จากปฏิทินแผ่นเก่า…สู่สัญญาณที่เชื่อมต่อชีวิตทั้งหมู่บ้าน
เรื่องราวของบ้านเลาสูนอก จังหวัดลำปาง เริ่มต้นจากสิ่งที่เล็กและธรรมดาที่สุด คือ “ข้อความลายมือบนปฏิทินแผ่นเก่า” แผ่นหนึ่ง
ข้อความนั้นไม่ได้เขียนอย่างสวยงาม ไม่ได้ผ่านการออกแบบกราฟิก แต่กลับเต็มไปด้วยพลังของความหวังจากคนทั้งหมู่บ้าน
“บ้านเลาสูนอก ต้องการสัญญาณโทรศัพท์ทรู เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารให้เท่าเทียมกัน และเพื่อการศึกษา ตลอดยามฉุกเฉิน”
สำหรับใครหลายคน นี่อาจเป็นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่ง แต่สำหรับทีมงานทรู ข้อความนี้คือเสียงเรียกร้องที่มีความหมาย และเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจสำคัญในการนำโครงข่ายสื่อสารเข้าไปถึงพื้นที่ที่โลกแทบจะลืมเลือน
บ้านเลาสูนอกเป็นหมู่บ้านเล็กๆ บนดอยสูง ในอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เส้นทางขึ้นหมู่บ้านคดเคี้ยวและยากลำบาก ถนนลาดยางสลับลูกรัง บางช่วงยังมีร่องรอยดินสไลด์ให้เห็น การเดินทางใช้เวลาหลายชั่วโมง แม้จะอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่กี่สิบกิโลเมตร แต่กลับเหมือนอยู่คนละโลก
ภูเขาที่โอบล้อมหมู่บ้านไว้ แม้จะสร้างความสวยงามและความสงบ แต่ก็เป็นกำแพงธรรมชาติที่บดบังสัญญาณโทรศัพท์มานานหลายสิบปี
เกือบ 100 ชีวิตในหมู่บ้านต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีสัญญาณมือถือ หากต้องการติดต่อโลกภายนอก ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปไกลกว่า 2 กิโลเมตร
ในวันที่ฝนตกหนัก หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน การติดต่อขอความช่วยเหลือจึงเป็นเรื่องยากและเสี่ยงอันตราย
ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกสบาย แต่คือเรื่องความปลอดภัย การศึกษา และปากท้อง เด็กๆ ไม่สามารถค้นคว้าหาความรู้ผ่านอินเทอร์เน็ต ช่วงโควิดต้องย้ายไปอยู่หมู่บ้านอื่นเพื่อเรียนออนไลน์
ชาวบ้านที่ปลูกกาแฟขาย ไม่สามารถติดต่อพ่อค้าได้ทันเวลา หลายครั้งต้องขายขาดทุนเพราะข้อมูลราคาไม่อัปเดต ทั้งหมดนี้คือผลของ
“การไม่มีสัญญาณ” การที่ทีมงานทรูตัดสินใจลงพื้นที่จริง จึงเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ เพราะปัญหาแบบนี้ไม่สามารถมองเห็นได้จากแผนที่
หรือรายงานในห้องประชุม ต้องไปเห็นด้วยตา เดินบนเส้นทางจริง ฟังเสียงของชาวบ้านจริง จึงจะเข้าใจว่าสัญญาณโทรศัพท์สำหรับที่นี่ ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานของชีวิต”
การทำงานในพื้นที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ตั้งแต่การเลือกจุดติดตั้งที่ต้องครอบคลุมทั้งหมู่บ้าน การใช้คลื่น 900 MHz เพื่อให้สัญญาณกระจายได้ไกล
