น่าคิด ? เศรษฐกิจนอกระบบ 48.4% ของ GDP ไทย ! ถ้าดึงขึ้นมาบนดินได้ ไทยจะโตได้แค่ไหน ?
-----
ข้อมูลจากธนาคารโลกที่ระบุว่าเศรษฐกิจนอกระบบของไทยมีขนาดราว 48.4% ของ GDP ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเชิงโครงสร้าง แต่เป็น “โอกาสทางเศรษฐกิจ” ที่ใหญ่ที่สุดชุดหนึ่งของประเทศ หากมองให้ลึก นี่ไม่ใช่เศรษฐกิจที่หายไป แต่เป็นเศรษฐกิจที่ยังไม่ถูกแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่สร้างมูลค่าได้เต็มที่
.
หาก GDP ไทยอยู่ราว 18 ล้านล้านบาท เศรษฐกิจนอกระบบจึงมีขนาดกว่า 8 ล้านล้านบาท สมมติว่ารัฐสามารถดึงกิจกรรมเหล่านี้ขึ้นมาอยู่ในระบบได้เพียง 20–25% จะเท่ากับ GDP ทางการขยายตัวทันทีราว 1.6–2.2 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 10–12% โดยไม่ต้องรอวัฏจักรส่งออกหรือเงินลงทุนต่างชาติ ซึ่งในเชิงมหภาค นี่คือแหล่งเติบโตที่ “ต้นทุนต่ำกว่า” การขยายเศรษฐกิจรูปแบบเดิม
.
โอกาสสำคัญจึงไม่ใช่แค่การเก็บภาษีเพิ่ม แต่คือการ “ยกระดับคุณภาพเศรษฐกิจ” ตั้งแต่ฐานราก หากแรงงานและผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบมากขึ้น พวกเขาจะเข้าถึงสินเชื่อ เทคโนโลยี และตลาดทุนได้ดีขึ้น ผลลัพธ์คือผลิตภาพแรงงานสูงขึ้น รายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น และความเหลื่อมล้ำลดลงพร้อมกัน
.
ในมุมเชิงนโยบาย โอกาสจะเกิดจริงได้ต่อเมื่อรัฐเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้บังคับใช้” เป็น “ผู้ออกแบบแรงจูงใจ” ลดต้นทุนการอยู่ในระบบ เช่น ภาษีอัตราต่ำแต่ฐานกว้าง ระบบ e-tax ที่ใช้งานง่าย สิทธิประโยชน์ทางการเงินแก่ SME และแรงงานอิสระที่จดทะเบียนถูกต้อง รวมถึงใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นสะพานเชื่อมคนตัวเล็กเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจใหญ่
.
ในมุมการลงทุน การขยับของเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ จะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดกลาง สินเชื่อรายย่อย ฟินเทค โลจิสติกส์ แพลตฟอร์มค้าขาย และค้าปลีกสมัยใหม่ เพราะทั้งหมดคือ “โครงสร้างรองรับ” ของเศรษฐกิจฐานราก
.
สุดท้าย เศรษฐกิจนอกระบบไม่ใช่จุดอ่อน หากแต่เป็น “แหล่งพลังที่ยังไม่ถูกปลดล็อก” และถ้าไทยออกแบบการดึงพลังนี้ขึ้นมาได้ถูกวิธี การเติบโตของ GDP รอบใหม่ อาจไม่ได้มาจากโรงงานหรือทุนต่างชาติ แต่มาจากคนไทยตัวเล็ก ๆ ที่ถูกเชื่อมเข้ากับระบบเศรษฐกิจอย่างแท้จริงครับ.
น่าคิด ? เศรษฐกิจนอกระบบ 48.4% ของ GDP ไทย ! ถ้าดึงขึ้นมาบนดินได้ ไทยจะโตได้แค่ไหน ?