึ่งเรื่องนี่ว่าอาจจะนานไป ช่วงแรกแทบจะไม่มีฉากต่อสู้หรืออะไรที่ตื่นเต้นเลย เป็นเรื่องของดราม่าล้วน ๆ ส่วนตัวว่าแอบน่าเบื่อไปหน่อย
แต่ภายหลังจากผ่านเบรกแรกไปแล้ว หนังก็เข้าสู่พาร์ทของการต่อสู้แบบจัดเต็ม ประเคนศึกในสมรภูมิที่อินเดียต้องป้องกันภัยจากปากีสถานอย่างเต็มที่ ซึ่งฉากการต่อสู้ในหนังก็ทำได้ดีในระดับน่าพอใจ ทั้งทางเรือ ทางอากาศ และทางบก แม้ใน 2 ทัพแรกอาจจะดูมีซีนและความตื่นเต้นน้อยไปหน่อย แต่ในส่วนของทัพบกก็เรียกว่าจัดเต็ม มีซีนแปลกตามากมาย ทั้งการต่อสู้ในระยะประชิด การระดมอาวุธหนักมาใส่กัน รวมทั้งการต่อสู้ในสนามเพลาะ ที่ไม่ค่อยได้เห็นในหนังเรื่องอื่น แต่ Border 2 ทำออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ จนมาถึงตอนจบที่ส่วนตัวกลับน้ำตาไม่ไหลไปกับซีนดราม่า อาจเพราะทุกอย่างดูรวบรัดไปหมด นั่นหมายถึงการที่อุตส่าห์วางงานดราม่าไว้อย่างยาวนานในช่วงแรก สำหรับ จขกท. ไม่ได้ผลสักเท่าไหร่
มาถึงเรื่องของงานสร้าง ก็ตามแสตนดาร์ดหนังฟอร์มยักษ์ของอินเดีย CG ก็ดีบ้าง ลอยบ้างว่ากันไป แต่ จขกท. อาจจะผิดหวังกับซีนต่อสู้ทางอากาศกับทางเรือ ที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ อันนี้ ทุกอย่างดูรวบรัดและเข้มข้นน้อยไปหน่อย แต่ไม่ถึงกับแย่ครับ ส่วนของการแสดง เป็นที่รู้กันว่านักแสดงนำในเรื่องนี้ คือ ตัว Top ของวงการ Bollywood เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะ ป๋า Sunny Deol นี่คือหนังที่ทำรายได้เปิดตัวสูงที่สุดของแกตลอดอาชีพนักแสดงกว่า 40 ปีอีกด้วย ฉะนั้น การแสดงไม่ต้องพูดถึงครับ มันดีอยู่แล้ว แต่ที่อยากจะพูดถึง คือ นักแสดงหญิง อย่าง Media Rana สาววัย 26 ปี ที่รับบทเป็นภรรยาของ Major Hosiar ไม่มีอะไรมากครับ สวยดีแค่นั้นครับ 55 จุดสังเกตุอีกอย่างในการเลือกนักแสดงสำหรับเรื่องนี้คือ มีการเกลี่ยนักแสดงที่มาจากหลายศาสนา ทั้ง ฮินดู ซิกข์ หรือที่ดูเหมือนจะเป็นคริสต์ ซึ่งหนังคงต้องการจับจุดความหลากหลายของประเทศอินเดียนั่นเอง
บทสรุปสำหรับ Border 2 ก็คือ เป็นหนังรักชาติตามสูตรสำเร็จ ที่มีตัวร้ายเป็น ปากีสถาน ตามฟอร์ม ซึ่ง จขกท. เคยบอกไว้แล้วว่า หนังสงครามอินเดีย - ปากีสถาน นั้น เป็นเหมือน Safe Zone ของวงการหนังอินเดีย ทำมาแล้วมีคนดู ทำมาแล้วได้ตังค์ เพียงแต่ Border 2 เรื่องนี้ จะเน้นดึงดราม่ามากหน่อย ฉากต่อสู้อาจจะไม่จุใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่น่าเกลียด ใครที่สนใจดู หนังฉายในเครือ M ที่สาขาสุขุมวิท - เอกมัย, พระราม 3, ไอคอนสยาม และ พัทยา บัตรทุกที่นั่งราคา 350 บาท (ยกเว้นที่นั่ง VIP) ครับ แต่ถ้าใครรอได้ ไม่นานเข้า Netflix แน่นอนครับ
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
Venom 3 มาแล้ว! "The Last Dance" สมศักดิ์ศรีภาคสุดท้ายจริงไหม? มาดูกันครับ!