และเสถียร การขนย้ายอุปกรณ์ผ่านเส้นทางลำบาก ไปจนถึงการเตรียมแบตเตอรี่สำรอง เพราะพื้นที่ห่างไกลมักเกิดไฟฟ้าดับบ่อย
ทุกขั้นตอนสะท้อนให้เห็นว่า นี่ไม่ใช่งานติดตั้งทั่วไป แต่คือภารกิจที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ความอดทน และหัวใจของผู้ทำงาน
วันที่ 16 มกราคม 2569 สัญญาณแรกของทรูเดินทางถึงบ้านเลาสูนอกวันนั้นไม่ใช่แค่วันที่เสาสัญญาณเปิดใช้งาน แต่คือวันที่หมู่บ้านเล็กๆ บนดอย
ได้กลับมาเชื่อมต่อกับโลกภายนอกอีกครั้ง โทรศัพท์เครื่องแรกที่ดังขึ้น ไม่ใช่แค่เสียงสายเรียกเข้า แต่มันคือเสียงของโอกาส เสียงของความปลอดภัย
และเสียงของความเท่าเทียม ต่อจากนี้ เด็กๆ สามารถเรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ต ชาวบ้านติดต่อค้าขายได้สะดวก ผู้ป่วยฉุกเฉินโทรหาโรงพยาบาลได้ทันที
ลูกหลานที่ไปทำงานไกลบ้านโทรกลับมาหาพ่อแม่ได้ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งเลือกจะ “ลงไปถึงพื้นที่จริง”
การพัฒนาอย่างแท้จริง ต้องเริ่มจากการเดินเข้าไปหาคน ไม่ใช่รอให้คนในพื้นที่ห่างไกล เดินออกมาหาโอกาสเอง เพราะสัญญาณที่มีความหมาย
ไม่ใช่แค่สัญญาณที่แรง แต่คือสัญญาณที่เชื่อมต่อชีวิตผู้คน และยืนยันว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ไกลแค่ไหน คุณก็มีคุณค่า และควรได้รับโอกาสเท่าเทียมกับทุกคนในสังคม
https://trueblog.info/blog/ban-laosu-nok-3/?fbclid=IwY2xjawPmr1xleHRuA2FlbQIxMABicmlkETF5emw2d0NseEZEeFhRblFBc3J0YwZhcHBfaWQQMjIyMDM5MTc4ODIwMDg5MgABHnjbpwtqdBZebOOZqkKn_bdaTDxZ8CZ6YwHkbAaVJa0tm-Zh8Iar1lAaWEiA_aem_cG5HQ7PbU43HRtf4sy8S6Q
https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9690000007458
ข้อความบนปฏิทินแผ่นเก่า..พลังของมันพาทั้งหมู่บ้าน เชื่อมต่อกับโลก และโอกาสใหม่ในชีวิต
เรื่องราวของบ้านเลาสูนอก จังหวัดลำปาง เริ่มต้นจากสิ่งที่เล็กและธรรมดาที่สุด คือ “ข้อความลายมือบนปฏิทินแผ่นเก่า” แผ่นหนึ่ง
ข้อความนั้นไม่ได้เขียนอย่างสวยงาม ไม่ได้ผ่านการออกแบบกราฟิก แต่กลับเต็มไปด้วยพลังของความหวังจากคนทั้งหมู่บ้าน
สำหรับใครหลายคน นี่อาจเป็นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่ง แต่สำหรับทีมงานทรู ข้อความนี้คือเสียงเรียกร้องที่มีความหมาย และเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจสำคัญในการนำโครงข่ายสื่อสารเข้าไปถึงพื้นที่ที่โลกแทบจะลืมเลือน
บ้านเลาสูนอกเป็นหมู่บ้านเล็กๆ บนดอยสูง ในอำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง เส้นทางขึ้นหมู่บ้านคดเคี้ยวและยากลำบาก ถนนลาดยางสลับลูกรัง บางช่วงยังมีร่องรอยดินสไลด์ให้เห็น การเดินทางใช้เวลาหลายชั่วโมง แม้จะอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่กี่สิบกิโลเมตร แต่กลับเหมือนอยู่คนละโลก
