
แม้เศรษฐกิจไทยจะยังติดหล่มและเผชิญมรสุมต้นทุนรอบด้าน ทั้งวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าเช่าที่พาเหรดกันปรับตัวสูงขึ้นจนผู้ประกอบการส่วนใหญ่เริ่มถอยร่น แต่ธุรกิจ ‘คาเฟ่และ เบเกอรี่’ กลับโชว์ฟอร์มแกร่งด้วยการเติบโตสวนกระแส รักษาจังหวะการขยายตัวได้อย่างเหนียวแน่นแม้ในวันที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่กลับมาเต็มร้อย
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ปี 2568 ธุรกิจคาเฟ่และเบเกอรี่มีมูลค่าตลาดรวมราว 85,320 ล้านบาท เติบโต 3.2% โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่มเบเกอรี่ที่มีความหลากหลายของสินค้า และการขยายจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังมองเห็นโอกาสในการลงทุน แม้สภาพเศรษฐกิจจะไม่เอื้ออำนวยเต็มที่
ขณะเดียวกันการแข่งขันของธุรกิจคาเฟ่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รสชาติ แต่ขยับไปสู่คุณภาพวัตถุดิบ แหล่งที่มา และการเล่าเรื่องเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะกระแส “มัทฉะฟีเวอร์” ที่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เห็นได้จากมูลค่าการนำเข้าชาเขียวจากญี่ปุ่นที่สูงถึง 2.6 พันล้านเยน หรือราว 529 ล้านบาท ติดอันดับ 7 ของสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งหมด
ตลาดบน หรือกลุ่มกาแฟพรีเมียมและสเปเชียลตี้ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีฐานลูกค้ากำลังซื้อสูง ขณะที่ตลาดกลาง เช่น คาเฟ่ อเมซอน, อินทนิล และ พันธุ์ไทย ยังจำเป็นต้องขยายสาขาเพื่อรักษาโมเดลธุรกิจ แม้จำนวนสาขาใหม่จะเพิ่มช้าลง ส่วนตลาดทั่วไปหรือร้านรายย่อย เผชิญการแข่งขันสูงและได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโดยตรงมากที่สุด
เครดิตภาพ และ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่ ฐานเศรษฐกิจ ตลาดคาเฟ่ 8.5 หมื่นล้าน จับตา “มัทฉะ-กาแฟสเปเชียลตี้” รุ่ง
ร้านชาแกแฟ ร้านน้ำหวาน ร้านเบเกอรี่ ร้านขนม หาง่ายกว่าห้องน้ำอีกค่ะ

คนไทยเราเป็นคนสวีท ชอบความหวาน
ธุรกิจกาแฟ / เบเกอรี่ พุ่งโต สวนกระแสเศรษฐกิจฝืดเคือง - มัทฉะ มาแรงในไทย
แม้เศรษฐกิจไทยจะยังติดหล่มและเผชิญมรสุมต้นทุนรอบด้าน ทั้งวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าเช่าที่พาเหรดกันปรับตัวสูงขึ้นจนผู้ประกอบการส่วนใหญ่เริ่มถอยร่น แต่ธุรกิจ ‘คาเฟ่และ เบเกอรี่’ กลับโชว์ฟอร์มแกร่งด้วยการเติบโตสวนกระแส รักษาจังหวะการขยายตัวได้อย่างเหนียวแน่นแม้ในวันที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังไม่กลับมาเต็มร้อย
ข้อมูลจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ปี 2568 ธุรกิจคาเฟ่และเบเกอรี่มีมูลค่าตลาดรวมราว 85,320 ล้านบาท เติบโต 3.2% โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่มเบเกอรี่ที่มีความหลากหลายของสินค้า และการขยายจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าผู้ประกอบการยังมองเห็นโอกาสในการลงทุน แม้สภาพเศรษฐกิจจะไม่เอื้ออำนวยเต็มที่
ขณะเดียวกันการแข่งขันของธุรกิจคาเฟ่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่รสชาติ แต่ขยับไปสู่คุณภาพวัตถุดิบ แหล่งที่มา และการเล่าเรื่องเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะกระแส “มัทฉะฟีเวอร์” ที่กลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เห็นได้จากมูลค่าการนำเข้าชาเขียวจากญี่ปุ่นที่สูงถึง 2.6 พันล้านเยน หรือราว 529 ล้านบาท ติดอันดับ 7 ของสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นทั้งหมด
ตลาดบน หรือกลุ่มกาแฟพรีเมียมและสเปเชียลตี้ยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีฐานลูกค้ากำลังซื้อสูง ขณะที่ตลาดกลาง เช่น คาเฟ่ อเมซอน, อินทนิล และ พันธุ์ไทย ยังจำเป็นต้องขยายสาขาเพื่อรักษาโมเดลธุรกิจ แม้จำนวนสาขาใหม่จะเพิ่มช้าลง ส่วนตลาดทั่วไปหรือร้านรายย่อย เผชิญการแข่งขันสูงและได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโดยตรงมากที่สุด
เครดิตภาพ และ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่อได้ที่ ฐานเศรษฐกิจ ตลาดคาเฟ่ 8.5 หมื่นล้าน จับตา “มัทฉะ-กาแฟสเปเชียลตี้” รุ่ง
ร้านชาแกแฟ ร้านน้ำหวาน ร้านเบเกอรี่ ร้านขนม หาง่ายกว่าห้องน้ำอีกค่ะ