: Venom 3 มาแล้ว! "The Last Dance" สมศักดิ์ศรีภาคสุดท้ายจริงไหม? มาดูกันครับ! สวัสดีครับเพื่อนสมาชิกชาว Pantip ทุกท่าน! วันนี้ผมจะขออาสามาสวมวิญญาณนักรีวิว (แบบบ้านๆ) มาเล่าสู่กันฟังถึงภาพย
สมาชิกหมายเลข 1361058
คิดว่า จะมีการปรับค่าครองชีพ จนเงินเดือนที่เราได้ มันปรับตามไม่ทันกันอีกช่วงไหนครับ
เพราะ ค่าครองชีพผ่านมา 30-50 ปี ราคาอาหาร ราคาทอง ฯลฯ มันปรับขึ้นมากมาย แต่ไม่รู้ว่าเงินเดือนมันปรับตามทันมั้ยครับ
สมาชิกหมายเลข 6392772
== Mast Mein Rehne Ka (2023) คนเหงา.. ในเมืองใหญ่ ==
วิรัช ชายชราวัยเกษียณที่อาศัยอยู่ตามลำพัง ชีวิตของเขาอยู่ในแบบแผนทุกอย่างตั้งแต่ตื่นเช้าจนถึงเข้านอน ทั้งไปออกกำลังกายท่สวนสาธารณะ กินข้าวที่เริ่มเดิม ซื้อของที่ร้านชำเจ้าเดิม อ่านหนังสือแบบเดิม กิจ
lunar_b
== Peepli Live (2010) ..ความพิกลพิการของสื่อสารมวลชน.. ==
นาธา ชาวนายากจนแห่ง Peepli หมู่บ้านเล็กๆในรัฐมุกคยาประเทศ ต้องดิ้นรนเพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว เงินจะกินยังแทบไม่พอ ก็ต้องมาเจอข่าวร้ายอีกเมื่อธนาคารเตรียมที่จะยึดที่นาของเขาหากไม่ชำระเงินกู้ที่ติ
lunar_b
ทำไมหนังอินเดียBollywood ต้องใช้ชื่อเหมือนหนังHollywood หนังฝรั่งอเมริกาครับ
อินเดีย Bollywood มะกันHollywood เหมือนตั้งใจใช้ชื่อให้เหมือนกันเลย แค่สลับตัวอักษร
สมาชิกหมายเลข 6582822
10 เหตุผลที่ควรดู Dhurandhar ทั้ง 2 ภาค (น่าดูไม่แพ้คังคุไบ และ RRR)
Dhurandhar ภาคแรก ดูไปหลายสัปดาห์ก่อนใน Netflix ส่วนภาค 2 ตอนนี้ยังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์อยู่ ในเมืองไทยมีฉายแค่ในโรงภาพยนตร์ SF ไม่กี่ที่ แนะนำให้ดูภาคแรกใน Netflix ตามด้วยไปดูในโรงภาพยนตร์ SF ใกล้บ้าน
สมาชิกหมายเลข 4263008
Dune: Part Two (2024) - มหากาพย์ที่สมบูรณ์แบบ! ผมนี่ลุกขึ้นยืนปรบมือให้เลยครับ!
