แต่งนิยายโค้กศาสตร์ตอนที่ 4 ทดลองบริโภคแต่เครื่องดื่มสักเดือน

กระทู้สนทนา
มารีน : พี่โค้กจะลดน้ำหนักเหรอคะ

โค้ก : เรื่องนั้นฉันยังไม่รับประกัน แต่ฉันก็แค่อยากลองทำอะไรสนุกๆ

มารีน : ทำไปทำไม

โค้ก : ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองฟุ่มเฟือยกับค่าอาหารไปเยอะมาก ดื่มแต่เครื่องดื่มยังไงก็ประหยัดกว่าเห็นๆ

มารีน : แล้วถ้าเกิดว่าโหยอาหารจนตบะแตกล่ะคะ

โค้ก : ฉันก็ไม่ได้จำกัดนี่ว่าจะต้องดื่มกี่แก้ว เอาให้อิ่มเต็มที่จนเบื่ออาหารกันไปข้างเลย และฉันก็ไม่คิดว่าฉันจะต้องดื่มเป็น 10 แก้วทุกวันหรอกนะ หรือต่อให้เป็นแบบนั้นจริงๆก็ยังประหยัดกว่าอาหารอยู่ดี

มารีน : นึกว่าจะลดน้ำหนักซะอีก

โค้ก : ฉันบอกแล้วไงว่าเรื่องนั้นฉันยังไม่รับประกัน

มารีน : แล้วถ้าแม่พี่โค้กซื้อของกินมายั่วสวาทล่ะคะ

โค้ก : ฉันจะประกาศตรงนี้เลยนะว่าฉันจะต้องตัดใจชั่วคราว ก็คือต้องจำใจทิ้งลงถังขยะอย่างน่าเสียดายแหละนะ จะว่าไปฉันรู้สึกเดจาวูแปลกๆจังเลยแฮะ

มารีน : แม่ที่ใจดีขนาดนี้พี่โค้กยังจะปฏิเสธน้ำใจอีกเหรอคะ

โค้ก : มารีน

มารีน : ว่าไงเหรอคะพี่โค้ก

โค้ก : อาหารน่ะมันทำให้ต่อมหิวของฉันเพิ่มขึ้นรู้ไหม ฉันเสียเงินให้กับตัวเองไปเยอะก็เพราะรักษาน้ำใจนี่แหละ และไม่ว่าจะรักษาน้ำใจหรือปฏิเสธน้ำใจ มันก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อแม่ฉันแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นก็ปฏิเสธมันไปซะเถอะน่า

มารีน : ช่วยอธิบายเพิ่มเติมได้ไหมคะ

โค้ก : อาหารน่ะทำให้ฉันปากแห้งคอแห้ง สุดท้ายมันก็ทำให้ฉันอยากดื่มน้ำหวานเหมือนเดิม เนื้อสัตว์มันไม่ได้ช่วยให้อิ่มง่ายสำหรับฉัน เพราะทัศนคติการลิ้มรสของฉันไม่ได้ออกแบบเหมือนคนอื่น และยิ่งพวกข้าวก๋วยเตี๋ยวขนมปังแป้งต่างๆยิ่งแล้วใหญ่ ตัวขยายกระเพาะชั้นดีจนน้ำหนักพุ่งปรี๊ด ดังนั้นทำไมฉันถึงต้องเสียเงินให้กับอาหารและเครื่องดื่ม แทนที่จะเสียเงินให้กับเครื่องดื่มอย่างเดียวก็พอแล้ว เชื่อเถอะว่าอาหารไม่ได้ช่วยลดความอยากน้ำหวานหรอก สรุปก็คือเสียค่าเครื่องดื่มไม่ได้ต่างกันสักเท่าไร แต่บวกกับอาหารเข้าไปอีกก็ยิ่งเสียเงินเยอะจนฟุ่มเฟือย และผลสุดท้ายร่างกายก็บวมอืดกันเลยสิครับท่านผู้ชม

มารีน : สุดท้ายพี่โค้กก็ยังห่วงเรื่องน้ำหนักอยู่ดี แล้วถ้าการทดลองนี้มันทำให้น้ำหนักขึ้นอีกล่ะคะ พี่โค้กจะไม่เสียดายเวลาชีวิตเหรอ เห็นพี่โค้กมีอุปสรรคเรื่องลดน้ำหนักตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ก็เข้าใจแหละนะว่ามันต้องมียากเป็นธรรมดา แต่ไม่นึกว่าจะยากจัดๆขนาดนี้

โค้ก : เอาเถอะมารีน ถือซะว่าเป็นนิยายตอนใหม่ ผสมผสานกับชีวิตจริงของตัวเอง

มารีน : แล้วพี่โค้กจะดื่มน้ำเปล่าไหมคะ

โค้ก : ก็ดื่มได้นะ แต่ไม่เยอะเท่าน้ำหวานที่ฉันชอบหรอก

มารีน : พี่โค้กรู้ใช่ไหมคะว่าจะมีโอกาสเสี่ยงป่วยมากกว่าปรกติ

โค้ก : สีสันชีวิตของฉันบางทีก็ยากจะเข้าใจ แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะยอมถวายชีวิตเพื่อการนี้ บางทีฉันอาจจะอยากเป็นอมตะแม้จะเป็นไปไม่ได้ก็เถอะ แต่บางทีฉันก็ใช้ชีวิตอย่างไม่กลัวป่วยและไม่กลัวตาย อารมณ์ของฉันมันช่างแปรปรวนซะจริงๆ

