ร้านอาหารเล็กเริ่มไม่ไหว! ยอดขายหาย 50% สมาคมภัตตาคารไทยยื่นหนังสือจี้นายกฯ เปิดทางให้ร่วม ‘ไทยช่วยไทย พลัส’

ร้านอาหารเล็กเริ่มไม่ไหว! ยอดขายหาย 50% สมาคมภัตตาคารไทยยื่นหนังสือจี้นายกฯ เปิดทางให้ร่วม ‘ไทยช่วยไทย พลัส’

สมาคมภัตตาคารไทยยื่นหนังสือถึงรัฐบาล ขอพิจารณาขยายสิทธิการเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ให้ครอบคลุมผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กที่มีรายได้ 2-5 ล้านบาทต่อปี หลังได้รับเสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการจำนวนมากที่กำลังเผชิญภาวะรายได้ลดลง แต่ต้นทุนดำเนินธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
.
สมาคมภัตตาคารไทยระบุว่า แม้รัฐบาลจะเดินหน้าโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ บรรเทาค่าครองชีพประชาชน และสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นมาตรการที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฐานรากและช่วยเสริมกำลังซื้อภายในประเทศ แต่ในทางปฏิบัติยังมีผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กอีกจำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิของโครงการได้
.
กลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารที่มียอดขายเฉลี่ยวันละ 1-3 หมื่นบาท หรือมีรายได้ราว 2-5 ล้านบาทต่อปี ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มและประกันสังคม รวมถึงมีการจ้างงานพนักงานตั้งแต่ 5-20 คนต่อร้าน
.
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการร้านอาหารกำลังเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ที่ยอดขายเฉลี่ยลดลง 30-50% ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 15-20%
.
นอกจากนี้ ยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ ที่สูงขึ้น ทั้งค่าแรงและปัญหาการขาดแคลนแรงงานไทย ค่าพลังงานและสาธารณูปโภค ค่าเช่าสถานประกอบการ ตลอดจนค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มเดลิเวอรี
.
สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากตกอยู่ในภาวะ ‘รายได้ลดลง แต่ต้นทุนเพิ่มขึ้น’ หลายรายต้องแบกรับภาระขาดทุนเพื่อประคองธุรกิจและรักษาระดับการจ้างงานเอาไว้
.
สมาคมภัตตาคารไทยระบุเพิ่มเติมว่า ธุรกิจร้านอาหารมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 7 แสนล้านบาทต่อปี ประกอบด้วยร้านอาหารขนาดเล็กหลายแสนราย และก่อให้เกิดการจ้างงานหลายล้านตำแหน่ง ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทยที่เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ภาคเกษตรกรรม ผู้ผลิตวัตถุดิบ ผู้ประกอบการขนส่ง ไปจนถึงแรงงานในภาคบริการจำนวนมาก
.
ดังนั้น การคงอยู่ของร้านอาหารขนาดเล็กจึงไม่ใช่เพียงการรักษาธุรกิจของผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง แต่ยังหมายถึงการรักษาระบบเศรษฐกิจและการจ้างงานในวงกว้าง
.
สมาคมภัตตาคารไทยจึงขอให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาขยายสิทธิ หรือกำหนดมาตรการเพิ่มเติมสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีรายได้ 2-5 ล้านบาทต่อปี ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เนื่องจากเกณฑ์กำหนดให้ผู้มีสิทธิต้องมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
.
ข้อเสนอดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือจากภาครัฐครอบคลุมผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างการจ้างงานให้กับประเทศ
.
ทั้งนี้ สมาคมภัตตาคารไทยเชื่อว่าการสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กจะช่วยรักษาการจ้างงาน กระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และเป็นอีกแรงสำคัญในการขับเคลื่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างเป็นรูปธรรม
.
ที่มา : THE STANDARD WEALTH

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่