ประวัติศาสตร์ รถถังเบา FV101 Scorpion เขี้ยวเล็บม้าลาดตระเวนในกองทัพบกไทย

1. กำเนิดและแนวคิดการออกแบบ
FV101 Scorpion เกิดขึ้นในยุคสงครามเย็นจากการเปลี่ยนแนวคิดของกองทัพอังกฤษที่ต้องการยานเกราะสำหรับ "สอดแนม" และ "ตอบโต้ฉับพลัน" แทนที่รถถังเกราะหนาเทอะทะ โดยให้ความสำคัญกับความเร็วและความคล่องตัวภายใต้โครงการ CVR(T) ซึ่งกำหนดให้น้ำหนักต้องเบาพอที่จะขนส่งผ่านเครื่องบิน C-130 ได้ เพื่อส่งกำลังไปได้ทั่วโลก
2. นวัตกรรมทางวิศวกรรมที่สำคัญ
โครงสร้างเกราะอลูมิเนียม: เป็นหัวใจหลักที่ทำให้น้ำหนักตัวรถเบาเพียง 8 ตัน แม้เกราะจะต้องหนากว่าเหล็กถึง 3 เท่าเพื่อให้ได้การป้องกันเท่ากัน แต่ก็ช่วยให้รถมีความคล่องตัวสูงมาก
สมรรถนะการเคลื่อนที่: เดิมใช้เครื่องยนต์เบนซิน Jaguar J60 ก่อนเปลี่ยนเป็นดีเซลในภายหลัง ทำความเร็วได้สูงถึง 80 กม./ชม. มีแรงกดดันต่อพื้นต่ำมาก (พอๆ กับคนเดินเท้า) ทำให้ลุยโคลนหรือพื้นที่ชุ่มน้ำได้ดีเยี่ยม
ระบบอาวุธ: ติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 76 มม. L23A1 (และรุ่นส่งออก 90 มม.) แม้จะมีอำนาจการยิงดีในภารกิจสนับสนุน แต่มีข้อจำกัดเรื่องป้อมปืนหมุนด้วยมือและไม่มีระบบดูดควันพิษออกจากห้องรบ
3. ประวัติการรบและบทบาทในระดับสากล
กองทัพอังกฤษ: สร้างชื่อเสียงที่สุดใน สงครามฟอล์กแลนด์ เพราะเป็นรถถังรุ่นเดียวที่วิ่งบนพื้นดินเลนของเกาะได้ รวมถึงปฏิบัติการในสงครามอ่าว แต่ถูกปลดประจำการในปี 1994 เนื่องจากปัญหาควันพิษในป้อมปืนที่ไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยยุคใหม่
ตลาดโลก: ส่งออกไปกว่า 20 ประเทศ รวมถึงการสู้รบในสงครามอิรัก-อิหร่าน ซึ่งพิสูจน์ว่ามันเหมาะกับการเป็นรถลาดตระเวนมากกว่าการเข้าปะทะหน้าตรงกับรถถังหลักที่มีเกราะหนากว่า
4. Scorpion ในกองทัพบกไทย (ถ.เบา ๒๑)
ไทยจัดหามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 เพื่อใช้ในหน่วยม้าลาดตระเวนตามแนวชายแดน และมีการปรับปรุง (Modernization) ครั้งใหญ่เพื่อยืดอายุการใช้งาน ได้แก่:
เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ดีเซล Cummins เพื่อความทนทานและปลอดภัย
ติดตั้งระบบควบคุมการยิง STAWS พร้อมกล้องตรวจจับความร้อน ช่วยให้รบในเวลากลางคืนได้แม่นยำ
ปัจจุบันยังคงประจำการอยู่ และมีบทบาทสำคัญในยุทธวิธี "ยิงแล้วย้าย" เพื่อรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่อย่างขีปนาวุธต่อต้านรถถัง
