เกิดอะไรขึ้น ? ซีพี ซื้อกิจการ Tesco Lotus มูลค่า 3.38 แสนล้านบาท แต่วันนี้ #CPAXT กลับมี มูลค่า 1.54 ล้าน!!

เกิดอะไรขึ้น ? ซีพี ซื้อกิจการ Tesco Lotus มูลค่า 3.38 แสนล้านบาท แต่วันนี้ #CPAXT (Makro + Lotus’s) กลับมี มูลค่า 1.54 แสนล้าน !!
.
ปี 2020 กลุ่มซีพีปิดดีล “ประวัติศาสตร์” ซื้อกิจการ Tesco Lotus ในไทยและมาเลเซีย ด้วยมูลค่ารวมราว 3.38 แสนล้านบาท (ประมาณ 338.455 พันล้านบาท) ซึ่งเป็นดีลขนาดใหญ่ระดับประเทศ และเป็นฐานให้ Lotus’s กลับมาอยู่ใต้เครือ CP อย่างเต็มตัว แต่วันนี้ CPAXT (Makro + Lotus’s) กลับมี มูลค่าตลาดราว 1.54 แสนล้านบาท ทำไม “ของที่ซื้อแพง” ถึงถูกตีราคาในตลาดต่ำกว่ามาก?
.
คำตอบสำคัญคือ ตลาดมอง “ส่วนของผู้ถือหุ้น” ไม่ใช่ราคาซื้อกิจการเพียงอย่างเดียว ดีลใหญ่พ่วงภาระหนี้และต้นทุนดอกเบี้ยในยุคอัตราดอกเบี้ยสูง ทำให้กำไรสุทธิและเงินเหลือผู้ถือหุ้นถูกกดดัน นอกจากนี้ ธุรกิจค้าปลีก–ค้าส่งเป็นเกมมาร์จิ้นบาง แข่งขันหนัก ต้องลงทุนต่อเนื่อง กำไรจึงไม่ได้โตตามความคาดหวังเสมอ
.
ที่สำคัญ มองแค่มูลค่าตลาดอาจทำให้ภาพหลุด เพราะ EV ของ CPAXT อยู่ราว 4.01 แสนล้านบาท สะท้อนภาระหนี้รวมในโครงสร้างทุน
.
อาจสรุปได้ว่า “ราคาซื้อ” คืออดีต แต่ “ราคาหุ้น” คือความคาดหวังต่ออนาคต—โดยเฉพาะกำไรและกระแสเงินสดหลังหักภาระการเงิน หรือนี่อาจจะเป็นการประเมินมูลค่าที่ผิดพลาดของตลาดหุ้นไทยก็เป็นไปได้ ?
-----
ลองวิเคราะห์ "คูเมือง" ของ #CAPXT
.....
CPAXT มีธุรกิจทั้ง
🔹 ค้าส่ง (Makro)
🔹 ค้าปลีก (Lotus’s)
รวมกันเป็นโมเดล Omni-Channel ที่ครอบคลุมทั้งรายย่อยและรายย่อยขนาดใหญ่
.
คูเมืองที่แข็งแกร่ง ได้แก่
.
1) ขนาดและทำเลขนาดใหญ่ มีสาขารวมกว่า 2,700 แห่ง ครอบคลุมค้าส่งค้าปลีก อยู่ใกล้ลูกค้า ต้นทุนต่อหน่วยต่ำ คู่แข่งตามยาก
.
2) สินค้าแบรนด์ตัวเอง (House Brand) โดยสัดส่วน HB ราว 16% ของยอดขาย มาร์จิ้นดีกว่า สร้างความต่าง และควบคุมราคาได้
.
3) การเงินแข็งแรง ขายของจำเป็น ต้องกินต้องใช้ ของสดที่บริหารจัดการยาก มีกระแสเงินสดสม่ำเสมอ ธุรกิจ “ไม่พังง่าย” ในระยะยาว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่