: Dune: Part Two (2024) - มหากาพย์ที่สมบูรณ์แบบ! ผมนี่ลุกขึ้นยืนปรบมือให้เลยครับ! สวัสดีครับชาวพันทิปทุกท่าน วันนี้ผมขอมาเล่าประสบการณ์ตรงหลังดู Dune: Part Two กันแบบสดๆ ร้อนๆ เลยนะครับ บอกเลยว่าถ้าใ
สมาชิกหมายเลข 1361058
Dhurandhar.. อภิมหาหนังอินเดีย ที่กำลังทำลายสถิติข้ามปีแบบไม่มีอะไรฉุดรั้งได้แล้ว
เดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา ในขณะที่วงการหนัง Hollywood กำลังตื่นเต้นกับภาคต่อที่ 3 ของ Avatar ที่กำลังโกยรายได้จากกระเป๋าชาวโลกอย่างสนุกสนาน รวมทั้ง Animation น่ารัก ๆ ของชีวิตสัตว์โลกอย่าง Zootopia 2 ซึ
รักคนอ่าน
ทีเซอร์ซีรี่ส์ละครอินเดียเรื่องใหม่แนวสยองขวัญเกี่ยวกับแม่มดที่จะฉายในอินเดียเดือนธันวา ไทยน่าจะซื้อเข้ามาฉายบ้าง
ละครอินเดียแนวลึกลับสยองขวัญเรื่อง ( ดายัณ) แปลว่าแม่มด แสดงโดยนางเอกชื่อดังชาวปากีสถานชื่อโมนาลิซ่าทีเซอร์น่าดูมาก https://youtu.be/eKVFF4rwGa0
นกน้อยนำโชค
รีวิวเรื่อง Mercy (2026)
ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้ค่อนข้างสนุกทีเดียว พล็อตอาจจะไม่ได้ดูแปลกมาก แต่ก็คิดว่าหนังเล่าออกมาไม่ได้น่าเบื่ออะไร ภาพกับฉากก็เว่อร์ๆ ดี พวกซีนไซไฟจอมอนิเตอร์หรือโฮโลแกรมล้ำๆ ก็ทำออกมาดี ค่อยๆ เล่าจากที่พ
รักโอโนดะ ซาคามิจิ
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
ภาพยนตร์
ภาพยนตร์อินเดีย
ภาพยนตร์แอ็คชั่น
ภาพยนตร์ต่างประเทศ
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
Border 2.. พลีชีพเป็นชาติพลี แผ่นดินนี้ไม่ยอมเสียแม้แต่มิลฯเดียว
อินเดียจะมีธรรมเนียมการฉายหนัง Blockbuster ตามช่วงเวลาที่เป็นวันหยุดสำคัญของประเทศ และในปีนี้ Border 2 ก็เป็นหนัง Bollywood (พูดภาษาฮินดี) ที่ถือว่าเป็นโปรแกรมเพชรสำหรับวันหยุดสำคัญวันแรกของปี นั่นก็คือ วันประกาศความเป็นสาธารณรัฐ (Republic Day) ซึ่งปีนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ 26 ม.ค. (แต่หนังเข้าตั้งแต่วันศุกร์ที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา) ส่วนใหญ่หนังโปรแกรมเพชรที่เข้าฉายในช่วงนี้ ก็จะเป็นหนังสงครามปลุกเร้าความรักชาติ (Patriotic Movies) และแน่นอน Border 2 ก็เป็นเช่นนั้น.. หนังเรื่องนี้เป็นของค่าย T-Series เจ้าพ่อวงการเพลงและหนังระดับบิ๊กเบิ้มของอินเดีย ที่ได้ 2 หนุ่มมือทองแห่งตระกูล Kumar อย่าง Bhushan และ Krishan ที่มีผลงานระดับเอกอุอย่าง Animal (2023), Bhool Bhulaiyaa ทั้ง 3 ภาค และ Raid 1 & 2 มาเป็น Producer ให้ การันตีความมันส์แบบอลังการให้กับหนังไปอีก (หมายเหตุ - Border ภาค 2 นี้ สร้างห่างจากภาคแรกถึง 28 ปี ซึ่ง จขกท. ก็ไม่ได้ดูภาคแรกมาก่อนครับ แต่ถึงจะไม่ได้ดูก็ไม่เป็นไรครับ เนื้อเรื่องไม่ได้ต่อเนื่องกัน)
