❗ในคดีเกี่ยวกับเพศที่เป็นเรื่องระหว่างคนสองคน (โดยเฉพาะเมื่อคู่กรณีเป็นผู้ใหญ่ทั้งคู่) มักเกิดคำถามว่า "เขาพูดไม่ตรงกัน แล้วศาลจะเชื่อใคร?"
✔คำตอบคือ กระบวนการยุติธรรมไม่ได้ดูแค่ "คำสาบาน" หรือ "น้ำตา" แต่ใช้วิธีการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานแบบ "จิ๊กซอว์" เพื่อดูภาพรวมว่าเหตุการณ์นั้นคือ ความยินยอม (Consent) หรือ การข่มขืนใจ โดยดูจาก ปัจจัยหลักดังนี้:
⭕1. ความสัมพันธ์และการสนทนา "ก่อน" เกิดเหตุ (Pre-event Conduct)
นี่คือจุดแรกที่พนักงานสอบสวนจะแกะรอยจาก Digital Footprint
👉สิ่งที่ดู: ประวัติแชทไลน์, Facebook, บันทึกการโทร
❌เกณฑ์พิจารณา:
ถ้ามีการพูดคุยเชิงชู้สาว จีบกัน หยอกล้อกันมาตลอด หรือมีการตกลงนัดแนะไปในที่รโหฐาน จะถูกนำมาชั่งน้ำหนักว่าอาจจะมีแนวโน้มยินยอม (แต่ยังไม่ตัดสินชี้ขาด)
ถ้าความสัมพันธ์เป็นเรื่องงานล้วนๆ หรือฝ่ายหนึ่งปฏิเสธมาตลอดแต่ถูกตื๊อ หรือเพิ่งรู้จักกันในระยะสั้นมาก น้ำหนักความน่าเชื่อถือเรื่อง "ความรักใคร่ชอบพอ" จะลดลงทันที
⭕2. พฤติการณ์ "ขณะ" เกิดเหตุและสภาพแวดล้อม (Circumstantial Evidence)
เมื่อไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ กฎหมายจะดูจากสภาพแวดล้อมและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
👉สิ่งที่ดู: ร่องรอยบาดแผล, สภาพเสื้อผ้า, เสียงบันทึก (ถ้ามี), กล้องหน้ารถ
❌เกณฑ์พิจารณา:
ร่องรอยการต่อสู้: แผลฟกช้ำ เสื้อผ้าขาด เป็นหลักฐานชัดเจนที่สุดของการ "ไม่ยินยอม"
ภาวะจำยอม: หากไม่มีแผล ไม่ได้แปลว่ายอมเสมอไป กฎหมายจะดูว่าผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ "ขัดขืนไม่ได้" หรือไม่ เช่น เมาขาดสติ (ดูผลตรวจเลือด), ถูกมอมยา, หรืออยู่ในที่ลับตาคนที่มีอาวุธข่มขู่
⭕3. พฤติกรรม "หลัง" เกิดเหตุทันที (Post-event Behavior)
ภาษากายและการกระทำหลังเกิดเหตุ คือสิ่งที่โกหกได้ยากที่สุดจุดหนึ่ง
👉สิ่งที่ดู: ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดถัดไป, การเดิน, สีหน้าท่าทาง
❌เกณฑ์พิจารณา:
หากเดินจูงมือ กอดคอ หรือไปทานข้าวต่อด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใสตามปกติ จะเป็นข้อพิรุธที่ฝั่งจำเลยใช้ต่อสู้ว่า "สมยอม"
หากมีอาการร้องไห้, วิ่งหนี, หวาดกลัว, เดินทิ้งระยะห่าง หรือพยายามขอความช่วยเหลือ จะเป็นหลักฐานสนับสนุนว่า "ไม่ยินยอม"
⭕4. พยานบอกเล่าในระยะกระชั้นชิด (Fresh Complaint)
ตามปกติศาลมักไม่ฟังพยานบอกเล่า (คนที่ฟังเขามาอีกที) แต่มีข้อยกเว้นสำคัญคือ "คำบอกกล่าวทันทีหลังเกิดเหตุ"
👉สิ่งที่ดู: ผู้เสียหายโทรหาใครคนแรก? เล่าให้ใครฟัง? และเล่า "เมื่อไหร่"?
