'โดยความเชื่อ อาเบลจึงนำเครื่องบูชาที่ดีกว่าของคาอินมาถวายแด่พระเจ้า โดยทางความเชื่อนั้นท่านได้รับการรับรองว่าเป็นคนชอบธรรม พระเจ้าทรงรับรองของถวายของท่าน แม้ว่าอาเบลตายไปแล้ว แต่โดยทางความเชื่อท่านจึงยังพูดอยู่'
ฮีบรู 11:4
...
'ส่วนอาเบลก็นำแกะหัวปีจากฝูงและไขมันของแกะมาถวาย พระยาห์เวห์พอพระทัยอาเบลและของถวายของเขา'
ปฐมกาล 4:4
อาเบลนำผลจากการงานมาถวายโดยนำส่วนที่ดีที่สุดถวายแด่พระเจ้า เป็นที่พอพระทัยพระองค์
เขาเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้กำหนดวิธีเข้าเฝ้า
เขาเชื่อว่าการเข้าเฝ้าต้องมีการถวายชีวิต (แกะหัวปี, ไขมัน)
เขาเชื่อว่าพระเจ้าทรงมีสิทธิ์เลือก ไม่ใช่มนุษย์
ลักษณะหนึ่งของความเชื่อในกรอบพระคัมภีร์ คือ การยอมรับเงื่อนไขของพระเจ้า ไม่ใช่ตั้งเงื่อนไขเอง
อาเบลไม่ได้แค่เชื่อในใจ แต่แสดงออกด้วยการกระทำ คือ การถวายแบบที่สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้า
(นอกจากเชื่อในใจแล้ว เขาก็กระทำให้เห็นถึงความเชื่อของเขาด้วย
พระเจ้าทรง “รับรองว่าเป็นคนชอบธรรม”
ไม่ใช่เพราะอาเบลเป็นคนดีกว่าโดยธรรมชาติ แต่เพราะเขาวางตัวอยู่ใต้พระเจ้า
เขาเชื่อว่าพระเจ้าทรงกำหนดความถูกต้อง พระเจ้าจึงรับรองเขา...
...
ผู้เชื่อที่ชอบธรรมจะมีท่าทีที่เชื่อฟังและวางใจพระเจ้า ให้พระองค์เป็นหนึ่ง นำส่วนดีที่สุดถวายแด่พระองค์
พูดง่ายๆ เหมือนทำตามใจพระเจ้าเลย พระเจ้าต้องการอะไร จัดให้อย่างดี ไม่อาศัยความปรารถนาหรือคิดเองเออเองของตน
เป็นท่าทีที่ถ่อมใจ... ปิดท้ายด้วยข้อพระคัมภีร์ 👇
"แต่พระองค์ก็ประทานพระคุณมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นพระคัมภีร์จึงกล่าวว่า “พระเจ้าทรงต่อสู้คนที่หยิ่งจองหอง แต่ประทานพระคุณแก่คนที่ถ่อมใจ"
ยากอบ 4:6
พระเจ้าทรงยอมรับผู้เชื่อฟังและถ่อมใจ "โดยความเชื่อ อาเบลจึงนำเครื่องบูชาที่ดีกว่าของคาอินมาถวายแด่พระเจ้า" ฮีบรู11:4
ฮีบรู 11:4
...
'ส่วนอาเบลก็นำแกะหัวปีจากฝูงและไขมันของแกะมาถวาย พระยาห์เวห์พอพระทัยอาเบลและของถวายของเขา'
ปฐมกาล 4:4
อาเบลนำผลจากการงานมาถวายโดยนำส่วนที่ดีที่สุดถวายแด่พระเจ้า เป็นที่พอพระทัยพระองค์
เขาเชื่อว่าพระเจ้าเป็นผู้กำหนดวิธีเข้าเฝ้า
เขาเชื่อว่าการเข้าเฝ้าต้องมีการถวายชีวิต (แกะหัวปี, ไขมัน)
เขาเชื่อว่าพระเจ้าทรงมีสิทธิ์เลือก ไม่ใช่มนุษย์
ลักษณะหนึ่งของความเชื่อในกรอบพระคัมภีร์ คือ การยอมรับเงื่อนไขของพระเจ้า ไม่ใช่ตั้งเงื่อนไขเอง
อาเบลไม่ได้แค่เชื่อในใจ แต่แสดงออกด้วยการกระทำ คือ การถวายแบบที่สอดคล้องกับพระประสงค์ของพระเจ้า
(นอกจากเชื่อในใจแล้ว เขาก็กระทำให้เห็นถึงความเชื่อของเขาด้วย
พระเจ้าทรง “รับรองว่าเป็นคนชอบธรรม”
ไม่ใช่เพราะอาเบลเป็นคนดีกว่าโดยธรรมชาติ แต่เพราะเขาวางตัวอยู่ใต้พระเจ้า
เขาเชื่อว่าพระเจ้าทรงกำหนดความถูกต้อง พระเจ้าจึงรับรองเขา...
...
ผู้เชื่อที่ชอบธรรมจะมีท่าทีที่เชื่อฟังและวางใจพระเจ้า ให้พระองค์เป็นหนึ่ง นำส่วนดีที่สุดถวายแด่พระองค์
พูดง่ายๆ เหมือนทำตามใจพระเจ้าเลย พระเจ้าต้องการอะไร จัดให้อย่างดี ไม่อาศัยความปรารถนาหรือคิดเองเออเองของตน
เป็นท่าทีที่ถ่อมใจ... ปิดท้ายด้วยข้อพระคัมภีร์ 👇
"แต่พระองค์ก็ประทานพระคุณมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นพระคัมภีร์จึงกล่าวว่า “พระเจ้าทรงต่อสู้คนที่หยิ่งจองหอง แต่ประทานพระคุณแก่คนที่ถ่อมใจ"
ยากอบ 4:6