ขนมโบราณที่แม่เคยทำให้กิน ถึงแม้ฉันไม่ค่อยชอบรสชาติสักเท่าไหร่แต่ยังจำได้ดีถึงเรื่องราวที่แม่เล่าให้ฟัง…
ชื่อ "สัมปันนี" แปลว่า "เป็นที่รัก"
ในสมัยก่อน …ขนมชนิดนี้มักถูกจัดเตรียมขึ้นในงานมงคล โดยเฉพาะงานแต่งงาน ใช้แทนความในใจที่ฝ่ายหนึ่งมีต่ออีกฝ่ายหนึ่ง
หรือภรรยาทำขึ้นมาเพื่อให้สามีที่เป็นทหารไปออกรบ เนื่องจากขนมสามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน มีรสชาติหอมหวานละมุน
ส่วนอีกที่มา…ขนมสัมปันนีมีชื่อ มาจาก “เรือสัมปันนี” ที่คล้ายๆกับเรือสำปั้น หรือ เรือซำปัง แต่เพรียวกว่า เพราะฉะนั้นขนมสัมปันนีดั้งเดิม จึงถูกตัดเป็นสี่เหลี่ยมที่มีรูปลักษณ์เหมือนเรือสัมปันนีตามชื่อ ไม่ได้มีลักษณะสวยงามหลากหลายรูปแบบเหมือนปัจจุบัน
ใครที่เคยได้ลองชิมจะพบว่า เมื่อวางขนมลงบนลิ้น ขนมจะค่อยๆ ละลายหายไป ทิ้งไว้เพียงความหอมหวานของกะทิ รสชาติที่นุ่มนวล และกลิ่นควันเทียนที่อบอวลอยู่ในปาก เป็นความสนุกในการกินอีกแบบ สำหรับวัยเด็กของฉัน
ภายนอกถูกปั้นหรือกดลงพิมพ์ หรือตัดเป็นชิ้น ดูเปราะบาง สีนวลตา ส่วนภายในมีความร่วนซุยแต่ยังคงนุ่มนวล
การทำสัมปันนีนั้นใช้เพียง แป้งมันสำปะหลัง กะทิ และน้ำตาลทราย ดูเหมือนจะง่าย แต่ความยากอยู่ที่ ความอดทน…
-การคั่วแป้ง ต้องใช้ไฟอ่อนที่สุด ค่อยๆ คั่วจนแป้งสุกและเบาหวิว หากไฟแรงไปแป้งจะไหม้ หากแป้งไม่สุกขนมจะเหนียวติดฟัน
-การเคี่ยวกะทิ และน้ำตาล ต้องเคี่ยวจนข้นเหนียวพอดี เป็นยางมะตูม เมื่อผสมกับแป้งแล้วสามารถปั้นเป็นรูปทรงได้โดยไม่แตก
-การอบควันเทียน ข้ามคืน เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ขาดไม่ได้
ขนมนี้มี 2 สูตร แล้วแต่ความชอบ
…สูตรกรอบ จะนำไปตากแดดหรืออบจนผิวข้างนอกกรอบ แข็งแรงขึ้นมานิดหนึ่ง แต่ข้างในยังนุ่ม
…สูตรเปียก จะมีความชื้นมากกว่า นุ่มนิ่มละมุนลิ้น และละลายหายไปในปากทันทีที่สัมผัสลิ้น
ถ้าถามฉันว่าชอบสูตรไหนคงไม่ชอบทั้งสองสูตรเพราะฉันไม่ชอบกลิ่นกะทิ แต่สีพาสเทลสวยงามของขนมยังตราตรึงอยู่ในใจฉันเสมอ
เล่าเรื่องอาหาร ขนมสัมปันนี สีพาสเทลที่สวยงาม