❌เกณฑ์พิจารณา:
หากโทรฟ้องเพื่อน ฟ้องพ่อแม่ หรือแจ้งตำรวจ "ทันที" หรือในเวลาที่ใกล้เคียงมากขณะที่ยังตื่นตระหนกตกใจ คำให้การนี้จะมีน้ำหนักสูงมาก (เพราะไม่มีเวลาแต่งเรื่อง)
หากผ่านไปหลายวันหรือหลายเดือนค่อยมาเล่าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร น้ำหนักความน่าเชื่อถืออาจลดลง (เว้นแต่จะมีเหตุผลเรื่องความกลัวอิทธิพลมารองรับ)
⭕5. ความสมเหตุสมผลของคำให้การ (Consistency)
นี่คือไม้ตายของอัยการและศาลในการจับพิรุธ
สิ่งที่ดู: คำให้การในชั้นสอบสวน vs ชั้นศาล ตรงกันหรือไม่?
👉เกณฑ์พิจารณา:
ความจริงคือความจริง: ผู้เสียหายที่พูดความจริง รายละเอียดหลักๆ (เช่น สถานที่, การกระทำ) จะต้องตรงกันเสมอ แม้เวลาจะผ่านไป
❌พิรุธ: หากรายละเอียดขัดแย้งกับหลักฐานวิทยาศาสตร์ (เช่น บอกว่าถูกกระทำในรถเวลานี้ แต่ GPS รถวิ่งอยู่อีกที่) หรือคำพูดกลับไปกลับมา จะทำให้พยานปากนั้นขาดความน่าเชื่อถือทันที
🔰บทสรุป:
ในทางกฎหมาย "ความยินยอม" ไม่ได้ดูแค่คำพูดว่า "ยอม/ไม่ยอม" แต่ดูที่ "การกระทำและเจตนาที่แสดงออก" ตลอดทั้งเหตุการณ์ ตั้งแต่ต้นจนจบ หากหลักฐานทั้ง 5 ข้อนี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า "ไม่สมัครใจ" ต่อให้อีกฝ่ายปฏิเสธ ก็ยากที่จะรอดพ้นจากกระบวนการยุติธรรมครับ
เพจ : อาจารย์ช้างมือปราบCallCenter
CR
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้. https://www.facebook.com/theeraphatchayakul/photos/5-จุดตายที่ใช้พิสูจน์-สมยอม-หรือ-ถูกล่วงละเมิดในคดีเกี่ยวกับเพศที่เป็นเรื่องระหว/4240768026197013/?set=a.1488490924758084&http_ref=eyJ0cyI6MTc2OTMwOTA1NTAwMCwiciI6IiJ9
🔥 5 จุดตายที่ใช้พิสูจน์ “สมยอม” หรือ “ถูกล่วงละเมิด”?
✔คำตอบคือ กระบวนการยุติธรรมไม่ได้ดูแค่ "คำสาบาน" หรือ "น้ำตา" แต่ใช้วิธีการชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานแบบ "จิ๊กซอว์" เพื่อดูภาพรวมว่าเหตุการณ์นั้นคือ ความยินยอม (Consent) หรือ การข่มขืนใจ โดยดูจาก ปัจจัยหลักดังนี้:
⭕1. ความสัมพันธ์และการสนทนา "ก่อน" เกิดเหตุ (Pre-event Conduct)
นี่คือจุดแรกที่พนักงานสอบสวนจะแกะรอยจาก Digital Footprint
👉สิ่งที่ดู: ประวัติแชทไลน์, Facebook, บันทึกการโทร
❌เกณฑ์พิจารณา:
ถ้ามีการพูดคุยเชิงชู้สาว จีบกัน หยอกล้อกันมาตลอด หรือมีการตกลงนัดแนะไปในที่รโหฐาน จะถูกนำมาชั่งน้ำหนักว่าอาจจะมีแนวโน้มยินยอม (แต่ยังไม่ตัดสินชี้ขาด)
ถ้าความสัมพันธ์เป็นเรื่องงานล้วนๆ หรือฝ่ายหนึ่งปฏิเสธมาตลอดแต่ถูกตื๊อ หรือเพิ่งรู้จักกันในระยะสั้นมาก น้ำหนักความน่าเชื่อถือเรื่อง "ความรักใคร่ชอบพอ" จะลดลงทันที
⭕2. พฤติการณ์ "ขณะ" เกิดเหตุและสภาพแวดล้อม (Circumstantial Evidence)
