หลายคนอาจไม่รู้ว่า “การเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมในสัดส่วนผู้ประกันตน” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่พิธีกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นกลไกสำคัญในการ
คุ้มครองสิทธิ และกำหนดทิศทางเงินกองทุนประกันสังคม ซึ่งเป็นเงินของผู้ประกันตนนับสิบล้านคน
บอร์ดประกันสังคม สำคัญอย่างไร?
คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) เป็นผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายและการบริหารกองทุน การตัดสินใจของบอร์ด ส่งผลโดยตรงต่อ
- สิทธิรักษาพยาบาล
- เงินชราภาพ
- เงินทดแทน
- และเสถียรภาพของกองทุนในระยะยาว
โครงสร้างบอร์ดประกันสังคม (ไตรภาคี)
บอร์ด สปส. แบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย รวม
21 คน
- ฝ่ายรัฐบาล : 7 คน
(เจ้าหน้าที่รัฐจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง)
- ฝ่ายนายจ้าง : 7 คน
(มาจากการเลือกตั้งของฝั่งนายจ้าง)
- ฝ่ายผู้ประกันตน : 7 คน
(มาจากการเลือกตั้งของลูกจ้าง/ผู้ประกันตน)
ฝ่ายผู้ประกันตน คือ “เสียงของลูกจ้าง” ที่เข้าไปถ่วงดุล และตั้งคำถามแทนพวกเรา
บอร์ดประกันสังคม ทำหน้าที่อะไรบ้าง?
1. เสนอความเห็นต่อนโยบายและมาตรการด้านประกันสังคม
2. พิจารณากฎหมาย กฎกระทรวง และระเบียบต่าง ๆ
3. บริหารกองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน
4. วางระเบียบการรับ–จ่าย และเก็บรักษาเงินกองทุน
5. วางแผนการลงทุนและจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน
6. คุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ประกันตน
7. พิจารณางบดุลและรายงานทางการเงิน
8. ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นร้อน : ร่างกติกาเลือกตั้งบอร์ด สปส. ฉบับใหม่
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จัดทำ
ร่างระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการเลือกตั้งบอร์ด สปส. ฉบับใหม่ เพื่อแก้ไขระเบียบเดิมที่ใช้ในปี 2564
📌 เปิดรับฟังความคิดเห็น
15 ม.ค. – 14 ก.พ. 2569 ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย และช่องทางของ สปส. ทั่วประเทศ
จุดเปลี่ยนสำคัญของกติกาใหม่
จากเดิม
👉
ผู้ประกันตน 1 คน เลือกผู้สมัครได้ 7 คน
เปลี่ยนเป็น
👉
ผู้ประกันตน 1 คน เลือกได้เพียง 1 คน (1 หมายเลข)
ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยน “โครงสร้างอำนาจการเลือกตั้ง” อย่างมีนัยสำคัญ
เทียบชัด ๆ : กติกาเดิม VS กติกาใหม่
1) สิทธิการออกเสียง
- แบบเดิม : เลือกผู้สมัครได้ 7 คน (ยกทีม)
- แบบใหม่ : เลือกได้เพียง 1 คน
2) วิธีตัดสินผู้ชนะ
แบบเดิม : ผู้ได้คะแนนสูงสุดอันดับ 1–7 ได้เป็นกรรมการ
→ ได้ทีมที่มีเสียงสนับสนุนจากผู้ประกันตนจำนวนมากจริง
แบบใหม่ : คะแนนกระจาย
→ ผู้สมัครที่มีฐานเสียงเฉพาะกลุ่ม คะแนนรวมไม่มาก
อาจแทรกเข้ามาเป็นกรรมการได้
แม้อันดับหนึ่งจะได้คะแนนมากกว่าหลายสิบเท่า
3) การแบ่งกลุ่มผู้ประกันตน
- แบบเดิม : มาตรา 33 / 39 / 40 รวมกลุ่มเดียวกัน เลือก 7 คน
- แบบใหม่ : แยกสัดส่วนผู้แทนตามมาตรา
โดยใช้สูตรคำนวณจำนวนกรรมการ
สรุปการแสดงความเห็นประชาพิจารณ์
หากเลือก ✅
เห็นด้วย
- เลือกตัวแทนได้ 1 คน
- ไม่ต้องศึกษาผู้สมัครหลายคนหลายกลุ่ม
หากเลือก ❌
ไม่เห็นด้วย
- ผู้ประกันตนยังมีสิทธิเลือกตัวแทนครบ 7 คน
- สามารถเลือก “ทีม” ที่ทำงานร่วมกันได้จริง
- เพิ่มพลังถ่วงดุลในบอร์ด
- ตรวจสอบ
- ตั้งคำถาม
- คัดค้านหรือชะลอโครงการเสี่ยง
- ผู้ประกันตนสามารถเลือก
❌ ไม่เห็นด้วยทุกข้อ พร้อมเหตุผล
“ขอใช้กติกาเดิม ปี 2566”
ที่มา
Thai PBS News
ข้อควรรู้ผู้ประกันตน กับกติกาการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม (สปส.) เรื่องใกล้ตัวที่กระทบเงินกองทุนของเราทุกคน
บอร์ดประกันสังคม สำคัญอย่างไร?
คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) เป็นผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายและการบริหารกองทุน การตัดสินใจของบอร์ด ส่งผลโดยตรงต่อ
- สิทธิรักษาพยาบาล
- เงินชราภาพ
- เงินทดแทน
- และเสถียรภาพของกองทุนในระยะยาว
โครงสร้างบอร์ดประกันสังคม (ไตรภาคี)
บอร์ด สปส. แบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย รวม 21 คน
- ฝ่ายรัฐบาล : 7 คน
(เจ้าหน้าที่รัฐจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง)
- ฝ่ายนายจ้าง : 7 คน
(มาจากการเลือกตั้งของฝั่งนายจ้าง)
- ฝ่ายผู้ประกันตน : 7 คน
(มาจากการเลือกตั้งของลูกจ้าง/ผู้ประกันตน)
ฝ่ายผู้ประกันตน คือ “เสียงของลูกจ้าง” ที่เข้าไปถ่วงดุล และตั้งคำถามแทนพวกเรา
บอร์ดประกันสังคม ทำหน้าที่อะไรบ้าง?
1. เสนอความเห็นต่อนโยบายและมาตรการด้านประกันสังคม
2. พิจารณากฎหมาย กฎกระทรวง และระเบียบต่าง ๆ
3. บริหารกองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน
4. วางระเบียบการรับ–จ่าย และเก็บรักษาเงินกองทุน
5. วางแผนการลงทุนและจัดหาผลประโยชน์ของกองทุน
6. คุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ประกันตน
7. พิจารณางบดุลและรายงานทางการเงิน
8. ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประเด็นร้อน : ร่างกติกาเลือกตั้งบอร์ด สปส. ฉบับใหม่
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จัดทำ ร่างระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยการเลือกตั้งบอร์ด สปส. ฉบับใหม่ เพื่อแก้ไขระเบียบเดิมที่ใช้ในปี 2564
📌 เปิดรับฟังความคิดเห็น 15 ม.ค. – 14 ก.พ. 2569 ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย และช่องทางของ สปส. ทั่วประเทศ
จุดเปลี่ยนสำคัญของกติกาใหม่
จากเดิม
👉 ผู้ประกันตน 1 คน เลือกผู้สมัครได้ 7 คน
เปลี่ยนเป็น
👉 ผู้ประกันตน 1 คน เลือกได้เพียง 1 คน (1 หมายเลข)
ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยน “โครงสร้างอำนาจการเลือกตั้ง” อย่างมีนัยสำคัญ
เทียบชัด ๆ : กติกาเดิม VS กติกาใหม่
1) สิทธิการออกเสียง
- แบบเดิม : เลือกผู้สมัครได้ 7 คน (ยกทีม)
- แบบใหม่ : เลือกได้เพียง 1 คน
2) วิธีตัดสินผู้ชนะ
แบบเดิม : ผู้ได้คะแนนสูงสุดอันดับ 1–7 ได้เป็นกรรมการ
→ ได้ทีมที่มีเสียงสนับสนุนจากผู้ประกันตนจำนวนมากจริง
แบบใหม่ : คะแนนกระจาย
→ ผู้สมัครที่มีฐานเสียงเฉพาะกลุ่ม คะแนนรวมไม่มาก
อาจแทรกเข้ามาเป็นกรรมการได้
แม้อันดับหนึ่งจะได้คะแนนมากกว่าหลายสิบเท่า
3) การแบ่งกลุ่มผู้ประกันตน
- แบบเดิม : มาตรา 33 / 39 / 40 รวมกลุ่มเดียวกัน เลือก 7 คน
- แบบใหม่ : แยกสัดส่วนผู้แทนตามมาตรา
โดยใช้สูตรคำนวณจำนวนกรรมการ
สรุปการแสดงความเห็นประชาพิจารณ์
หากเลือก ✅ เห็นด้วย
- เลือกตัวแทนได้ 1 คน
- ไม่ต้องศึกษาผู้สมัครหลายคนหลายกลุ่ม
หากเลือก ❌ ไม่เห็นด้วย
- ผู้ประกันตนยังมีสิทธิเลือกตัวแทนครบ 7 คน
- สามารถเลือก “ทีม” ที่ทำงานร่วมกันได้จริง
- เพิ่มพลังถ่วงดุลในบอร์ด
- ตรวจสอบ
- ตั้งคำถาม
- คัดค้านหรือชะลอโครงการเสี่ยง
- ผู้ประกันตนสามารถเลือก
❌ ไม่เห็นด้วยทุกข้อ พร้อมเหตุผล “ขอใช้กติกาเดิม ปี 2566”
ที่มา Thai PBS News