🗿แฟรนไชส์ ‘ร้านล้างหน้า’ ในจีน จัดโปรเติมเงินล่วงหน้า ก่อนปิดร้านหายเข้ากลีบเมฆ

กระทู้สนทนา
แฟรนไชส์ ‘ร้านล้างหน้า’ ในจีน จัดโปรเติมเงินล่วงหน้า ก่อนปิดร้านหายเข้ากลีบเมฆ
.
วิกฤตร้านล้างหน้าชื่อดังจีน กำลังลุกลามไปทั่วประเทศจีนอย่างน่าตกใจ เมื่อผู้บริโภคหลายคนในมณฑลกว่างตง เซี่ยงไฮ้ เจ้อเจียง และหูเป่ย ต่างตื่นมาพบกับฝันร้ายหลังเติมเงินในบัญชีทางการของร้าน Face Wash Bear (洗脸熊) แต่ร้านกลับปิดตัวหนีไปดื้อๆ ไม่สามารถขอเงินคืนได้ โดยมีเหยื่อรายหนึ่งสูญเงินกว่า 900 หยวน (ราว 4,050 บาท) หลังใช้บริการไปเพียงครั้งเดียว
.
สื่อจีนยังพบว่าร้านแอบยกเลิกจดทะเบียนธุรกิจและตัดการติดต่อทุกช่องทาง ซึ่งสิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือบางสาขายังกล้าจัดโปรโมชันทิ้งทวนอย่างการเติมเงิน 1,000 หยวน (ราว 4,500 บาท) แถม 500 หยวน (ราว 2,250 บาท) เพื่อหลอกกวาดเงินก้อนสุดท้ายก่อนจะหายตัวไปในชั่วข้ามคืน
.
ก่อนหน้านี้“ร้านล้างหน้า” บนห้างเคยเป็นกระแสในจีน แต่ต่อมาใกลับเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้เตียงที่เคยเต็มตลอดกลับว่างลงจนแทบไร้ลูกค้า หรือร้านที่เคยต้องจองคิวล่วงหน้าอยู่ดีๆ ก็ปิดหายไปดื้อๆ
.
กลโกงครั้งนี้เกิดจากลูกไม้เดิมๆ คือ เก็บเงินก่อน แล้วปิดร้านหนี แม้แต่ฝ่ายบริการลูกค้าของแบรนด์ร้านล้างหน้าแห่งหนึ่งยังตอบแบบปัดความรับผิดชอบว่า เงินที่เติมล่วงหน้านั้นเข้ากระเป๋าส่วนตัวของเจ้าของร้านแฟรนไชส์ไม่ได้เข้าบัญชีบริษัทแม่ และทำได้เพียงแนะนำให้ลูกค้าไปฟ้องร้องเอาเอง ซึ่งแทบไม่ต่างจากการปล่อยให้ผู้บริโภคงมเข็มในมหาสมุทร
.
ทั้งที่หากย้อนมองความสำเร็จในอดีต ธุรกิจนี้เคยเติบโตอย่างรวดเร็วในจีนเพราะ ใช้ความคุ้มค่าและราคาถูกมาเป็นตัวล่อผู้บริโภค เช่น การทำโปรโมชั่นบนแอปฯ Douyin ราคาเริ่มต้นเพียง 58-68 หยวน (ราว 260-306 บาท) หรือบางแบรนด์ยอมลดราคาเหลือแค่ 19.9 หยวน (ราว 90 บาท) ซึ่งราคาพอๆ กับกาแฟหนึ่งแก้ว
.
ธุรกิจนี้หลอกล่อผู้ประกอบการด้วย ยอดการลงทุนต่ำและผลตอบแทนสูง โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนคืนภายใน 8 เดือน
.
แต่หารู้ไม่ว่า ความจริงแล้ว โมเดลธุรกิจเหล่านี้กลับเต็มไปด้วยการยัดเยียดขายของและกลโกงสารพัดรูปแบบ โดยผู้บริโภคหลายคน เจอกับสูตรสำเร็จในการต้อนลูกค้าตั้งแต่เริ่มเดินเข้าร้าน เช่น การถูกคะยั้นคะยอให้เปลี่ยนไปซื้อคอร์สที่แพงกว่าทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มใช้บริการ แม้บางร้านจะอ้างว่าไม่มีการบีบบังคับให้พนักงานขายคอร์ส แต่ในความเป็นจริงกลับใช้จิตวิทยาพูดกรอกหูซ้ำๆ ว่าการล้างหน้าครั้งเดียวไม่เห็นผล และควรกลับมาทำทุกสัปดาห์ หรือแม้กระทั่งโฆษณาเกินจริงว่าควรทำทุกวัน
.
นอกจากนี้ หลายร้านยังหลอกล่อให้ลูกค้าสมัครบัตรเติมเงินตั้งแต่ 500-2,000 หยวน (ราว 2,250-9,000 บาท) เพื่อแลกส่วนลด ซึ่งวิธีการนี้แทบไม่ต่างอะไรกับกลยุทธ์ของร้านเสริมความงามแบบเดิมๆ ที่เคยสร้างปัญหามาแล้วในอดีต
.
เรื่องนี้ก็จบลงด้วยการที่แฟรนไชส์ไปไม่รอดจนต้องปิดร้านหนีไปดื้อๆ ทิ้งให้ผู้บริโภคต้องรับกรรมและสูญเงินฟรี
.
เมื่อปีที่ผ่านมา มีกรณีความขัดแย้งระหว่างแบรนด์ Face Wash Bear กับเจ้าของร้านสาขาแห่งหนึ่ง ที่บานปลายจนเป็นข่าวดัง ทำให้ในวันที่ 5 ก.ย. 2025 ทางแบรนด์ต้องรีบออกกฎเหล็กเพื่อคุมเข้มมาตรฐานร้าน ทั้งเรื่องพนักงานไม่แต่งยูนิฟอร์ม ระบบกล้องวงจรปิดล่ม และปัญหาความสะอาด โดยมีบทลงโทษที่ชัดเจน แต่ก็ดูเหมือนว่าจะสายเกินแก้แล้ว
.
ทั้งนี้ ร้านล้างหน้า (洗脸吧) คือร้านที่ให้บริการดูแลผิวหน้าที่เน้นการ “ล้างหน้าอย่างล้ำลึกและบำรุงผิวแบบรวดเร็ว” ไม่ใช่คลินิกแพทย์ อยู่กึ่งกลางระหว่างร้านสกินแคร์กับสปา ให้บริการ เช่น ทำความสะอาดผิว กดสิว ดูดสิวเสี้ยน มาสก์หน้า และทรีตเมนต์พื้นฐาน ใช้เวลาประมาณ 20-40 นาที ราคาย่อมเยา เหมาะกับคนทำงานและลูกค้าที่อยากดูแลผิวเป็นประจำแบบไม่ซับซ้อน
.
โมเดลธุรกิจนี้ เริ่มแพร่หลายในจีนราวปี 2016-2018 และเติบโตเร็วช่วง 2019-2023 โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว ได้รับความนิยมเพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เร่งรีบ เข้าถึงง่าย ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และสามารถทำซ้ำได้บ่อย จนกลายเป็นธุรกิจดูแลผิวรูปแบบใหม่
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#ร้านล้างหน้าจีน #กลโกง #ธุรกิจแฟรนไชส์
https://www.facebook.com/share/p/17QTj5Htou/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่