เมื่อไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ กฎหมายจะดูจากสภาพแวดล้อมและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์
👉สิ่งที่ดู: ร่องรอยบาดแผล, สภาพเสื้อผ้า, เสียงบันทึก (ถ้ามี), กล้องหน้ารถ
❌เกณฑ์พิจารณา:
ร่องรอยการต่อสู้: แผลฟกช้ำ เสื้อผ้าขาด เป็นหลักฐานชัดเจนที่สุดของการ "ไม่ยินยอม"
ภาวะจำยอม: หากไม่มีแผล ไม่ได้แปลว่ายอมเสมอไป กฎหมายจะดูว่าผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ "ขัดขืนไม่ได้" หรือไม่ เช่น เมาขาดสติ (ดูผลตรวจเลือด), ถูกมอมยา, หรืออยู่ในที่ลับตาคนที่มีอาวุธข่มขู่
⭕3. พฤติกรรม "หลัง" เกิดเหตุทันที (Post-event Behavior)
ภาษากายและการกระทำหลังเกิดเหตุ คือสิ่งที่โกหกได้ยากที่สุดจุดหนึ่ง
👉สิ่งที่ดู: ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดถัดไป, การเดิน, สีหน้าท่าทาง
❌เกณฑ์พิจารณา:
หากเดินจูงมือ กอดคอ หรือไปทานข้าวต่อด้วยท่าทียิ้มแย้มแจ่มใสตามปกติ จะเป็นข้อพิรุธที่ฝั่งจำเลยใช้ต่อสู้ว่า "สมยอม"
หากมีอาการร้องไห้, วิ่งหนี, หวาดกลัว, เดินทิ้งระยะห่าง หรือพยายามขอความช่วยเหลือ จะเป็นหลักฐานสนับสนุนว่า "ไม่ยินยอม"
⭕4. พยานบอกเล่าในระยะกระชั้นชิด (Fresh Complaint)
ตามปกติศาลมักไม่ฟังพยานบอกเล่า (คนที่ฟังเขามาอีกที) แต่มีข้อยกเว้นสำคัญคือ "คำบอกกล่าวทันทีหลังเกิดเหตุ"
👉สิ่งที่ดู: ผู้เสียหายโทรหาใครคนแรก? เล่าให้ใครฟัง? และเล่า "เมื่อไหร่"?
❌เกณฑ์พิจารณา:
หากโทรฟ้องเพื่อน ฟ้องพ่อแม่ หรือแจ้งตำรวจ "ทันที" หรือในเวลาที่ใกล้เคียงมากขณะที่ยังตื่นตระหนกตกใจ คำให้การนี้จะมีน้ำหนักสูงมาก (เพราะไม่มีเวลาแต่งเรื่อง)
หากผ่านไปหลายวันหรือหลายเดือนค่อยมาเล่าโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร น้ำหนักความน่าเชื่อถืออาจลดลง (เว้นแต่จะมีเหตุผลเรื่องความกลัวอิทธิพลมารองรับ)
⭕5. ความสมเหตุสมผลของคำให้การ (Consistency)
นี่คือไม้ตายของอัยการและศาลในการจับพิรุธ
สิ่งที่ดู: คำให้การในชั้นสอบสวน vs ชั้นศาล ตรงกันหรือไม่?
👉เกณฑ์พิจารณา:
ความจริงคือความจริง: ผู้เสียหายที่พูดความจริง รายละเอียดหลักๆ (เช่น สถานที่, การกระทำ) จะต้องตรงกันเสมอ แม้เวลาจะผ่านไป
❌พิรุธ: หากรายละเอียดขัดแย้งกับหลักฐานวิทยาศาสตร์ (เช่น บอกว่าถูกกระทำในรถเวลานี้ แต่ GPS รถวิ่งอยู่อีกที่) หรือคำพูดกลับไปกลับมา จะทำให้พยานปากนั้นขาดความน่าเชื่อถือทันที
🔰บทสรุป:
ในทางกฎหมาย "ความยินยอม" ไม่ได้ดูแค่คำพูดว่า "ยอม/ไม่ยอม" แต่ดูที่ "การกระทำและเจตนาที่แสดงออก" ตลอดทั้งเหตุการณ์ ตั้งแต่ต้นจนจบ หากหลักฐานทั้ง 5 ข้อนี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า "ไม่สมัครใจ" ต่อให้อีกฝ่ายปฏิเสธ ก็ยากที่จะรอดพ้นจากกระบวนการยุติธรรมครับ
เพจ : อาจารย์ช้างมือปราบCallCenter
CR
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้