คนรวยสุดของโลก 1% ใช้โควตาคาร์บอนปี 69 หมดแล้ว ตั้งแต่ 10 วันแรกของปี!


อ็อกแฟมชี้ คนรวยสุด 1% ของโลกใช้โควตาคาร์บอนปี 2569 หมดตั้งแต่ต้นปี
เตือนความเสียหายโลกร้อนอาจพุ่งกว่า 1,900 ล้านล้านบาทในปี 2593

“อ็อกแฟม” (Oxfam) องค์กรด้านความยากจนและความเป็นธรรมทางสังคม
เปิดเผยผลการวิเคราะห์ล่าสุด ระบุว่า กลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุด 1% ของโลก
ได้ใช้สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ถือเป็น “ส่วนแบ่งที่เป็นธรรม” สำหรับปี พ.ศ.2569 ไปหมดแล้ว ตั้งแต่เพียง 10 วันแรกของปี
ขณะที่กลุ่มคนรวยที่สุด 0.1% ใช้เวลาเพียง 3 วันก็ปล่อยคาร์บอนเกินโควตาประจำปีแล้ว

รายงานระบุว่า ผลกระทบจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูงของกลุ่มคนร่ำรวย จะตกอยู่กับประชาชนที่มีส่วนก่อวิกฤตโลกร้อนน้อยที่สุด
โดยเฉพาะประชากรในประเทศรายได้น้อยและปานกลาง ชุมชนชนพื้นเมือง ผู้หญิง และเด็ก
ซึ่งอยู่แนวหน้าของผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อ็อกแฟมเตือนว่า ประเทศรายได้ต่ำและปานกลางเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุดต่อความเสียหายดังกล่าว
โดยความเสียหายทางเศรษฐกิจจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศทั่วโลก อาจมีมูลค่าสูงถึง 44 ล้านล้านปอนด์
หรือประมาณ 1,980 ล้านล้านบาท ภายในปี พ.ศ.2593

รายงานยังชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำด้านการปล่อยคาร์บอนในสหราชอาณาจักร
โดยระบุว่า กลุ่มคนรวยที่สุด 1% ของประเทศ ปล่อยก๊าซคาร์บอนในเวลาเพียง 8 วัน มากกว่าที่ประชากรยากจนที่สุด 50% ปล่อยตลอดทั้งปี

นอกจากนี้ กลุ่มมหาเศรษฐียังมีบทบาทสำคัญในฐานะนักลงทุนในอุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษสูง โดยเฉลี่ย มหาเศรษฐี 1 คน
มีพอร์ตการลงทุนที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 1.9 ล้านตันต่อปี
เทียบเท่าการปล่อยไอเสียจากรถยนต์ใช้น้ำมันราว 400,000 คันต่อปี

อ็อกแฟมระบุว่า หากโลกต้องการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยไม่ให้เพิ่มเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามเป้าหมายข้อตกลงปารีส
ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 กลุ่มคนรวยที่สุด 1% ของโลกจำเป็นต้อง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเองลงถึง 97% ภายในปี พ.ศ.2573

“เบธ จอห์น” ที่ปรึกษาด้านความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศของอ็อกแฟม อังกฤษ กล่าวว่า
รัฐบาลสหราชอาณาจักรควรให้ความสำคัญกับการจัดการกลุ่มผู้ก่อมลพิษรายใหญ่ เพื่อจำกัดความเสียหายจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลพลาดโอกาสหลายครั้งในการทำให้กลุ่มคนร่ำรวยที่สุดต้องรับผิดชอบต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ

แหล่งที่มา : TNN Thailand
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่