เที่ยวฉงชิ่ง แทบกลิ้งทุกเนิน (ตอน 2)

กลับมาต่อตอนที่ 2 กันค่ะ สำหรับคนที่สนใจตอนแรก ติดตามได้ที่ link นี้ค่ะ https://pantip.com/topic/43929215

15/11/68 (วันที่ 3 ต่อ) : หลังออกจาก Super 80s Street ต่อมาเราก็เดินทางไปรอดูการแสดงโดรน ที่ Landmark Riverside Danzishi Old Street เป็นเมืองเก่าที่ทำการปรับปรุงเป็น Community Mall จนได้รางวัล AAAA (เรียกไม่ถูกว่าดูจากชั้นไหนเพราะเราเดินลงมาจากถนน เพื่อเจอถนนด้านล่างอีก 555) สำหรับเราการแสดงโดรนเป็นอะไรที่ประทับใจและอลังการมาก

แต่ที่สำคัญแนะนำให้เรียก DiDi รอก่อนแสดงจบสัก 10 นาที เพราะคนมหาศาลเรียกรถกลับพร้อมกัน เราได้คิวเป็นลำดับที่ 1,xxx ใช้เวลาเรียกรถอยู่ 2 ชม. นั่งรอรถข้างถนนในคืนที่อากาศหนาว 7 องศา เป็นการฝึกความอดทนระดับ AAAA เช่นกัน เม่าผิงไฟ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ



16/11/68 (วันที่ 4) : สาย ๆ วันนี้เราเริ่มต้นทริปกันโดยไปหาอะไรกิน ที่ศูนย์อาหารบนถนนกวนอิมเฉียว มื้อเช้าเรามาจบกันที่ร้านข้าวราดแกง ซึ่งส่วนตัวเราชอบ idea ของร้านนี้มาก ๆ โดยร้านจะชั่งน้ำหนักของถาดก่อน และจะให้เราไปตักกับข้าว หลังจากนั้นนำมาชั่ง และคิดราคาตามขีดโดยหักน้ำหนักถาดออก (เราจำราคาไม่ได้จริง ๆ แต่ไม่แพง) หลังจากจ่ายเงิน ก็จะให้เราตักข้าว น้ำซุป มันฝรั่ง ฟรี เติมได้ไม่อั้น อยากเอา idea มาทำที่บ้านเราบ้างเลย



หลังจากอิ่มท้องเราก็เรียก DiDi ไปต่อกันที่ ย่านสือปาที เป็นย่านถนนคนเดิน เราปักหมุดให้ไปส่งที่ Viewing Platforms Shibati เพราะเป็นถนนด้านบน ทำให้เราไม่ต้องเดินขึ้นเขา เดินลงเป็นแนวดิ่งลงมาเรื่อย ๆ แต่ก็ต้องเดินท่าแบบ safe หัวเข่าอีกเช่นเคย เราเดินเล่นลงมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้มาเจอไฮไลท์ของวันนี้ คือ ตู้กดเบียร์สด หลังจากนั้นทุกแผนก็ได้ถูกทำลายและเวลาก็ได้หยุดลง ณ ที่จุดนี้ เพราะตามแผนต้องไปวัดหลัวฮั่นต่อ แต่แล้วฝั่งมารก็มักจะชนะฝ่ายธรรมะเสมอ อยู่จน Tank ปิด 555










หลังจากกลับถึงโรงแรมเราก็มานั่งจิบกันต่อที่ห้อง และ ลองลงไปเสี่ยงโชคแบบขูดตัวเลข สนนราคา  50 หยวน/ใบ เพื่อนเราขูดไป 2 รอบได้กลับมาทั้ง 2 รอบ ๆ ละ 50 หยวน ถือว่าคุ้มทุน แต่ก็ไม่รวยกลับบ้าน 555




17/11/68 (วันที่ 5) : สาย ๆ วันนี้ เราเริ่มกันที่วัดหลัวฮั่น เป็นวัดพุทธโบราณอายุกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เป็นวัดเก่าแก่ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางตึกสูงสมัยใหม่ และเป็นที่นิยมสำหรับการขอพรเรื่องสุขภาพ ความรัก และการงาน ล้างบาปที่ได้ผิดแผนจากเมื่อวาน เพี้ยนเขิน ซึ่งเราเดินจากโรงแรมไปที่วัดได้เลยระยะทางประมาณ 1 กม.