มารีน : แล้วพี่โค้กจะอัปเดตน้ำหนักในอนาคตหรือเปล่า

โค้ก : ฉันจะอัปเดตอีกทีในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ สำหรับวันนี้ฉันมีน้ำหนักอยู่ที 71.8 กิโลกรัม

มารีน : พี่โค้ก

โค้ก : อ่าฮะ

มารีน : นี่มันเพิ่มขึ้นจากเดิมมากเกินไปแล้วนะคะเนี่ย

โค้ก : ช่วงเดือนธันวาคมฉันนึกอะไรของฉันก็ไม่รู้ จู่ๆก็ปล่อยตัวกินไม่ยั้งอย่างเรี่ยราดเลย กว่าจะกู่กลับมาได้ก็เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง จริงๆน้ำหนักพีคสุดคือ 74.4 เลยด้วยซ้ำ ก่อนที่จะปล่อยตัวน่าจะ 67-68 และช่วงปลายเดือนตุลาคมเคยลงไปได้ถึง 62.4

มารีน : มารีนเป็นกำลังใจให้พี่โค้กเสมอนะคะ มารีนเชื่อว่าพี่โค้กไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้จะยังไม่เห็นแววสำเร็จเลยก็เถอะ

โค้ก : พลังบวกเชิงลบมากเลยนะเธอ แต่เอาเข้าจริงฉันก็ไม่ได้ถือว่าฉันไม่ยอมแพ้หรอก ฉันรู้สึกว่าฉันเหมือนจะเริ่มปลงได้บ้างแล้วล่ะ แม้จะยังหวังเล็กๆที่จะอยากผอมก็เถอะ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่เสียใจหรอกนะ มันก็แค่การทดลองใหม่ๆ มันก็แค่งานอดิเรกใหม่ๆ ดีซะอีกที่ประหยัดเงินกว่าเดิม ต่อให้น้ำหนักเพิ่มฉันก็ชอบการทดลองนี้อยู่ดี

มารีน : มารีนขอพูดประเด็นอีกหน่อยได้ไหมคะ

โค้ก : เชิญว่ามาเลย

มารีน : จริงๆพี่โค้กก็ไม่เห็นจำเป็นต้องปฏิเสธอาหารที่แม่ซื้อเลยนี่คะ พี่โค้กไม่ได้เสียเงินตัวเองให้กับอันนี้ไม่ใช่เหรอ และมันก็เป็นสินน้ำใจจากผู้มีพระคุณเลยนะคะ มารีนว่าพี่โค้กกินเถอะค่ะ

โค้ก : เผื่อเธออาจจะยังไม่รู้ ฉันเป็นคนที่มีสมาธิค่อนข้างสั้นน่ะ แม้จะยังไม่ถึงขั้นต้องไปพบแพทย์ก็เถอะ จะเห็นได้ว่าฉันแต่งนิยายแบบเรื่องราวต่อเนื่องได้ไม่นาน

มารีน : แล้วมันเกี่ยวอะไรกับอาหารล่ะคะ

โค้ก : ถ้าฉันได้บริโภคของที่ผิดเป้าหมาย ฉันจะรู้สึกร้อนรนจนปวดหัวและก็นอนไม่หลับ ผลสุดท้ายตบะก็จะแตกแบบวนลูปเป็นวงจรอุบาทว์

มารีน : ขนาดนั้นเชียวเลยเหรอ

โค้ก : ต่อมหิวเพิ่มขึ้นมันไม่ได้เพิ่มแค่น้ำหวานอย่างเดียวนะ ในหัวมันจะมีทั้งอาหารหลากหลาย ขนมต่างๆเต็มไปหมด และสุดท้ายฉันก็จะต้องเสียเงินอย่างฟุ่มเฟือยไงล่ะ

มารีน : แล้วดื่มแต่น้ำหวานมันไม่ได้เพิ่มต่อมหิวอย่างอื่นหรือไง

โค้ก : มันก็อาจจะเพิ่ม

มารีน : งั้นการทดลองนี้มันช่วยอะไรได้ล่ะคะ

โค้ก : ก็มันเป็นหนทางเดียวของฉันนี่หว่า ถึงไม่ใช่เรื่องน้ำหนักอย่างน้อยก็เรื่องเงินแหละวะ

มารีน : พี่โค้กเริ่มหงุดหงิดแล้วเนี่ยเห็นไหม เพราะเอาแต่เคร่งในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องแบบเนี้ย

โค้ก : หงุดหงิดเพราะเธอนั่นแหละ เจ้ากี้เจ้าการเป็นยายแก่ไปได้

มารีน : งั้นมารีนไม่รบกวนแล้วค่ะ

โค้ก : ผมเชื่อมั่นในตัวคุณครับ… “เต่าบิน”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่