เริ่มเลยนะคะ เราเป็นลูกคนเล็ก เป็นlgbt สมัยเรายังเด็ก แม่เลี้ยงเราด้วยวิธีการให้อยู่กับยาย และแม่ไปทำงาน จนพอเราเริ่มโต เราอาจจะเริ่มดื้อในวัยแบบเด็กๆ สิ่งที่แม่เราทำหรืออาจะแม่ๆหลายๆคนทำคือการตีสั่งสอนใช่ไหมคะ แต่สำหรับที่เราโดน เราคิดว่ามันอาจจะหนักเกินไปสำหรับเราในวัยนั้น เราโดนทั้งไม้ดวาด เข็มขัด ไม่ตะพด(ไม้ที่คนแก่เอาไว้พยุงตัว) เราโดนจนเราไม่อาจมองแม่เราเหมือนเดิมได้ จากที่เคยได้ความรักความห่วงความเอาใจใส่ แม่เปลี่ยนไปตั้งแต่ ”พ่อเลี้ยง“ เข้ามาเป็นส่วนนึงในชีวิตเรา เขาเป็นคนเจ้าระเบียบ เราไม่เคยมีพ่อ เพราะพ่อแท้ๆ ทิ้งไปตั้งแต่2ขวบ พอแม่เริ่มมีความรักกับพ่อเลี้ยง จากที่เรานอนกับแม่2คนก็ต้องกลายเป็น3คน จนเขาให้เราไปนอนคนเดียวตอน8ขวบ เราไม่เคยอยากเรียกเขาว่าพ่อเลย แต่ถ้าไม่เรียก ยายเราจะตี บ้านเราแก้ปัญหาง่ายๆด้วยการตี พอเราโดนตี คนข้างบ้าน ญาติๆ จะตบมือหัวเราะเหมือนดูหนังตลกที่เขาเห็นมาบ่อยๆ ไม่มีใครโอ๋ หรือ ปลอบเรา เราก็ต้องรีบหายร้อง หายเจ็บ เป็นแบบนี้ตั้งแต่เล็กจนถึงประมาณม.1 พอเราเริ่มโต แม่เริ่มไม่ตี แต่กลายเป็นการโมโหร้ายแทน ด้วยแม่เริ่มอายุมาก เขาเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เราไม่ได้เถียงอะไรไป พอเราเจอแฟนคนปัจจุบัน ตอน ม.6 แฟนเราเข้ามาทำชีวิตเราดีขึ้นมากๆ เขาเริ่มพาเราเข้าร้านอาหาร กินในสิ่งที่เราไม่เคยเข้า ปกติเราได้เงินจากแม่ไปเรียน วันละ20-40บาท ตั้งแต่ม.1-ม.6 เราต้องเดินกลับด้วย แต่ไม่อยากเดิน เลยกินได้น้อยไม่งั้นจะไม่มีรถกลับ พอจบม.6 เรา ทำงานและแยกออกมาอยู่หอ แต่ช่วงนี้แม่เราไม่ได้ทำงาน อยู่กับพ่อเลี้ยง แม่คอยจะบอกเราว่า กลับบ้านมั้ยถ้าจะต้องไปเสียค่าห้องหลายพัน (ปกติเราอยู่บ้านเราให้เงินแม่บ้างไม่เยอะมากแต่ก็ให้ พอย้ายออกมาเราไม่ได้ให้เลย) แม่เริ่มทักมาบอกว่าขอแค่ค่าข้าวสารก็ได้ เริ่มทักมาบอกอาการที่ป่วย ถ้าเป็นแบบนี้อาจจะอยู่ได้ไม่นาน อยากให้กลับบ้าน แต่ใจเราไม่อยากกลับเลย ไม่รู้ทำไม (แม่ยังอยู่กับพ่อเลี้ยงเหมือนเดิม ) มีอยู่วันนึงเราบอกเรื่องอาการป่วยของเรากับแม่ (มีก้อนในคอ)อาจจะต้องผ่าแม่เราอ่านไม่ตอบเราเลยไม่รู้ว่าแม่เขาอยากให้เรากลับไปอยู่บ้านเพราะอะไร ส่วนแฟนที่คบตั้งแต่ม.6 ปัจจุบันยังคบกันอยู่เข้าปีที่5แล้ว แฟนเราก็ปล่อยให้เราตัดสินใจเอง เราควรเลือกทางไหนดีคะ
เราควรทำยังดี เมื่อแม่เราทักมาให้กลับบ้าน