ประวัติศาสตร์รถถังจีนในไทย ตำนาน Type 69-II ราคามิตรภาพ

ประวัติศาสตร์รถถังจีนในไทย ตำนาน Type 69-II ราคามิตรภาพ

1. จุดกำเนิดและความเป็นมาทางเทคโนโลยี
รถถัง Type 69-II มีรากฐานมาจากความขัดแย้งระหว่างจีนและสหภาพโซเวียตในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งบีบให้จีนต้องพัฒนาเทคโนโลยีรถถังของตนเองเพื่อเลิกพึ่งพาโซเวียต โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังการปะทะบริเวณชายแดนในปี 1969 เมื่อจีนยึดรถถัง T-62 ของโซเวียตได้ จึงนำมาทำวิศวกรรมย้อนกลับ (Reverse Engineering) เพื่อนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า เช่น ระบบไฟฉายอินฟราเรด มาปรับปรุงรถถัง Type 59 เดิมจนกลายเป็น Type 69 ในที่สุด

แม้การพัฒนารุ่นแรกๆ จะประสบปัญหาเรื่องความแม่นยำของปืนและคุณภาพการผลิตจากผลกระทบของการปฏิวัติวัฒนธรรม แต่จีนได้ปรับปรุงจนเป็นรุ่น Type 69-II ที่ใช้ปืนลำกล้องเกลียว 100 มม. และติดตั้งระบบควบคุมการยิงที่ทันสมัยขึ้น จนกลายเป็นสินค้าส่งออกยอดนิยมเนื่องจากมีราคาถูกและใช้งานง่าย

2. บริบทการจัดซื้อของกองทัพไทย
ในช่วงปี 1980 ประเทศไทยเผชิญวิกฤตความมั่นคงจากการที่เวียดนามบุกยึดกัมพูชา ทำให้มีกำลังทหารและรถถัง T-54/55 ประชิดชายแดนไทย ขณะที่กองทัพไทยมีเพียงรถถังเบา M41 ที่ล้าสมัยกว่า ส่งผลให้เกิดการสานสัมพันธ์ระหว่างไทยและจีนภายใต้หลักการ "ศัตรูของศัตรูคือมิตร"

การจัดหาเกิดขึ้นในปี 2530 โดยการนำของ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ในรูปแบบ "ดีลราคามิตรภาพ" ซึ่งจีนขายให้ในราคาเพียงคันละประมาณ 300,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 5-10% ของราคารถถังตะวันตก) พร้อมเงื่อนไขพิเศษอย่างการผ่อนชำระหรือการแลกเปลี่ยนด้วยสินค้าเกษตร เช่น ข้าวและยางพารา

3. การใช้งานและปัญหาในกองทัพไทย
เมื่อเข้าประจำการในชื่อ "รถถังหลักแบบ 30" (ถ.30) กองทัพไทยได้ดัดแปลงบางส่วนให้เป็น "ลูกผสม" เช่น เปลี่ยนมาใช้ปืนกล M2 Browning และระบบสื่อสารมาตรฐานตะวันตกเพื่อให้ทำงานร่วมกับหน่วยอื่นได้ แม้จะมีบทบาทสำคัญในการป้องปรามบริเวณชายแดนและยุทธการช่องบก แต่ Type 69-II ก็สร้างปัญหาอย่างมากในเวลาต่อมา ได้แก่:

ปัญหาความทนทาน: เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงในสภาพอากาศไทย และวัสดุสึกหรอเร็ว

สรีรศาสตร์: ระบบคลัตช์และเกียร์ใช้งานยากมากจนพลขับเหนื่อยล้า และภายในรถร้อนจัด

ฝันร้ายด้านโลจิสติกส์: การหาอะไหล่จากจีนในขณะนั้นทำได้ยากและล่าช้า จนต้องใช้วิธีถอดอะไหล่จากคันที่เสียมาซ่อมคันที่เหลือ (Cannibalization)

4. บทสุดท้ายและภารกิจใหม่
กองทัพไทยตัดสินใจปลดประจำการ Type 69-II ในปี 2547 เนื่องจากสภาพทรุดโทรมและไม่คุ้มค่าที่จะซ่อมบำรุง แต่ชะตากรรมของมันไม่ได้จบลงที่โรงหลอมเหล็ก โดยถูกนำไปใช้งานต่อใน 2 รูปแบบหลัก:

ภารกิจฝึก: ใช้เป็นหน่วย "ข้าศึกสมมติ" ในการฝึกร่วม Cobra Gold เนื่องจากรูปลักษณ์คล้ายรถถังค่ายคอมมิวนิสต์ และใช้เป็นรถฝึกขับสำหรับนักเรียนทหารม้า

ภารกิจสิ่งแวดล้อม: ในปี 2553 รถถังจำนวน 25 คันถูกนำไปทำความสะอาดและถอดชิ้นส่วนพิษออก เพื่อนำไปวางใต้ทะเลในจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส ทำหน้าที่เป็น "ปะการังเทียม" เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ

5. บทสรุปและบทเรียนเชิงยุทธศาสตร์
ตำนานของ Type 69-II ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของอาวุธ แต่เป็นบทเรียนสำคัญของกองทัพไทยในเรื่องการสนับสนุนด้านการส่งกำลังบำรุงแบบบูรณาการ (ILS) ซึ่งส่งผลต่อการเลือกซื้อรถถังในรุ่นต่อๆ มาอย่าง VT-4 ที่ต้องมีศูนย์ซ่อมบำรุงในไทย และเป็นการปิดฉากจากอาวุธทำลายล้างสู่การเป็นผู้ให้ชีวิตใหม่ใต้ท้องทะเลอย่างยั่งยืน

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่