เมื่อ “แชมป์โลก” ถูกตัดสินจาก… “หน้าท้อง”

เมื่อ “แชมป์โลก” ถูกตัดสินจาก…

“หน้าท้อง”

หลังจบการแข่งขัน
ผมเห็นภาพหนึ่งของ วิว

ภาพธรรมดามาก
นักกีฬาถอดเสื้อ เหนื่อย หอบ
หลังเกมที่กดดันระดับโลก

แต่สิ่งที่ไม่ธรรมดา
คือบรรดาคอมเมนต์ในโซเชียล

“ไม่ฟิต”
“พุงออก”
“ลดอีกหน่อย”
“ร่างนางไม่ไหวแล้ว”

ผมหยุดอ่านไปพักหนึ่ง
ไม่ใช่เพราะโกรธ
แต่เพราะรู้สึกว่า

เรากำลังเข้าใจคำว่า “ฟิต”
ผิดไปไกลมากจริง ๆ



🔹 อะไรคือสิ่งที่โซเชียลเห็น

สิ่งที่เห็นคือ
“ท้องที่ไม่แบน”
ไม่มี six-pack

และสิ่งนั้น
ถูกตีความว่า = “ไม่ฟิต” 😭

แต่ ความฟิต กับ six-pack
ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
และไม่เคยเป็น

แล้วทำไมคนที่ “ฟิตมาก”

ถึงยังไม่มี #sixpack

ตรงนี้คือจุดที่เราเข้าใจผิดกันบ่อยที่สุด
หลายคนเชื่อว่า

cardio หนัก + คุมอาหาร
= ไขมันต้องหาย
= six-pack ต้องมา

แต่ในโลกของร่างกายมนุษย์
มันไม่ได้ทำงานแบบนั้นเสมอไป

🔹 ฮอร์โมน / ความเครียด / ไขมัน

พวกเรามีฮอร์โมนสำคัญตัวหนึ่ง
ชื่อว่า คอร์ติซอล (cortisol)

cortisol คือ stress hormone หลักของร่างกาย

หน้าที่ของมัน
ไม่ใช่ทำให้เราอ้วนนะครับ
แต่คือ ทำให้เราอยู่รอด

เมื่อร่างกายเจอความเครียด เช่น

-การซ้อมหนัก
-การแข่งขัน
-การอดอาหาร / IF
-การนอนไม่พอ

cortisol จะถูกหลั่งออกมา
เพื่อเพิ่มน้ำตาลในเลือด
ให้มีพลังงานใช้ทันที
และ “จัดสรรพลังงานใหม่” ทั้งระบบ

ถ้าความเครียดนั้น สั้น
ร่างกายก็ฟื้นกลับได้

แต่ถ้าความเครียดนั้น ยาวและเรื้อรัง

สิ่งที่เปลืองพลังงาน
เช่น กล้ามเนื้อ
อาจถูกสลาย

ในขณะที่สิ่งที่จำเป็นต่อการสำรองพลังงานอย่าง ไขมัน
โดยเฉพาะไขมันหน้าท้อง
จะถูกเก็บไว้แทน

เพราะ cortisol
คือฮอร์โมนฉุกเฉิน
ไม่ใช่ฮอร์โมนเพื่อรูปร่างสวยงาม

นี่คือเหตุผลที่หลายคนมี
ท้องล่าง / พุงหมาน้อย
ซึ่งทำยังไงก็เอาไม่ออก

แม้จะวิ่ง
คุมอาหาร
หรือทำ IF แล้วก็ตาม

และมักเกิดในคนที่ stress สูง
เช่น นักวิ่งมาราธอน
ไตรกีฬา
หรือคนที่ volume การซ้อมหนักมาก

(ไม่รวมกลุ่ม elite ที่มี recovery นาน และพันธุกรรมดีตั้งแต่ต้นนะครับ)



