นอนกรน-นอนหลับมากเกินไป' เสี่ยงภาวะซึมเศร้า-วิตกกังวล มากกว่าคนปกติ 40%

'นอนกรน-นอนหลับมากเกินไป' เสี่ยงภาวะซึมเศร้า-วิตกกังวล มากกว่าคนปกติ 40%

อาการนอนกรนมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับโรคซึมเศร้า โดยข้อมูลล่าสุดในปี 2026 ระบุว่าผู้ที่มีอาการนอนกรนหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ทำให้สมองขาดออกซิเจนและนอนหลับไม่สนิท ส่งผลกระทบต่อสารเคมีในสมองและระบบฮอร์โมน นำไปสู่ความเครียด อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้า วิตกกังวลได้สูงกว่าคนปกติถึง 40-44%
.
โดยกลไกที่เชื่อมโยงระหว่างการนอนกรนและซึมเศร้า เนื่องจาก สมองขาดออกซิเจน (Hypoxia) เมื่อมีการหยุดหายใจขณะนอนหลับ สมองจะขาดออกซิเจนเป็นระยะๆ ทำให้การทำงานของสมองส่วนควบคุมอารมณ์ ( limbic system ) และการสื่อสารของสารสื่อประสาท ( neurotransmitters ) เช่น เซโรโทนินและโดพามีน ผิดปกติไป
.
นอกจากนั้น การหลับที่ถูกรบกวน (Sleep Fragmentation) ร่างกายต้องสะดุ้งตื่นบ่อยๆ เพื่อหายใจ ทำให้คุณภาพการนอนหลับแย่ลง สมองไม่ได้พักผ่อนเต็มที่ ส่งผลให้เกิดความอ่อนเพลียเรื้อรังและอารมณ์แปรปรวน มีผลกระทบต่อฮอร์โมน การขาดออกซิเจนและนอนไม่พอ กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนความเครียด ( cortisol ) ทำให้ระบบฮอร์โมนเสียสมดุล ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์ และทำให้เกิดการอักเสบ: การขาดออกซิเจนซ้ำๆ กระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งเชื่อมโยงกับภาวะซึมเศร้า
.
ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช แพทย์เวชปฏิบัติทางประสาทวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษด้านสมองและความผิดปกติทางประสาทวิทยา อธิบายผ่านเพจ “สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์” ว่านอนกรน มันจะเสี่ยงซึมเศร้ายังไง คือ ต้องนอนกรนแล้ว คือต้องเป็น การมีการขาด oxygen จากลมทางเดินหายใจส่วนบนถูกอุดกั้น หรือ OSA
.
งานวิจัยใหญ่จากประเทศแคนาดาที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Network Open เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2025 มีข้อมูลว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ง่วงกลางวัน” หรือ “นอนกรนเสียงดัง” แต่ทำให้มีปัญหา ด้านจิตเวช
.
Dr. Kendzerska ได้วิเคราะห์ข้อมูลจาก Canadian Longitudinal Study on Aging ซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้สูงอายุและวัยกลางคนกว่า 27,000 คน ตลอดช่วงเวลา 2.9 ปี โดยประเมิน “ความเสี่ยง OSA” จากแบบสอบถามมาตรฐานที่ชื่อว่า STOP(ดูว่ามีอาการกรน, ง่วงผิดปกติ, หยุดหายใจตอนนอน, หรือมีความดันสูงหรือไม่)
.
ตนเอง คือ ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อ OSA มีโอกาสเป็น โรคซึมเศร้า วิตกกังวล PTSDและภาวะทางจิตเวชอื่นๆ สูงกว่าคนทั่วไปถึง 40%และที่สำคัญคือ ความเสี่ยงนี้ไม่ได้เกิด “แค่ตอนเริ่มต้น” แต่ยังคงอยู่ตลอดระยะติดตามเกือบ 3 ปี แม้จะยังไม่เคยมีปัญหาทางจิตมาก่อนก็ตาม!
.
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่