คุ้มไหม แอบอ้างสิทธิพนักงานขึ้นเครื่องบินเดินทางฟรีหลายร้อยเที่ยว กับการติดคุก

คุณเคยดูหนังเรื่อง Catch Me If You Can ไหมครับ เรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ปลอมตัวเป็นนักบินแล้วบินฟรีไปทั่วโลก ใครจะไปคิดว่าพล็อตหนังฮอลลีวูดแบบนี้จะเกิดขึ้นจริงอีกครั้งในยุคปัจจุบัน ที่เราเชื่อกันว่าระบบรักษาความปลอดภัยในสนามบินนั้นแน่นหนาที่สุด



   Catch Me If You Can เวอร์ชั่นชีวิตจริง
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นกับชายหนุ่มชาวแคนาดาชื่อ Dallas Pokornik วัย 33 ปี ซึ่งในอดีตเขาเคยเป็นลูกเรือจริงๆ มาก่อนในช่วงปี 2017 ถึง 2019 แต่หลังจากลาออกไปแล้ว ดูเหมือนว่าเขายังไม่พร้อมที่จะทิ้งชีวิตบนน่านฟ้าและสิทธิพิเศษเหล่านั้นไป

   เขาใช้วิธีทำบัตรพนักงานปลอมขึ้นมา แล้วเนียนใช้สิทธิ์พิเศษของคนในวงการการบินที่อนุญาตให้พนักงานสายการบินหนึ่ง ขอติดเครื่องบินเดินทางไปกับสายการบินอื่นได้ฟรีหากมีที่นั่งว่าง หรือที่เรามักเรียกกันว่าการขอ Reciprocal Travel ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เขาบินฟรีไปหลายร้อยเที่ยวบินกับ 3 สายการบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ โดยสำนักงานอัยการระบุว่าสายการบินเหล่านี้มีฐานการบินอยู่ที่ชิคาโก ดัลลัส และฮอนโนลูลู ซึ่งเขาทำได้แนบเนียนจนไม่มีใครจับได้ว่าเป็นตัวปลอม

   ความกล้าที่เกือบจะพาไปนั่งในห้องนักบิน
สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือ ความมั่นใจของเขาไม่ได้หยุดแค่ที่นั่งผู้โดยสาร มีรายงานว่าครั้งหนึ่งเขาถึงขั้นขอเข้าไปนั่งใน Jump Seat ภายในห้องนักบิน ซึ่งเป็นที่นั่งสำรองสำหรับกัปตันหรือนักบินที่เดินทางมาร่วมบินด้วย ทั้งที่ตัวเขาไม่มีใบอนุญาตนักบินแม้แต่ใบเดียว
  

  สุดท้ายเกมโอเวอร์ เขาถูกจับกุมได้ที่ปานามาและถูกส่งตัวข้ามแดนมาดำเนินคดีที่สหรัฐฯ ในข้อหาฉ้อโกง ซึ่งโทษสูงสุดอาจถึงขั้นจำคุก 20 ปี และปรับอีกเกือบ 9 ล้านบาท
เป็นบทเรียนราคาแพงที่สอนให้รู้ว่า ในโลกความจริงนั้น ไม่มีใครหนีความจริงไปได้ตลอดกาลเหมือนในหนังครับ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่