ในนักกีฬาแบบวิว
หรือคนที่ ซ้อมหนัก + อดอาหาร

cortisol
ไม่ได้พุ่งสูงเป็นครั้ง ๆ
แต่จะอยู่ในภาวะ
สูงเรื้อรัง

เกิดปรากฏการณ์ย้อนแย้งคือ

-กล้ามเนื้อสลายมาใช้เป็นพลังงาน
-ไขมันถูกเก็บ โดยเฉพาะบริเวณพุง
-พลังงานตก
- performance เริ่มแย่

และนี่คือสิ่งที่
ทีมดูแลแชมป์โลกอย่างวิว
ต้องประเมินอยู่ตลอดว่า

จะเอา performance
หรือจะเอา ลีนเห็น six-pack

🔹 ทำไมต้องเป็น “ไขมันท้องล่าง”

เพราะไขมัน
ไม่ใช่อวัยวะที่เหมือนกันทั้งตัว

ไขมันบริเวณท้องล่าง
และลำตัวส่วนกลาง
มีความไวต่อ cortisol
มากกว่าไขมันแขน–ขาถึงหลายเท่า
(จากระดับตัวรับฮอร์โมนและเอนไซม์เฉพาะที่มีมากกว่า , Rebuffé-Scrive M. et al))

แถมยังมีความสามารถ
ในการ ขยายฤทธิ์ของ cortisol ในเนื้อเยื่อของตัวเอง

พูดง่าย ๆ คือ

ท้องล่างสามารถ
“ตอบสนองต่อความเครียด
ได้แรงกว่าส่วนอื่น”

แม้ระดับ cortisol ในเลือด
จะไม่ได้สูงมากก็ตาม

🔹 หลักฐานจากโรคจริง

ถ้า cortisol
ออกฤทธิ์เท่ากันทั้งร่างกาย
เราไม่ควรเห็นภาพแบบนี้ในคลินิก

แต่ในคนที่ใช้สเตียรอยด์เรื้อรัง
หรือผู้ป่วย Cushing’s syndrome
เราจะเห็นชัดมากว่า

- หน้าอ้วนกลม (moon face)
- พุงป่องกลาง (central obesity)
- ไขมันสะสมหลังคอ (buffalo hump)

แต่แขนขาลีบ

ทั้งที่ฮอร์โมนตัวเดียวกัน
ไหลเวียนไปทั่วร่างกาย

นี่คือหลักฐานชัดเจนว่า
cortisol ออกฤทธิ์ไม่เท่ากัน
ในแต่ละตำแหน่งของร่างกาย

🔹 แล้วทำไมบางคนมี six-pack

six-pack
ไม่ใช่ตัวชี้วัดความฟิต
แต่มันคือ

ผลพลอยได้ของร่างกายที่ไม่เครียด

six-pack ต้องการ:

1. ระบบฮอร์โมนสงบ
2. cortisol ต่ำ
3. ร่างกายไม่อยู่ในโหมดเอาตัวรอด

และแต่ละคน
มีความได้เปรียบทางพันธุกรรม (genetic lottery)
ไม่เท่ากัน

ตัวรับฮอร์โมนที่พุง
ของแต่ละคน
จึงตอบสนองต่อความเครียดต่างกัน

นี่ยังไม่นับ
เพศ อายุ การใช้ยา
และปัจจัยอื่น ๆ อีกมาก

สิ่งเหล่านี้
ไม่ค่อยมีใครบอก

และอย่าลืมว่า
ภาพในโซเชียล
ไม่ใช่ตัวแทนคนส่วนใหญ่

แต่มันคือ survivorship bias

🔹 ปัญหาเรื่องพุงจึงไม่ได้อยู่ที่ “วิว”

แต่อยู่ที่
มาตรฐานที่เราใช้ตัดสิน

เรากำลังใช้ภาพจากโลกโซเชียล
ไปตัดสินร่างกาย
ที่ต้องชนะในสนามจริง

และอาจลืมไปว่า
ร่างกายที่ฟิตและชนะได้
ไม่จำเป็นต้องถูกใจสายตาคนด

#พี่หมอหนึ่ง #RattinanClinic

Sutthipong Treeratana
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่