🚗 อ่านกลยุทธ์ศึกชิง ‘เมืองรถยนต์เบอร์ 1’ แดนมังกร จากคู่แข่งสู่พันธมิตร จากผลิตรถสู่สร้างระบบ

อ่านกลยุทธ์ศึกชิง ‘เมืองรถยนต์เบอร์ 1’ แดนมังกร จากคู่แข่งสู่พันธมิตร จากผลิตรถสู่สร้างระบบ
.
การแข่งขันชิงตำแหน่งเมืองรถยนต์อันดับหนึ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์จีน ปี 2025 ได้เปลี่ยนจากการแข่งกันที่ยอดผลิต สู่การสู้กันด้วยรูปแบบธุรกิจและสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรมที่ครบวงจร ทิศทางที่แตกต่างกันของแต่ละเมืองสะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลท้องถิ่นต่างกำลังใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายเพื่อแย่งชิงความเป็นผู้นำในโลกยานยนต์ยุคใหม่ จีนไทยนิวส์พาไปดูว่าแต่ละเมืองของจีนเขาแข่งขันกันดุเดือดแค่ไหนและอย่างไร
.
◾เขตวงกลมเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง
.
เขตเศรษฐกิจเฉิงตู-ฉงชิ่ง ที่มีมณฑลเสฉวนและนครฉงชิ่งเป็นแกนกลาง ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่สำคัญของจีน ปี 2025 ฉงชิ่งผลิตรถยนต์ได้ 2.788 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 9.7% และเป็นรถยนต์พลังงานใหม่ 1.296 ล้านคัน เพิ่มขึ้นถึง 36% ด้วยกลยุทธ์หนุนจากแบรนด์รถยนต์จากฉงชิ่งอย่าง Seres (赛力斯) ที่ได้ร่วมมือกับ Huawei ก่อตั้งแบรนด์ AITO (问界) ขึ้นมาและประสบความสำเร็จ
.
ขณะที่เฉิงตูมีอัตราเติบโตโดดเด่นด้วยยอดผลิตรถยนต์ 821,000 คัน เพิ่มขึ้น 26.6% และผลิตรถยนต์อีวีเพิ่มขึ้นถึง 198.3% ผ่านการดึงพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง FAW (一汽) และ Volkswagen เพื่อปั้นแบรนด์ New Jetta (新捷达) ให้เป็นแบรนด์ท้องถิ่นที่มุ่งเน้นตลาดรถอีวีและตั้งเป้าส่งออกไปเอเชียกลางภายในปี 2028
.
ความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดจากการที่เฉิงตูและฉงชิ่งหันมาสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์และทำงานร่วมกันเพื่อลบภาพจำเดิมที่เคยเป็นคู่แข่งและเปลี่ยนมาเป็นการร่วมด้วยช่วยกันสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งร่วมกันในระดับภูมิภาค
.
◾เหอเฝยเร่งสปีด ผงาดครองแชมป์
.
ด้านเมืองเหอเฝย เมืองเอกของมณฑลอันฮุย กำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่สะเทือนวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ในแถบสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี โดยผงาดขึ้นมาครองอันดับ 1 ด้านการผลิตรถยนต์อีวีจีนในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 ด้วยยอดผลิตสูงแตะ 1.25 ล้านคัน
ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากยุทธศาสตร์โมเดลเหอเฝย ของภาครัฐที่ดึงดูดรายใหญ่อย่าง NIO (蔚来) Volkswagen Anhui และ BYD ให้เข้ามาสร้างฐานการผลิตที่ครบวงจร
.
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดและความเสี่ยงที่สูงขึ้น กลุ่มเมืองในแถบแยงซีได้เริ่มปรับตัว โดยมีการลงนามข้อตกลงเชิงกลยุทธ์ร่วมกันเพื่อสร้างฐานส่งออกรถยนต์อีวีและมุ่งเน้นไปที่การขยายอิทธิพลสู่ตลาดโลกแทนการแข่งขันกันเองภายในภูมิภาค
.
◾เซินเจิ้นตีตื้นกว่างโจว
.
ในอดีตแม้กวางโจวจะครองแชมป์เมืองผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของจีนมาอย่างยาวนาน แต่ในปี 2024 เซินเจิ้นได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำรายใหม่ทั้งในด้านปริมาณการผลิตรวมและรถยนต์อีวี เนื่องจากการปรับเปลี่ยนเกณฑ์สถิติของรัฐบาลกลางในปี 2025 ที่เน้นฐานการผลิตจริงแทนการตั้งสำนักงานใหญ่ อย่างไรก็ดี ยุทธศาสตร์ของเซินเจิ้นนั้นลึกซึ้งกว่าตัวเลขยอดผลิตในพื้นที่ เห็นได้จ่กยักษ์ใหญ่อย่าง BYD (ซึ่งมีฐานที่เซินเจิ้น) ที่กระจายโรงงานไปทั่วจีน และ Huawei ที่สร้างอิทธิพลของระบบขับขี่ของตนตผ่านพันธมิตรสมาร์ตคาร์ HIMA (Harmony Intelligent Mobility Alliance) ที่ประกอบด้วย 5 แบรนด์รถยนต์อีวียักษ์อย่าง AITO (问界) Luxeed (智界) Stelato (享界) Maextro (尊界) โดยไม่ต้องมีโรงงานของตนเอง
.
เหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าเซินเจิ้นกำลังขยับสถานะจากการเป็นเพียงฐานประกอบรถยนต์ สู่การเป็น "มันสมองของภาคอุตสาหกรรม" ที่มุ่งเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีต้นน้ำที่มีมูลค่าสูง เช่น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและชิปอัจฉริยะ เพื่อกุมอำนาจในห่วงโซ่อุปทานแห่งอนาคตมากกว่าการยึดติดกับตัวเลขการผลิตในท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว
.
ด้านกว่างโจวกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่ในการสลัดภาพจำจากฐานผลิตรถยนต์น้ำมันไปสู่รถยนต์อีวี ซึ่งต้องรับมือทั้งปัญหาชิ้นส่วนอะไหล่ที่ไม่แข็งแกร่งและการปรับตัวกับแบรนด์ที่ร่วมลงทุน โดยปัจจุบันเมืองได้เบนเข็มไปสู่การผสานอุตสาหกรรมยานยนต์เข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น การสร้างระบบจราจรอัจฉริยะ โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นเมืองแห่งรถยนต์อัจฉริยะ ระดับล้านล้านหยวนภายในปี 2035 ซึ่งความสำเร็จนี้ยังต้องรอติดตามกันต่อไป
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#อุตสาหกรรมยานยนต์ #เศรษฐกิจจีน
https://www.facebook.com/share/p/1CgnSvJifw/
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่