เราโคตรจะเหนื่อย ตอนนี้เราอยู่บ้านปู่ย่าเพื่อเรียน พ่อกับแม่อยู่ต่างจังหวัด เวลาปิดเทอมอะไรงี้เราจะไปหาตลอด ซึ่งพ่อเราติดสารเสพติดแถมกับกินเบียร์ทุกวันไม่ใช่น้อยๆ เวลาตกเย็นมากินข้าวไรงี้ ก็ชอบหาเรื่องมาคุย ว่าให้เพื่อนบ้านบ้าง ว่าให้แม่บ้าง ระแวงไปเรื่อย ดูพูดไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครพึ่งพาได้สักคน มีแต่คนว่าให้เรา ดูพูดไปเรื่อยมากอะ ใครกันแน่ที่ว่าให้ใคร ตัวเองล้วนๆ
ตอนจะนอนก็บ่นๆๆบ่นให้แม่ ปกติคนเสพใช่มั้ยชอบระแวงว่าแม่มีชู้ ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ มีแต่พูดไม่มีใครสนใจตัวเอง เป็นแบบนี้ตั้งแต่เราเด็กจนเราอายุ19แล้วอะเข้ามหาลัยแล้วอะ เคยเลิกได้แต่ก็กลับมาเหมือนเดิม เคยทำให้ปู่ย่าก็คือพ่อแม่แท้ๆของพ่อเสียใจมากมาแล้ว ที่เขาบอกว่า ปลาเน่าตัวเดียวตายทั้งบ่อ ก็คือในบ้านมีคนเดียวที่พาคนอื่นทุกข์ จนย่าเรามีโรคประจำตัวคือเส้นเลือดในสมองตีบ ก็ยังไม่เลิกให้แม่ตัวเอง ไม่เคยคิดได้สักที ยังจะสร้างปัญหามาบั่นทอนจิตใจย่าเหมือนเดิม บอกก็ไม่ฟัง
ปีใหม่ที่ผ่านมานี้เราก็ฉลองกันปกติ เอาละกินเบียร์มาตลอดทั้งวันชอบอ้างว่าเทศกาลเขากินกันทั่วบ้านทั่วเมืองตกเย็นเพื่อนบ้านชวนไปร้องเพลงพ่อก็ไปแล้วกินไม่ยั้งเลยทีนี้ทั้งเบียร์ทั้งเหล้า พอกลับบ้านมาหาเรื่องแม่แถมถีบแม่ด้วย โคตรจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตเราอีกเรื่องนึงเลย แม่ก็บอกให้พี่สาวเราโทรหาตำรวจ พี่ก็โทร พ่อก็บอกอย่าโทร ยังไงก็ไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่โตอะเนาะก็จำใจวางสาย แต่เราอยากให้ตำรวจมาจับพ่อไปมากๆทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็ได้ แต่ใจเรามันไม่เด็ดสักที
จนตอนนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิมความคิดความสำนึกไม่เหลือมีแต่คิดลบให้คนอื่น ถ้าบอกว่าคนที่ขาดความใส่ใจหรืออะไรจนต้องทำให้ไปพึ่งยา ขอบอกไว้เลยว่า หนทางอื่นที่ดีกว่านี้มีอีกเยอะแต่เขาเลือกที่จะพึ่งยา มันอยู่ที่สันดานความคิดและจิตสำนึกไม่ใช่หรอ รู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี แต่ทำไมยังเลือกทางที่ผิด ตอนนี้เราก็ไม่รู้จะทำยังไง อนาคตคิดไว้แล้วว่าจะทำอะไรต่อไปแต่สุดท้ายก็กลับมาคิดเรื่องพ่อเรื่องเดียว มันเหมือนมีติ่งที่งอกออกมา แล้วทำให้ทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างที่คิด
เราไม่รู้ว่าพ่อจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ไม่รู้ว่าชีวิตครอบครัวเราจะจบลงแบบไหนดีหรือไม่ดี เราโคตรจะเครียด แต่ก็หาอะไรทำให้ตัวเองไม่เครียด ฟังเพลง ดูศิลปินที่ชอบ แต่มันก็อดคิดเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ
