🏨​ โรงแรมในเมืองเล็กจีนขึ้นราคาสุดโหดรับตรุษจีน

โรงแรมในเมืองเล็กจีนขึ้นราคาสุดโหดรับตรุษจีน
.
เมื่อเทศกาลตรุษจีนใกล้เข้ามา ราคาที่พักกลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง บนแพลตฟอร์มจองโรงแรมออนไลน์พบว่า ช่วงวันหยุดตรุษจีนปีนี้ โรงแรมในเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมขนาดเล็กทางตอนใต้ของจีนหลายแห่งปรับราคาสูงขึ้นอย่างผิดปกติ
.
โรงแรมในเครือที่ขึ้นชื่อเรื่องความคุ้มค่าอย่าง Home Inn (如家) หรือ Jinjiang Inn (锦江之星) จากราคาหลักร้อยหยวน กลับพุ่งขึ้นเป็นคืนละกว่า 1,000 หยวน (ราว 4,500 บาท) ขณะที่โรงแรมระดับกลางเช่น Atour (亚朵) และ Ji Hotel (全季) ในบางเมืองกลับมีราคาสูงถึงคืนละกว่า 3,000 หยวน (ราว 13,500 บาท)
.
บนโซเชียลมีเดียจีนมีการแชร์กรณีโรงแรม Atour ในเมืองซัวเถา คิดค่าที่พักคืนละ 4,200 หยวน (ราว 18,900 บาท) ช่วงตรุษจีน หรือโรงแรมในเมืองเล็กของมณฑลเสฉวน ที่ราคาห้องจาก 300 หยวน (ราว 1,350 บาท) พุ่งเป็น 1,200 หยวน (ราว 5,400 บาท) ในช่วงเทศกาล
.
เสียงวิจารณ์จึงเริ่มดังขึ้นว่า ห้องพักและบริการแทบไม่เปลี่ยน แต่ราคากลับเพิ่มหลายเท่า ยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันที่โรงแรมห้าดาวในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือกว่างโจว ยังสามารถจองได้ในราคาเพียง 1,000 - 2,000 หยวน (ราว 4,500 - 9,000 บาท) เท่านั้น คำถามจึงเกิดขึ้นว่า เหตุใดโรงแรมระดับกลางในเมืองเล็กจึงตั้งราคาสูงได้ขนาดนี้
.
■ สาเหตุที่ราคาพุ่ง
.
ปี 2026 เป็นปีที่การท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนคึกคักเป็นพิเศษ วันหยุดยาวกว่าหลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับกระแส “หนีหนาวลงใต้” ที่ได้รับความนิยมในหลายครอบครัว ทำให้นักท่องเที่ยวกระจายตัวจากเมืองใหญ่ไปยังเมืองรองอย่างชัดเจน
.
ข้อมูลจาก Ctrip ระบุว่าเมืองเล็กอย่างซัวเถา เจียหยาง และเฉาโจว มียอดจองที่พักช่วงตรุษจีนเพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่เมืองในมณฑลฝูเจี้ยน เช่น เฉวีนนโจว ฝูโจว และเซี่ยเหมิน เติบโตในระดับ 80-90%
.
แม้เมืองเหล่านี้จะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวระดับท็อปในอดีต แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กลับได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจากคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ทั้งการแสดงระบำอิงเกอ ประเพณีปักดอกไม้ ตลาดงานหัตถศิลป์ ไปจนถึงอาหารท้องถิ่น ซึ่งถูกนำเสนอในรูปแบบ “การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมสมัย” ที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ง่าย
.
หานหยวนจวิน นักวิจัยจากสถาบันวิจัยการท่องเที่ยวจีนชี้ว่า เมืองเหล่านี้มีจุดร่วมคือความนิยมเพิ่มขึ้นเร็ว แต่จำนวนที่พักโดยเฉพาะโรงแรมระดับกลางกลับเพิ่มไม่ทัน เมื่ออุปสงค์หลั่งไหลเข้ามาพร้อมกันในช่วงตรุษจีน ราคาจึงถูกดันให้สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
ปรากฏการณ์ที่โรงแรมในเมืองเล็กราคาแพงกว่าโรงแรมห้าดาวในเมืองใหญ่ ไม่ได้หมายถึงโครงสร้างตลาดเปลี่ยนถาวร แต่เป็นผลจากความไม่สมดุลของอุปสงค์และอุปทานในช่วงวันหยุดยาว
.
ท่ามกลางกระแสราคาโรงแรมพุ่ง กลุ่มที่ถูกตั้งคำถามมากที่สุดไม่ใช่รีสอร์ตหรู แต่คือเชนโรงแรมระดับกลางอย่าง Atour และ Ji Hotel ซึ่งในสายตาผู้บริโภคถือเป็น “ตัวเลือกที่ปลอดภัย” เพราะราคาไม่สุดโต่ง บริการและความสะอาดเชื่อถือได้ และมีความเสี่ยงต่ำกว่าที่พักของชาวบ้านทั่วไป
.
จางจวิน  ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจโรงแรม ระบุว่าโรงแรมระดับกลางเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนมานาน ทั้งค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม ค่าแรง และต้นทุนดำเนินงาน ช่วงตรุษจีนจึงเป็นหนึ่งในไม่กี่โอกาสในการฟื้นกำไร เมื่ออุปทานมีจำกัด แต่ความต้องการพุ่งสูง ระบบราคาจึงปรับตามกลไกตลาดโดยอัตโนมัติ
.
หลี่เหวยหัวมองว่า แม้การขึ้นราคาช่วงไฮซีซันเป็นเรื่องปกติ แต่แบรนด์ต้องรักษาสมดุลระหว่างราคาและประสบการณ์ หากปล่อยให้ลูกค้ารู้สึกว่า “แพงแต่ไม่คุ้ม” ความเชื่อมั่นที่สะสมมาอาจพังลงได้ง่าย
.
ด้านหานหยวนจวินมองว่า หากการขึ้นราคาหลุดจากภาพลักษณ์เดิมของแบรนด์ในระยะยาว ภาครัฐและอุตสาหกรรมควรเข้ามามีบทบาท ทั้งในด้านแนวทางราคา ความหลากหลายของที่พัก และความโปร่งใสของข้อมูล
.
จากราคาบนแพลตฟอร์มล่าสุด โรงแรมระดับกลางในทำเลยอดนิยมส่วนใหญ่อยู่ราว 2,000 หยวน (ราว 9,000 บาท) ต่อคืน ขณะที่ห้องราคาพุ่ง 3,000 - 4,000 หยวน (ราว 13,500 - 18,000 บาท) ที่เคยเป็นกระแสเริ่มหายไปแล้ว
.
ในระยะยาว ราคาที่พักในเมืองเล็กที่พุ่งแรงอาจเป็นบททดสอบสำคัญ เมื่อเมืองเหล่านี้ยังได้รับความนิยมต่อเนื่อง โครงสร้างที่พักย่อมต้องปรับตัว ทั้งการเข้ามาของแบรนด์ใหม่และการพัฒนาที่พักท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ ซึ่งอาจช่วยคลี่คลายปัญหาในอนาคต
.
สำหรับโรงแรมระดับกลาง ความท้าทายที่แท้จริงจึงไม่ใช่การขายห้องแพงในช่วงตรุษจีน แต่คือการรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว ท่ามกลางความผันผวนของราคาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#ตรุษจีน #โรงแรมจีน #ท่องเที่ยวจีน
https://www.facebook.com/share/p/179kJET1kD/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่