ภูเขาที่โอบล้อมหมู่บ้านไว้ แม้จะสร้างความสวยงามและความสงบ แต่ก็เป็นกำแพงธรรมชาติที่บดบังสัญญาณโทรศัพท์มานานหลายสิบปี
เกือบ 100 ชีวิตในหมู่บ้านต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีสัญญาณมือถือ หากต้องการติดต่อโลกภายนอก ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปไกลกว่า 2 กิโลเมตร
ในวันที่ฝนตกหนัก หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน การติดต่อขอความช่วยเหลือจึงเป็นเรื่องยากและเสี่ยงอันตราย
ไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวกสบาย แต่คือเรื่องความปลอดภัย การศึกษา และปากท้อง เด็กๆ ไม่สามารถค้นคว้าหาความรู้ผ่านอินเทอร์เน็ต ช่วงโควิดต้องย้ายไปอยู่หมู่บ้านอื่นเพื่อเรียนออนไลน์
ชาวบ้านที่ปลูกกาแฟขาย ไม่สามารถติดต่อพ่อค้าได้ทันเวลา หลายครั้งต้องขายขาดทุนเพราะข้อมูลราคาไม่อัปเดต ทั้งหมดนี้คือผลของ
“การไม่มีสัญญาณ” การที่ทีมงานทรูตัดสินใจลงพื้นที่จริง จึงเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ เพราะปัญหาแบบนี้ไม่สามารถมองเห็นได้จากแผนที่
หรือรายงานในห้องประชุม ต้องไปเห็นด้วยตา เดินบนเส้นทางจริง ฟังเสียงของชาวบ้านจริง จึงจะเข้าใจว่าสัญญาณโทรศัพท์สำหรับที่นี่ ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานของชีวิต”
และเสถียร การขนย้ายอุปกรณ์ผ่านเส้นทางลำบาก ไปจนถึงการเตรียมแบตเตอรี่สำรอง เพราะพื้นที่ห่างไกลมักเกิดไฟฟ้าดับบ่อย
ทุกขั้นตอนสะท้อนให้เห็นว่า นี่ไม่ใช่งานติดตั้งทั่วไป แต่คือภารกิจที่ต้องใช้ทั้งความรู้ ความอดทน และหัวใจของผู้ทำงาน
วันที่ 16 มกราคม 2569 สัญญาณแรกของทรูเดินทางถึงบ้านเลาสูนอกวันนั้นไม่ใช่แค่วันที่เสาสัญญาณเปิดใช้งาน แต่คือวันที่หมู่บ้านเล็กๆ บนดอย
ได้กลับมาเชื่อมต่อกับโลกภายนอกอีกครั้ง โทรศัพท์เครื่องแรกที่ดังขึ้น ไม่ใช่แค่เสียงสายเรียกเข้า แต่มันคือเสียงของโอกาส เสียงของความปลอดภัย
และเสียงของความเท่าเทียม ต่อจากนี้ เด็กๆ สามารถเรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ต ชาวบ้านติดต่อค้าขายได้สะดวก ผู้ป่วยฉุกเฉินโทรหาโรงพยาบาลได้ทันที
ลูกหลานที่ไปทำงานไกลบ้านโทรกลับมาหาพ่อแม่ได้ตลอดเวลา ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งเลือกจะ “ลงไปถึงพื้นที่จริง”
การพัฒนาอย่างแท้จริง ต้องเริ่มจากการเดินเข้าไปหาคน ไม่ใช่รอให้คนในพื้นที่ห่างไกล เดินออกมาหาโอกาสเอง เพราะสัญญาณที่มีความหมาย
ไม่ใช่แค่สัญญาณที่แรง แต่คือสัญญาณที่เชื่อมต่อชีวิตผู้คน และยืนยันว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ไกลแค่ไหน คุณก็มีคุณค่า และควรได้รับโอกาสเท่าเทียมกับทุกคนในสังคม
https://mgronline.com/cyberbiz/detail/9690000007458