เราขอต่อนะ แล้วพ่อชอบมาบังคับชีวิตเรา คือบอกว่าเรียนจบให้มาอยู่บ้านไม่ต้องไปทำงานออกไปลำบาก คือพ่อชอบเราชีวิตตัวเองมาเป็นข้อกำหนดชีวิตเรา พ่อเคยรับงานก่อสร้างมาก่อน พ่อเคยทำงานรับจ้างคนอื่นซึ่งก็ยอมรับว่ามันลำบากมากจริงๆ แต่ชีวิตเราเราเลือกเอง เราอยากออกไปทำงานสมัครงานบ้างเราอยากมีประสบการณ์ อยากทำอะไรใหม่ๆ เราอยากทำอะไรที่มันได้เงินอะ อยากหาเงินเยอะๆแล้วค่อยมาสร้างธุรกิจตัวเองก็ได้
ในความคิดของพ่อคือ อยู่บ้านสบายกว่า ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร แล้วบอกด้วยว่า“เห็นมั้ยตอนปิดเทอมมันสบายมั้ย”หมายถึงปิดเทอมในตอนเรียนแล้วมาอยู่กับพ่อมันสบาย คือตอนนั้นก็ตอนนี้มันไม่เหมือนกันใช่มั้ยละ ในเมื่อเราโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้วเรามีความคิดเป็นของตัวเองไม่ใช่จะมานอนแบมือขอเงินตลอดมันก็ไม่ใช่ เหมือนปิดโอกาสการเติบโตของเรา
ถ้าบอกว่าทำงานขายของช่วยพ่อสิ เราทำได้นะแต่อยากทำอะไรใหม่ๆเหมือนกัน จะบอกไว้ก่อนเลย ตั้งแต่พ่อทำงานมา ไม่เคยมีเงินเก็บเลย ตอนนี้สร้างบ้านอยู่ยังขอเงินย่าอยู่เลย อันนี้เราไม่ได้จะว่าอะไรพ่อหรือดูถูกพ่อ แต่เราคิดว่าการที่เรียนจบมาแล้วมาอยู่บ้าน ซึ่งบ้านพ่อเนี่ยมีธุรกิจอยู่อย่างเดียว ขายได้กำไรก็ไปซื้อของมาลงใหม่ มันวนแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนมากย่าจะเป็นคนเลี้ยงเรา แต่เรารู้ว่าที่เรามีของใช้ทุกวันนี้ก็เงินพ่อส่วนนึง คือเราอยากมีช่องทางหาเงินให้มันมากขึ้นอะ ไม่ใช่จะอยู่บ้านแล้วเจอแต่กับอะไรเดิมๆ(เรื่องพ่อที่เล่าไปตอนแรก) อาจมีส่วนที่เราอยากออกมาปลดปล่อย ออกมาดูโลกใหม่ๆ
เราอยากออกมาจากสภาพแวดล้อมที่บั่นทอนจิตใจซ้ำๆ เราไม่ได้หนีครอบครัว แต่เรากำลังพาตัวเองไปสู่ชีวิตที่ดีกว่า
แค่อยากมาระบาย ความเครียดเรื่องครอบครัวที่แบกไว้คนเดียว
ตอนจะนอนก็บ่นๆๆบ่นให้แม่ ปกติคนเสพใช่มั้ยชอบระแวงว่าแม่มีชู้ ร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ มีแต่พูดไม่มีใครสนใจตัวเอง เป็นแบบนี้ตั้งแต่เราเด็กจนเราอายุ19แล้วอะเข้ามหาลัยแล้วอะ เคยเลิกได้แต่ก็กลับมาเหมือนเดิม เคยทำให้ปู่ย่าก็คือพ่อแม่แท้ๆของพ่อเสียใจมากมาแล้ว ที่เขาบอกว่า ปลาเน่าตัวเดียวตายทั้งบ่อ ก็คือในบ้านมีคนเดียวที่พาคนอื่นทุกข์ จนย่าเรามีโรคประจำตัวคือเส้นเลือดในสมองตีบ ก็ยังไม่เลิกให้แม่ตัวเอง ไม่เคยคิดได้สักที ยังจะสร้างปัญหามาบั่นทอนจิตใจย่าเหมือนเดิม บอกก็ไม่ฟัง
ปีใหม่ที่ผ่านมานี้เราก็ฉลองกันปกติ เอาละกินเบียร์มาตลอดทั้งวันชอบอ้างว่าเทศกาลเขากินกันทั่วบ้านทั่วเมืองตกเย็นเพื่อนบ้านชวนไปร้องเพลงพ่อก็ไปแล้วกินไม่ยั้งเลยทีนี้ทั้งเบียร์ทั้งเหล้า พอกลับบ้านมาหาเรื่องแม่แถมถีบแม่ด้วย โคตรจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตเราอีกเรื่องนึงเลย แม่ก็บอกให้พี่สาวเราโทรหาตำรวจ พี่ก็โทร พ่อก็บอกอย่าโทร ยังไงก็ไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่โตอะเนาะก็จำใจวางสาย แต่เราอยากให้ตำรวจมาจับพ่อไปมากๆทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็ได้ แต่ใจเรามันไม่เด็ดสักที
