ในประเทศที่บอกว่า
“ทุกอย่างต้องพิสูจน์ได้”
แต่ความยุติธรรมบางอย่าง
กลับไม่เคยถูกพิสูจน์ให้ใครเห็นจริง ๆ
.
ถ้าความจริงไม่มีหลักฐาน
ถ้าความเจ็บไม่มีพยาน
ถ้าคนที่ทำ…ไม่เคยยอมรับว่าทำ
แล้วเราควรเอาความเจ็บของเรา
ไปวางไว้ตรงไหน
.
สิ่งที่หนัง It Was Just an Accident ทำได้เฉียบคม
ไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องอดีตนักโทษการเมืองในอิหร่าน
แต่มันกำลังพูดถึงความจริงที่โหดมากอย่างหนึ่งว่า
.
คนที่เคยถูกทำร้ายโดยระบบ
หรือโดยผู้ที่อยู่เหนือกว่า
ไม่มีวันชนะในระบบนั้นได้จริง
.
หนังสะท้อนความอยุติธรรมที่เราคุ้นตา
คนตัวเล็กต้องสูญเสีย
ต้องเจ็บปวด
ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล
.
แต่คนทำ
แค่ “ปฏิเสธ”
แค่ “ไม่ทราบ”
แค่ “ไม่ได้ตั้งใจ”
.
และเมื่อข่าวเงียบ
ทุกอย่างก็เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
.
It Was Just an Accident
ไม่ได้พูดเรื่องการล้างแค้น
แต่กำลังตั้งคำถามที่สังคมไม่เคยตอบให้คนเจ็บ
.
ถ้าเขาไม่ยอมรับ
และระบบก็เอื้อให้เขาไม่ต้องรับผิด
เราควรทำยังไงกับความเจ็บของเรา
.
เราโดนสอนให้ให้อภัย
โดนสอนให้เข้มแข็ง
โดนสอนให้เดินต่อ
โดนสอนว่า “อย่าคิดมาก”
.
แต่ไม่เคยมีใครสอนเลยว่า
เราจะอยู่กับความเจ็บยังไง
โดยไม่ให้มันหลอกหลอนเราไปทั้งชีวิต
.
หนังเรื่องนี้
ไม่ได้บอกให้เราเอาคืน
ไม่ได้บอกให้เราลุกขึ้นสู้
และไม่ได้บอกให้เราให้อภัย
.
แต่มันถามตรง ๆ ว่า
.
ถ้าเรารู้ว่าใครผิด
แต่ไม่มีใครยอมรับ ไม่มีทางเอาคืนสิ่งนั้นได้
เราจะยอมให้ความเจ็บของเรา
กลายเป็นเรื่องที่ ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ได้ไหม
.
และบางที
อุบัติเหตุที่โหดร้ายที่สุด
อาจไม่ใช่วันที่เราถูกทำร้าย
แต่คือวันที่ระบบตัดสินว่า
สิ่งนั้น… ไม่เคยเกิดขึ้น
.
It Was Just an Accident
เข้าชิง 2 รางวัลออสการ์
– บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
– ตัวเต็งภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยมปีนี้
.
ถ้าคุณเคยถูกทำให้ชีวิต
กลายเป็นแค่ “อุบัติเหตุ”
แค่ “ความไม่ตั้งใจ”
แต่เป็นคุณที่ต้องแบกรับมันไปทั้งชีวิต
.
หนังเรื่องนี้
อาจไม่ได้เยียวยาคุณ
แต่จะไม่ทำเป็นมองไม่เห็นความเจ็บของคุณ
และนั่น…สำคัญมากแล้วค่ะ
It Was Just an Accident อุบัติเหตุที่ร้ายที่สุดอาจไม่ใช่วันที่ถูกทำร้าย แต่คือวันที่ระบบตัดสิน