หลังจากขอพร และ บูชาของมงคลกันเรียบร้อย ก็ไปต่อกันที่หมู่บ้านสือชี่โข่ว นั่งรถออกนอกเมืองไปค่อนข้างไกล พอไปถึงฝนตกและอากาศค่อนข้างหนาวมาก เดินเล่นกันได้สักพัก ก็ไปหาร้านกาแฟนั่งกัน เพราะโดยรวมร้านขายของเหมือนกันทุกโซนแทบทุกร้าน ไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจสำหรับเรา

ที่นี่ห้องน้ำสภาพแย่ที่สุดในทริปเลยก็ว่าได้ ประตูปิดไม่ได้ และเป็นแบบนั่งยอง ๆ เราซึ่งกำลังถือประตูให้เพื่อนอยู่ ก็เจอกับสิ่ง Amazing in China มีคุณป้าชาวจีนคนหนึ่งวิ่งมาเข้าห้องน้ำ โดยไม่สนใจเรื่องปิดประตู นั่งลงและปลดทุกข์เบาไม่แคร์สายตาเรา และลุกขึ้นพร้อมกับเสียง ปุ๋งงงงงง!!!!! OMG  (ไม่มีรูปประกอบนะคะ 555)

ช่วงค่ำ ๆ เราไปต่อกันที่จุดชมวิวตรงข้าม Hongya Dong เพราะไม่อยากไปแย่งหายใจกับมหาชนอีก และคิดว่าฝั่งนี้น่าจะเห็นวิวได้สวยกว่า เรียก DiDi มาลงที่ฝั่งโรงละครใหญ่ และเดินเล่นเลาะริมแม่น้ำไปเรื่อย ๆ เพื่อถ่ายรูปวิวสวย ๆ ฝั่งตรงข้าม













หลังจากนั้นก็กลับมาเดินเล่น และหาอะไรกินที่ถนน Jiengfangbei และที่พลาดไม่ได้ก่อนกลับก็ต้องซดหมาล่าสั่งลาเมืองต้นตำรับอีกสักหนึ่งยก ซึ่งเป็นร้านที่อยู่ตรงถนน Street food ชั้น 2 รสชาดอร่อย แต่ค่อนข้างเผ็ดชา



หลังจากนั้นก็เดินกลับโรงแรมแต่บังเอิญมาเจอร้านขายของฝากระหว่างทางเป็นร้านที่ต้องเดินลงไปด้านล่าง ซึ่งมีของให้เลือกหลากหลายและราคาย่อมเยาว์ เหมาะที่จะซื้อเป็นของฝากแบบประหยัดกระเป๋าเรามาก ฟีนน เลย


จบแล้วสำหรับการ Share ทริปนี้ ปิดทริปด้วยไฮไลท์วิวตึก Cyberpunk อย่าง Hongyadong / กินหมาล่าก่อนบอกลา / ช้อปของฝากถูกใจราคาดีงาม เป็นการจบทริปที่ completely มากค่ะ

ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปทุกคนที่อนุญาตให้เอารูปมาลงโดยไม่ต้องแปะสติ๊กเกอร์ และ ส่งรูปภาพรวมให้เราเอาลงในการ review เพราะรูปเราหายไปหลายช่วง อาจจะเผลอลบทิ้งไป

ที่สำคัญขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะคะ พาพันขอบคุณ
เจอกันทริปหน้านะคะ Where is my next destination?

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่