จีนสั่งเชือด HTF พ้นตลาด

🇨🇳 จีนสั่งเชือด HFT พ้นตลาด
นี่คือ บทเรียนที่ "ตลาดหุ้นไทย" ต้องดูไว้เป็นเยี่ยงอย่าง

ล่าสุด Bloomberg มีรายงานข่าวว่า ทางการจีนงัดไม้แข็ง ออกมาจัดการกับ High-Frequency Trading (HFT) ด้วยคำสั่งสายฟ้าฟาดให้ "ย้ายเซิร์ฟเวอร์ออกจาก Data Center ของตลาดหลักทรัพย์" ทันที

นี่คือการถอดปลั๊ก เพื่อทำลายความได้เปรียบที่สำคัญที่สุดของ HFT และกองทุน Quant ระดับโลกครับ

เกิดอะไรขึ้น? ทำไมจีนถึงทำแบบนี้? และทำไมผมถึงมองว่านี่คือประเด็นที่ "ตลาดหุ้นไทย" ต้องรีบตื่นตัว? สรุปให้อ่านกัน

เริ่มจาก High-Frequency Trading (HFT) คืออะไรก่อน
HFT เป็นแบบการลงทุนในตลาดการเงินที่ใช้ Algorithm และฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อส่งคำสั่งซื้อขายจำนวนมหาศาลภายในเวลาเพียง "เศษเสี้ยวของวินาที" (Microseconds หรือ Nanoseconds)

โดยเจ้าระบบ HFT มักจะตั้ง Server อยู่ใกล้กับศูนย์ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ (Co-location) เพื่อลดความหน่วงของสัญญาณให้ต่ำที่สุด ทำให้ได้รับข้อมูลและส่งคำสั่งได้เร็วกว่าคนอื่น

HFT พวกนี้ ไม่ได้หวังกำไรคำโตจากการถือหุ้นยาวๆครับ แต่เน้นกำไรจากส่วนต่างราคานิดเดียว (เช่น 0.01 บาท) แต่ทำรายการเป็นพันหรือหมื่นครั้งต่อวัน จนกลายเป็นกำไรก้อนใหญ่

ซึ่งข้อเสียของมันคือ มันทำให้รายย่อยเสียเปรียบครับ เพราะนักลงทุนทั่วไปที่คีย์คำสั่งด้วยมือ ยังไงก็ไม่สามารถแข่งความเร็วกับ HFT ได้แน่นอน เหมือนเอารถเต่า ไปแข่งกับ F1

เพราะฉะนั้น การที่มีข่าวว่า ตลาดซื้อขายล่วงหน้าใน เซี่ยงไฮ้ และ กวางโจว ได้สั่งให้โบรกเกอร์แจ้งลูกค้าว่า ต้องย้ายอุปกรณ์เซิร์ฟเวอร์ของลูกค้ากลุ่ม HFT ออกจาก Data Center ของตลาดฯ ภายในสิ้นเดือนหน้า

มันแปลว่า จีนกะเล่นงานทั้ง HFT เจ้าถิ่น และยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Citadel Securities, Jane Street และ Jump Trading ที่เข้ามาหากินกอบโกยกำไรในจีน จริงจัง

และไม่ใช่แค่นั้นนะ ทางการจีนยังเตรียมแผน "เพิ่มความหน่วง" (Latency) เข้าไปอีก 2 มิลลิวินาที สำหรับคำสั่งที่ส่งมาจากภายนอก

สำหรับนักลงทุนรายย่อยเนี่ย 2 ms แทบไม่รู้สึกหรอก แต่สำหรับอัลกอริทึม HFT นี่คือ "ความเป็นความตาย" ชัดๆ เพราะกลยุทธ์ทำกำไรจากความเร็ว (Arbitrage) จะพังทันที

คำถามต่อมาคือ ทำไมจีนต้องมาลงดาบตอนนี้?
จีนมองว่า HFT คือตัวการที่สร้างความไม่เป็นธรรมในตลาดครับ

Leveling the Playing Field: รัฐบาลต้องการสร้างความเท่าเทียมให้นักลงทุนรายย่อยที่มักจะตกเป็นเหยื่อของหุ่นยนต์เทรดความเร็วสูงที่ "รู้ข่าวก่อน-เข้าก่อน-ออกก่อน" เสมอ

ทางการเลยต้องการหยุดยุคทองของต่างชาติที่จะเข้ามาใช้เทคโนโลยีเหนือชั้น กอบโกยกำไรออกไปจากตลาดจีน นั่นเอง

🦅 มุมมอง Mr.Messenger

สิ่งที่จีนทำ คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า "ความยุติธรรมในตลาด ต้องมาก่อนผลกำไรของกลุ่มทุน"

ซึ่งพอหันกลับมามองบ้านเรา...

ผมอดคิดไม่ได้จริงๆ ครับ จากการที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ "ผู้ใหญ่ในวงการตลาดทุนไทย" หลายท่าน เรามีความเห็นตรงกันในจุดหนึ่งที่น่ากังวลมากครับว่า...

"HFT และ Robot Trade คือหนึ่งในสนิมเนื้อใน ที่กำลังกัดกินตลาดหุ้นไทยครับ"

ปฏิเสธไม่ได้ว่า หุ่นยนต์พวกนี้สร้างความเหลื่อมล้ำในตลาดทุนอย่างมหาศาล มันคือเกมที่ไม่แฟร์ตั้งแต่เริ่ม เมื่อรายย่อยต้องสู้กับคอมพิวเตอร์ที่ไวกว่าระดับมิลลิวินาที คอยดักกินส่วนต่าง ตัดหน้า และทุบราคาจนเสียทรง

นี่คือสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งเลย ที่ทำให้ เสน่ห์ตลาดหุ้นไทยหายไป ทำให้รายย่อยเข็ดขยาด ขาดทุนซ้ำซากจนเลิกเทรด

แล้วผลลัพธ์ที่เราเห็นคือ SET Index ไม่ไปไหนมาเป็นสิบปี เพราะสภาพคล่องที่เกิดขึ้น เป็นสภาพคล่องเทียมจากการเก็งกำไรระยะสั้นของหุ่นยนต์ ไม่ใช่การลงทุนที่แท้จริง

ผมได้แต่หวังว่า จะใครสักคนกล้าหาญพอที่จะเข้ามาตรวจสอบ เข้ามาจัดการกับเรื่องนี้แบบที่จีนทำ

อย่าปล่อยให้ความได้เปรียบทางเทคโนโลยี กลายเป็นเครื่องมือในการ "เอาเปรียบ" นักลงทุนรายย่อยจนไม่เหลือที่ยืน

เพราะอย่างที่เห็นครับ วันนี้รายย่อยเดินออกจากตลาดไปหมดแล้ว...

Mr.Messenger รายงาน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่