หากจะพูดถึงไวรัสที่กัดกินการพัฒนาประเทศมาอย่างยาวนานที่สุด ไม่ใช่โควิด-19 แต่คือ “ระบบอุปถัมภ์” (Clientelism) นี่คือรากเหง้าที่ฝังลึกอยู่ใน DNA ของสังคมไทย ตั้งแต่ระดับโครงสร้างอำนาจรัฐไปจนถึงออฟฟิศเอกชน และเป็นกำแพงสูงชันที่ขวางกั้นคนทุกรุ่น ไม่เว้นแม้แต่คนรุ่นใหม่ (Gen Z - Alpha) โดยปิดโอกาสไม่ให้เข้าถึงสิ่งที่ควรจะเป็นตามความสามารถ (Meritocracy)
1. ภูมิพลังแห่งอดีต: เมื่อ “บารมี” คือใบเบิกทาง
มูลเหตุของระบบนี้ต้องย้อนไปถึงสมัยศักดินา ที่ความปลอดภัยและทรัพยากรไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎหมาย แต่ขึ้นอยู่กับว่า “คุณเป็นคนของใคร” ระบบไพร่และขุนนางสร้างวัฒนธรรมการพึ่งพา ผู้มีอำนาจ (ผู้อุปถัมภ์) ให้ความคุ้มครอง ส่วนผู้น้อย (ผู้รับอุปถัมภ์) ให้ความจงรักภักดีและแรงงาน
ภูมิพลังนี้ส่งต่อมายังระบบราชการและเอกชนในปัจจุบันผ่านคำว่า “บุญคุณ” และ “พวกพ้อง” กลายเป็นกลไกที่ว่า "ผลประโยชน์ไม่ได้วิ่งหาคนเก่ง แต่วิ่งหาคนที่เข้าพวก"
2. การขยายวงกว้าง: จากราชการสู่เอกชน และทุกอณูสังคม
ในอดีตเราอาจมองว่าระบบอุปถัมภ์มีแค่ในระบบราชการ (ระบบเส้นสาย/ตั๋วต่างๆ) แต่ปัจจุบันมันแฝงตัวอยู่ในทุกภาคส่วน
ระบบราชการ: การแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่ได้อิงตาม Performance แต่ใช้ “ตั๋ว” หรือการเข้าหาผู้ใหญ่ ทำให้คนทำงานดีแต่ไม่มีเส้นสายต้องหมดไฟ (Burnout) และลาออก
ภาคเอกชน: แม้จะเน้นกำไร แต่ในหลายองค์กรใหญ่ยังมีการใช้คอนเนคชันภายในกลุ่ม “ศิษย์เก่าสถาบันเดียวกัน” หรือ “เครือข่ายธุรกิจครอบครัว” ในการรับคนเข้าทำงานหรือดีลงานโครงการสำคัญ
ทุกวงการ: ไม่ว่าจะเป็นวงการบันเทิง กีฬา หรือแม้แต่วงการวิชาการ หากใครมี “สปอตไลท์” จากผู้อุปถัมภ์ย่อมมีโอกาสก้าวกระโดดได้เร็วกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัว
3. ผลกระทบต่อคนทุกรุ่น
คนรุ่นใหม่ (Gen Z & Alpha): "หมดไฟตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม" สำหรับน้องๆ อายุ 18-22 ปี ที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดงาน ระบบอุปถัมภ์สร้างความรู้สึก "พยายามไปก็เท่านั้น" (Learned Helplessness)
- ทางตันในอาชีพ: เมื่อตำแหน่งงานที่ดีถูกจับจองโดย "คนข้างใน" หรือ "ลูกท่านหลานเธอ" เด็กจบใหม่ที่เก่งแต่ไม่มีคอนเนคชันจะถูกผลักให้ไปอยู่ในงานที่ผลตอบแทนต่ำกว่าความสามารถ (Underemployment)
- วิกฤตความเชื่อมั่น: เกิดภาวะสมองไหล (Brain Drain) เพราะคนรุ่นใหม่เลือกที่จะไปขุดทองในต่างประเทศที่ตัดสินคนจากผลงานจริง มากกว่าการรอรับเศษเสี้ยวโอกาสในบ้านเกิด
คนรุ่นทำงาน (Gen Y & Gen X): "เพดานแก้วที่ไม่มีวันทะลุ" คนกลุ่มนี้คือฟันเฟืองหลักของเศรษฐกิจ แต่หากไร้เส้นสาย พวกเขาจะเจอกับ:
- การดองตำแหน่ง: แม้จะสร้างผลงานโดดเด่นเพียงใด แต่การเลื่อนตำแหน่งในองค์กรที่มีระบบอุปถัมภ์เข้มข้น มักจะสงวนไว้ให้ "สายตรง" ของผู้บริหาร ทำให้คนทำงานจริงรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง
- ภาระงานที่ล้นมือ: ในระบบที่คนมีเส้นสายเข้ามาทำงานแบบ "ฝากเลี้ยง" ภาระงานทั้งหมดจะตกอยู่กับคนไม่มีเส้นที่ต้องทำเพื่อรักษาเก้าอี้ของตัวเองไว้ ส่งผลให้เกิดภาวะ Burnout Syndrome ในระดับวิกฤต
รุ่นผู้ใหญ่และสังคมโดยรวม: "ความถดถอยของประสิทธิภาพ" เมื่อระบบเลือกใช้ "คนที่ไว้ใจ" มากกว่า "คนที่ทำเป็น" ผลกระทบจะตกสู่สังคม:
- การบริหารที่ผิดพลาด: องค์กรหรือหน่วยงานที่เต็มไปด้วยคนไม่มีความสามารถ (Incompetence) จะบริหารงานล่าช้าและไร้ประสิทธิภาพ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและภาษีของประชาชน
- ความเหลื่อมล้ำสะสม: ระบบอุปถัมภ์ทำให้ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ในเครือข่ายเดิมๆ ปิดกั้นโอกาสของ SME หรือสตาร์ทอัพรายใหม่ที่ไม่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มทุนใหญ่
แนวทางแก้ไข: เปลี่ยน "เส้นสาย" เป็น "มาตรฐาน"
- Transparency by Design: สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและ AI มาช่วยในการวัดผลงานและการรับสมัครงาน เพื่อลดการใช้ดุลพินิจส่วนตัวของผู้มีอำนาจ
- Open Meritocracy: องค์กรต้องประกาศเกณฑ์การเลื่อนตำแหน่งและผลตอบแทนที่ชัดเจน ตรวจสอบได้ผ่าน ระบบการประเมินผลสมัยใหม่ (OKRs/KPIs) ที่อิงจากข้อมูลจริง
- Active Citizen: คนรุ่นใหม่ต้องร่วมกันสร้างค่านิยมไม่ยอมรับ (Zero Tolerance) ต่อการใช้เส้นสายผ่านโซเชียลมีเดียและการตรวจสอบภาคประชาชน
ปรับ Mindset ให้เป็นโอกาสในโลก 2025
ในยุคที่เราเปลี่ยนระบบทั้งหมดไม่ได้ในวันเดียว เราต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
- Networking vs Nepotism: เรียนรู้ที่จะสร้างคอนเนคชัน (Networking) บนฐานของ "ความสามารถที่เกื้อกูลกัน" ไม่ใช่การประจบสอพลอ จงเป็นคนเก่งที่ใครๆ ก็อยากรู้จัก
- Personal Branding: ในยุคนี้ คุณสามารถสร้าง "ภูมิพลัง" ของตัวเองได้ผ่านโลกออนไลน์ หากคุณเก่งจริงและมีหลักฐานเชิงประจักษ์ โลกจะเห็นคุณโดยไม่ต้องง้อ "ตั๋ว" จากใคร
- มองหาองค์กรสมัยใหม่: เลือกทำงานในองค์กร Tech Company หรือบริษัทข้ามชาติที่มีระบบการประเมินผลแบบ OKRs และความหลากหลาย (Diversity & Inclusion)
- รวมกลุ่มสร้างพลัง: การใช้โซเชียลมีเดียเพื่อตรวจสอบและกดดันความไม่โปร่งใส (Social Accountability) เป็นเครื่องมือที่คนรุ่นใหม่ใช้ได้ผลอย่างมากในปัจจุบัน
แหล่งอ้างอิง:
การศึกษาวิจัยเรื่องวัฒนธรรมอุปถัมภ์ในสังคมไทย - สถาบันพระปกเกล้า
รายงานดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) - Transparency International
...... ระบบเส้นสายอาจทำให้ใรบางคนถึงยอดเขาได้เร็วขึ้น แต่ 'ความห่วย' จะเป็นแรงโน้มถ่วงที่ดึงให้เขาตกลงมาแรงกว่าใคร โลกในปี 2026 กว้างเกินกว่าจะยอมจำนนใต้เพดาน ... หากที่ใดวัดคนที่เส้นสาย จงพาความสามารถของคุณไปอยู่ในจุดที่วัดกันด้วยผลงาน และเริ่มจากโอกาสจากศักยภาพในตัวคุณเอง ....
ระบบอุปถัมภ์: รากลึก “ภูมิพลัง” ที่ล่ามโซ่สังคมไทยจากอดีตสู่ปัจจุบัน
ในยุคที่เราเปลี่ยนระบบทั้งหมดไม่ได้ในวันเดียว เราต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอด
รายงานดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชัน (CPI) - Transparency International