สินค้าที่เราคุ้นเคย ตัวไหนบ้าง จ่ายปันผลเกิน 7 % !!


หลายคนอาจไม่รู้ว่า สินค้าที่เราเห็นอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นชาเขียว ขนมขบเคี้ยว กาแฟในร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่ชุดชั้นใน ล้วนมีบริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้น และบางบริษัทก็จ่ายปันผลสูงเกิน 7% ต่อปีด้วยนะฮะ

พูดง่าย ๆ คือ ทุกครั้งที่เราซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน เราอาจกำลังสนับสนุน “ธุรกิจที่สร้างกระแสเงินสดดี” โดยไม่รู้ตัวก็ได้ครับ เพราะหุ้นพวกนี้เป็นของที่เราเห็นๆ กันอยู่บางอย่างเราเองก็อาจซื้อซ้ำทุกวัน แต่พี่ทุยอยากชวนมองให้ลึกกว่าตัวเลขปันผลในหลาย ๆประเด็น ครับ

1.ข้อควรระวัง ”หุ้นปันผลสูง” ไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป

บางครั้ง ปันผลสูง เพราะ “ราคาหุ้นลงแรง” ไม่ใช่เพราะบริษัทแข็งแรงขึ้น

ยกตัวอย่างง่าย ๆ

หุ้นราคา 10 บาท จ่ายปันผล 0.70 บาท = อัตราการจ่ายปันผล 7%
แต่ถ้าราคาหุ้นลงเหลือ 7 บาท โดยปันผลเท่าเดิม อัตราการจ่ายปันผล จะเด้งขึ้นเป็น 10% ทันที

ดูเบื้องต้นเหมือนน่าสนใจใช่ไหมล่ะ  แต่จริง ๆ อาจสะท้อนว่าตลาดกังวลกับผลประกอบการในอนาคตก็ได้นะครับ

2.อัตราปันผลในวันนี้ ไม่ใช่อัตราปันผลที่จะจ่ายได้ในอนาคต

สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ % ปันผล แต่ต้องดูว่า บริษัทมีกำไรสม่ำเสมอไหมในอนาคตด้วย เพราะถ้าบริษัทกำไรลดลง เขาก็จะจ่ายปันผลให้เราน้อยลงด้วย อีกอย่างการดูกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และประวัติจ่ายปันผลก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันเลยครับ

3.ธุรกิจใกล้ตัว มักเข้าใจง่ายกว่า

ข้อดีของหุ้นกลุ่มนี้คือ เราพอเห็นภาพธุรกิจได้จริง คือ เราสามารถเดินไปดูสินค้าที่เราลงทุนได้เลยว่า…

-สินค้าขายดีไหม
-คนยังซื้อซ้ำหรือเปล่า
-แบรนด์ยังแข็งแรงไหม

นี่คือข้อได้เปรียบของนักลงทุนรายย่อย เพราะบางครั้ง “สิ่งที่เราเห็นในชีวิตจริง” สะท้อนภาพธุรกิจได้เร็วกว่าตัวเลขในงบ

สรุปง่าย ๆ นะ ปันผล 7–9% ดูน่าสนใจมากก็จริง แต่ก่อนซื้อ อย่าดูแค่ผลตอบแทนปลายทาง ต้องดูด้วยว่า ธุรกิจยังเติบโต และมีความสามารถจ่ายปันผลต่อไปได้จริงไหม เพราะหุ้นปันผลที่ดี ไม่ใช่แค่ให้เงินวันนี้ แต่ต้องให้ได้ต่อเนื่องไปอีกหลายปี

# MoneyBuffalo #

เพี้ยนปักหมุด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่