หลายคนตรวจสุขภาพตอนกลางวันทุกอย่างปกติ ไม่ปวดท้องแรง ไม่ตัวเหลือง ไม่ไข้ แต่พอถึงเวลากลางคืนกลับมีอาการแปลก ๆ นอนแล้วไม่สบายตัว แน่น จุก หรือปวดแบบบอกไม่ถูก ซึ่งอาการเหล่านี้มักถูกมองข้ามว่าเป็นกรดไหลย้อนหรืออาหารไม่ย่อย ทั้งที่จริงแล้ว “ถุงน้ำดี” อาจกำลังส่งสัญญาณเตือนอยู่ครับ เพราะช่วงนอนคือเวลาที่ระบบย่อย ไขมัน และน้ำดีทำงานชัดที่สุด ถ้ามีปัญหา อาการมักโผล่ตอนนี้เลย
1. นอนแล้วจุก แน่นชายโครงขวา โดยเฉพาะหลังมื้อเย็นกินของมัน ๆ
อาการคลาสสิกของถุงน้ำดีผิดปกติคือ แน่น จุก หรือปวดตื้อ ๆ ใต้ชายโครงขวา บางคนรู้สึกเหมือนมีอะไรมาดัน นอนตะแคงขวาแล้วอึดอัดมากขึ้น อาการนี้มักเกิดหลังอาหารเย็นที่มีไขมัน เพราะถุงน้ำดีต้องบีบตัวปล่อยน้ำดี ถ้ามีนิ่ว น้ำดีข้น หรือถุงน้ำดีอักเสบ การบีบตัวจะทำให้เกิดอาการจุกแน่นตอนนอนชัดเจนครับ
.
2. แน่นลิ้นปี่ แสบหน้าอก แต่ไม่เหมือนกรดไหลย้อน
หลายคนคิดว่าเป็นกรดไหลย้อน แต่กินยาแล้วไม่ค่อยดีขึ้น เพราะจริง ๆ ต้นตออาจมาจากน้ำดีไหลย้อนขึ้นมาแทน น้ำดีจะระคายเยื่อบุกระเพาะและหลอดอาหาร ทำให้แน่นลึก แสบ ๆ ขมคอ โดยเฉพาะตอนนอนราบหรือพลิกตัวกลางคืน อาการนี้พบบ่อยในคนที่ถุงน้ำดีทำงานผิดปกติ น้ำดีไม่ไหลเป็นจังหวะ และมักมาพร้อมท้องอืดหรือคลื่นไส้เล็ก ๆ ครับ
.
3. ท้องอืด คลื่นไส้ นอนแล้วไม่สบายตัว ตื่นมารู้สึกล้า
ถุงน้ำดีมีหน้าที่ย่อยไขมัน ถ้าทำงานไม่ดี ไขมันจะย่อยไม่หมด เกิดแก๊ส ท้องอืด แน่นท้อง และคลื่นไส้ตอนกลางคืน หลายคนจะรู้สึกนอนหลับไม่ลึก พลิกตัวบ่อย ตื่นเช้ามาไม่สดชื่น ทั้งที่นอนครบชั่วโมง อาการแบบนี้ถ้าเป็นซ้ำ ๆ โดยเฉพาะหลังอาหารเย็น มักไม่ใช่เรื่องลำไส้อย่างเดียว แต่เกี่ยวกับระบบน้ำดีโดยตรงครับ
.
พฤติกรรมก่อนนอนที่ทำถุงน้ำดีมีปัญหา
เพราะพฤติกรรมช่วงก่อนนอนนี่แหละครับที่ไปกระตุ้นตรง ๆ
1) กินมื้อเย็นดึกและมีไขมันสูง เช่น ของทอด หมูกระทะ ชาบู เนย ชีส เพราะถุงน้ำดีต้องบีบตัวแรงในเวลาที่ร่างกายควรพัก ทำให้เกิดอาการจุก แน่น และน้ำดีไหลไม่เป็นจังหวะ
2) นอนราบทันทีหลังอาหาร น้ำดีและกรดมีโอกาสไหลย้อน ทำให้แน่นลิ้นปี่และระคายกระเพาะ
3) ดื่มแอลกอฮอล์หรือของหวานก่อนนอน ซึ่งทำให้น้ำดีข้น ตับและถุงน้ำดีทำงานหนักขึ้น
4) การนอนดึก เครียดสะสม ฮอร์โมนที่ควบคุมการหลั่งน้ำดีรวน ทำให้ถุงน้ำดีบีบตัวผิดจังหวะเรื้อรังครับ
.
ลดปัญหาถุงน้ำดีก่อนนอน แค่ทำแบบนี้ครับ
• จัดมื้อเย็นให้เบาลง ลดของทอด ไขมันจัด และอาหารหนักอย่างน้อย 3–4 ชั่วโมงก่อนนอน
• เลือกกินโปรตีนย่อยง่าย เช่น ปลา ไข่ ต้ม นึ่ง ผักเยอะ ๆ
• หลีกเลี่ยงนอนราบทันทีหลังอาหาร ควรนั่งหรือเดินเบา ๆ 10–15 นาที เพื่อให้น้ำดีไหลดีขึ้น ลดการไหลย้อน
• งดแอลกอฮอล์และของหวานช่วงค่ำ
• ดื่มน้ำอุ่นเล็กน้อยช่วยให้น้ำดีไม่ข้น
• พยายามเข้านอนเป็นเวลา
• ลดความเครียดก่อนนอน เพราะถุงน้ำดีจะทำงานดีที่สุดในร่างกายที่ผ่อนคลายครับ
ถุงน้ำดีมีปัญหามักไม่ส่งเสียงดังในตอนกลางวัน แต่จะค่อย ๆ เตือนเราตอนกลางคืน ผ่านอาการจุก แน่น คลื่นไส้ และนอนหลับไม่สบาย ถ้ามีอาการเหล่านี้บ่อย โดยเฉพาะหลังอาหารมัน อย่ามองข้ามว่าเป็นเรื่องเล็ก การตรวจอัลตราซาวด์ถุงน้ำดีตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยป้องกันนิ่ว ถุงน้ำดีอักเสบ และภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ครับ
Cr. FB หมอเจด
3 สัญญาณ ถุงน้ำดีมีปัญหา มักเจอตอนนอน