Border 2 กล่าวถึง เหตุการณ์ในสงครามอินเดีย - ปากีสถาน ในปี ค.ศ.1971 ผ่านตัวแสดงที่เป็นทหารจาก 3 เหล่าทัพ ได้แก่ ทัพบก (Varun Dhawan รับบท Major Hosiar และ Sunny Deol รับบท Lt.Col. Fateh) ทัพอากาศ (Diljit Dosanjh รับบท นักบิน Sekhon) ทัพเรือ (Ahan Shetty รับบท Lt.Cdr. Noronha) โดยหนังนำเสนอให้นักแสดงเหล่านี้ เป็นตัวแทนของทหารที่จะต้องทำภารกิจเพื่อหยุดยั้งการรุกรานจากศัตรู ซึ่งก็คือเพื่อนบ้านอย่าง ปากีสถาน ที่แม้จะต้องพลีชีพก็ต้องยอม แต่จะไม่ยอมเสียดินแดนแม้แต่มิลลิเมตรเดียวให้กับศัตรู
หลังจากดูหนังจบแล้ว จขกท. บอกได้เลยว่านี่คือหนัง Patriotic Movies ในอุดมคติแบบล้านเปอร์เซนต์ ดูก็รู้ว่าหนังทำมาเพื่อฉายในโปรแกรม Republic Day Week เพื่อปลุกความรักชาติและสรรเสริญกองทัพอินเดียในความเสียสละแบบไม่ต้องสงสัย พูดง่าย ๆ คือ หากคุณเป็นคนอินเดียแล้วดูหนังเรื่องนี้ เลือดรักชาติของคุณจะถูกจุดขึ้นในทันทีอย่างแน่นอน แต่หากคุณเป็นชาวต่างชาติอย่างเช่น จขกท. การจะดูหนังเรื่องนี้ให้อินแบบถึงแก่น คงต้องอาศัยการเอาใจเขา มาใส่ใจเราสักหน่อย หรือจินตนาการว่าศัตรูในเรื่อง คือ เพื่อนบ้าน 4 นาฬิกา อาจจะพอถูไถไปได้
หนังความยาว 198 นาที เรื่องนี้ แบ่งการเล่าเรื่องออกเป็น 2 องก์หลัก ๆ คือ ช่วงแรกก่อนเบรก (หนังอินเดียที่ฉายในโรงจะมี Interval หรือการเบรกครึ่งเรื่องเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะส่วนมากหนังจะมีความยาวมาก) หนังปูพื้นเรื่องราวความเป็นมาเป็นไปและความสัมพันธ์ของตัวเอกทั้ง 4 คน ที่เข้ามาอยู่ในโรงเรียนนายร้อยของอินเดีย ทั้งในฐานะเพื่อนร่วมรุ่นและครูฝึก เพื่อที่จะใช้เป็นสารตั้งต้นหลักที่จะนำไปดึงดราม่าในองก์ที่ 2 หลังเบรกของหนัง ในส่วนนี้ จขกท. ว่ามันก็เป็นอะไรที่ดี เพราะทำให้เรารู้จักและผูกพันธ์กับตัวละคร แต่การที่หนังให้เวลาถึงเกือบครึ่งเรื่องนี่ว่าอาจจะนานไป ช่วงแรกแทบจะไม่มีฉากต่อสู้หรืออะไรที่ตื่นเต้นเลย เป็นเรื่องของดราม่าล้วน ๆ ส่วนตัวว่าแอบน่าเบื่อไปหน่อย