จนตอนนี้ก็ยังเป็นเหมือนเดิมความคิดความสำนึกไม่เหลือมีแต่คิดลบให้คนอื่น ถ้าบอกว่าคนที่ขาดความใส่ใจหรืออะไรจนต้องทำให้ไปพึ่งยา ขอบอกไว้เลยว่า หนทางอื่นที่ดีกว่านี้มีอีกเยอะแต่เขาเลือกที่จะพึ่งยา มันอยู่ที่สันดานความคิดและจิตสำนึกไม่ใช่หรอ รู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี แต่ทำไมยังเลือกทางที่ผิด ตอนนี้เราก็ไม่รู้จะทำยังไง อนาคตคิดไว้แล้วว่าจะทำอะไรต่อไปแต่สุดท้ายก็กลับมาคิดเรื่องพ่อเรื่องเดียว มันเหมือนมีติ่งที่งอกออกมา แล้วทำให้ทุกอย่างจะไม่เป็นอย่างที่คิด
เราไม่รู้ว่าพ่อจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ไม่รู้ว่าชีวิตครอบครัวเราจะจบลงแบบไหนดีหรือไม่ดี เราโคตรจะเครียด แต่ก็หาอะไรทำให้ตัวเองไม่เครียด ฟังเพลง ดูศิลปินที่ชอบ แต่มันก็อดคิดเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ
เราขอต่อนะ แล้วพ่อชอบมาบังคับชีวิตเรา คือบอกว่าเรียนจบให้มาอยู่บ้านไม่ต้องไปทำงานออกไปลำบาก คือพ่อชอบเราชีวิตตัวเองมาเป็นข้อกำหนดชีวิตเรา พ่อเคยรับงานก่อสร้างมาก่อน พ่อเคยทำงานรับจ้างคนอื่นซึ่งก็ยอมรับว่ามันลำบากมากจริงๆ แต่ชีวิตเราเราเลือกเอง เราอยากออกไปทำงานสมัครงานบ้างเราอยากมีประสบการณ์ อยากทำอะไรใหม่ๆ เราอยากทำอะไรที่มันได้เงินอะ อยากหาเงินเยอะๆแล้วค่อยมาสร้างธุรกิจตัวเองก็ได้
ในความคิดของพ่อคือ อยู่บ้านสบายกว่า ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร แล้วบอกด้วยว่า“เห็นมั้ยตอนปิดเทอมมันสบายมั้ย”หมายถึงปิดเทอมในตอนเรียนแล้วมาอยู่กับพ่อมันสบาย คือตอนนั้นก็ตอนนี้มันไม่เหมือนกันใช่มั้ยละ ในเมื่อเราโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แล้วเรามีความคิดเป็นของตัวเองไม่ใช่จะมานอนแบมือขอเงินตลอดมันก็ไม่ใช่ เหมือนปิดโอกาสการเติบโตของเรา
ถ้าบอกว่าทำงานขายของช่วยพ่อสิ เราทำได้นะแต่อยากทำอะไรใหม่ๆเหมือนกัน จะบอกไว้ก่อนเลย ตั้งแต่พ่อทำงานมา ไม่เคยมีเงินเก็บเลย ตอนนี้สร้างบ้านอยู่ยังขอเงินย่าอยู่เลย อันนี้เราไม่ได้จะว่าอะไรพ่อหรือดูถูกพ่อ แต่เราคิดว่าการที่เรียนจบมาแล้วมาอยู่บ้าน ซึ่งบ้านพ่อเนี่ยมีธุรกิจอยู่อย่างเดียว ขายได้กำไรก็ไปซื้อของมาลงใหม่ มันวนแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่วนมากย่าจะเป็นคนเลี้ยงเรา แต่เรารู้ว่าที่เรามีของใช้ทุกวันนี้ก็เงินพ่อส่วนนึง คือเราอยากมีช่องทางหาเงินให้มันมากขึ้นอะ ไม่ใช่จะอยู่บ้านแล้วเจอแต่กับอะไรเดิมๆ(เรื่องพ่อที่เล่าไปตอนแรก) อาจมีส่วนที่เราอยากออกมาปลดปล่อย ออกมาดูโลกใหม่ๆ