แต่ภายหลังจากผ่านเบรกแรกไปแล้ว หนังก็เข้าสู่พาร์ทของการต่อสู้แบบจัดเต็ม ประเคนศึกในสมรภูมิที่อินเดียต้องป้องกันภัยจากปากีสถานอย่างเต็มที่ ซึ่งฉากการต่อสู้ในหนังก็ทำได้ดีในระดับน่าพอใจ ทั้งทางเรือ ทางอากาศ และทางบก แม้ใน 2 ทัพแรกอาจจะดูมีซีนและความตื่นเต้นน้อยไปหน่อย แต่ในส่วนของทัพบกก็เรียกว่าจัดเต็ม มีซีนแปลกตามากมาย ทั้งการต่อสู้ในระยะประชิด การระดมอาวุธหนักมาใส่กัน รวมทั้งการต่อสู้ในสนามเพลาะ ที่ไม่ค่อยได้เห็นในหนังเรื่องอื่น แต่ Border 2 ทำออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ จนมาถึงตอนจบที่ส่วนตัวกลับน้ำตาไม่ไหลไปกับซีนดราม่า อาจเพราะทุกอย่างดูรวบรัดไปหมด นั่นหมายถึงการที่อุตส่าห์วางงานดราม่าไว้อย่างยาวนานในช่วงแรก สำหรับ จขกท. ไม่ได้ผลสักเท่าไหร่
มาถึงเรื่องของงานสร้าง ก็ตามแสตนดาร์ดหนังฟอร์มยักษ์ของอินเดีย CG ก็ดีบ้าง ลอยบ้างว่ากันไป แต่ จขกท. อาจจะผิดหวังกับซีนต่อสู้ทางอากาศกับทางเรือ ที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ อันนี้ ทุกอย่างดูรวบรัดและเข้มข้นน้อยไปหน่อย แต่ไม่ถึงกับแย่ครับ ส่วนของการแสดง เป็นที่รู้กันว่านักแสดงนำในเรื่องนี้ คือ ตัว Top ของวงการ Bollywood เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะ ป๋า Sunny Deol นี่คือหนังที่ทำรายได้เปิดตัวสูงที่สุดของแกตลอดอาชีพนักแสดงกว่า 40 ปีอีกด้วย ฉะนั้น การแสดงไม่ต้องพูดถึงครับ มันดีอยู่แล้ว แต่ที่อยากจะพูดถึง คือ นักแสดงหญิง อย่าง Media Rana สาววัย 26 ปี ที่รับบทเป็นภรรยาของ Major Hosiar ไม่มีอะไรมากครับ สวยดีแค่นั้นครับ 55 จุดสังเกตุอีกอย่างในการเลือกนักแสดงสำหรับเรื่องนี้คือ มีการเกลี่ยนักแสดงที่มาจากหลายศาสนา ทั้ง ฮินดู ซิกข์ หรือที่ดูเหมือนจะเป็นคริสต์ ซึ่งหนังคงต้องการจับจุดความหลากหลายของประเทศอินเดียนั่นเอง
บทสรุปสำหรับ Border 2 ก็คือ เป็นหนังรักชาติตามสูตรสำเร็จ ที่มีตัวร้ายเป็น ปากีสถาน ตามฟอร์ม ซึ่ง จขกท. เคยบอกไว้แล้วว่า หนังสงครามอินเดีย - ปากีสถาน นั้น เป็นเหมือน Safe Zone ของวงการหนังอินเดีย ทำมาแล้วมีคนดู ทำมาแล้วได้ตังค์ เพียงแต่ Border 2 เรื่องนี้ จะเน้นดึงดราม่ามากหน่อย ฉากต่อสู้อาจจะไม่จุใจเท่าไหร่ แต่ก็ไม่น่าเกลียด ใครที่สนใจดู หนังฉายในเครือ M ที่สาขาสุขุมวิท - เอกมัย, พระราม 3, ไอคอนสยาม และ พัทยา บัตรทุกที่นั่งราคา 350 บาท (ยกเว้นที่นั่ง VIP) ครับ แต่ถ้าใครรอได้ ไม่นานเข้า Netflix แน่นอนครับ