5. มรดกและสถิติโลก
แม้จะเก่าแก่แต่โครงสร้างของ Scorpion ถูกนำไปดัดแปลงเป็นยานเกราะรุ่นอื่น เช่น Sabre หรือใช้ป้อมปืนไปติดตั้งบนรถเกราะล้อยางรุ่นต่างๆ และที่น่าทึ่งคือ Scorpion ยังได้รับการบันทึกใน Guinness World Record ว่าเป็น "รถถังที่เร็วที่สุดในโลก" ด้วยความเร็ว 82.23 กม./ชม. ซึ่งยืนยันถึงปรัชญาการออกแบบที่เน้นความเร็วเหนือกว่าเกราะ
ประวัติศาสตร์ รถถังเบา FV101 Scorpion เขี้ยวเล็บม้าลาดตระเวนในกองทัพบกไทย
1. กำเนิดและแนวคิดการออกแบบ
FV101 Scorpion เกิดขึ้นในยุคสงครามเย็นจากการเปลี่ยนแนวคิดของกองทัพอังกฤษที่ต้องการยานเกราะสำหรับ "สอดแนม" และ "ตอบโต้ฉับพลัน" แทนที่รถถังเกราะหนาเทอะทะ โดยให้ความสำคัญกับความเร็วและความคล่องตัวภายใต้โครงการ CVR(T) ซึ่งกำหนดให้น้ำหนักต้องเบาพอที่จะขนส่งผ่านเครื่องบิน C-130 ได้ เพื่อส่งกำลังไปได้ทั่วโลก
2. นวัตกรรมทางวิศวกรรมที่สำคัญ
โครงสร้างเกราะอลูมิเนียม: เป็นหัวใจหลักที่ทำให้น้ำหนักตัวรถเบาเพียง 8 ตัน แม้เกราะจะต้องหนากว่าเหล็กถึง 3 เท่าเพื่อให้ได้การป้องกันเท่ากัน แต่ก็ช่วยให้รถมีความคล่องตัวสูงมาก
สมรรถนะการเคลื่อนที่: เดิมใช้เครื่องยนต์เบนซิน Jaguar J60 ก่อนเปลี่ยนเป็นดีเซลในภายหลัง ทำความเร็วได้สูงถึง 80 กม./ชม. มีแรงกดดันต่อพื้นต่ำมาก (พอๆ กับคนเดินเท้า) ทำให้ลุยโคลนหรือพื้นที่ชุ่มน้ำได้ดีเยี่ยม
ระบบอาวุธ: ติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 76 มม. L23A1 (และรุ่นส่งออก 90 มม.) แม้จะมีอำนาจการยิงดีในภารกิจสนับสนุน แต่มีข้อจำกัดเรื่องป้อมปืนหมุนด้วยมือและไม่มีระบบดูดควันพิษออกจากห้องรบ
3. ประวัติการรบและบทบาทในระดับสากล
กองทัพอังกฤษ: สร้างชื่อเสียงที่สุดใน สงครามฟอล์กแลนด์ เพราะเป็นรถถังรุ่นเดียวที่วิ่งบนพื้นดินเลนของเกาะได้ รวมถึงปฏิบัติการในสงครามอ่าว แต่ถูกปลดประจำการในปี 1994 เนื่องจากปัญหาควันพิษในป้อมปืนที่ไม่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยยุคใหม่
ตลาดโลก: ส่งออกไปกว่า 20 ประเทศ รวมถึงการสู้รบในสงครามอิรัก-อิหร่าน ซึ่งพิสูจน์ว่ามันเหมาะกับการเป็นรถลาดตระเวนมากกว่าการเข้าปะทะหน้าตรงกับรถถังหลักที่มีเกราะหนากว่า
4. Scorpion ในกองทัพบกไทย (ถ.เบา ๒๑)
ไทยจัดหามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 เพื่อใช้ในหน่วยม้าลาดตระเวนตามแนวชายแดน และมีการปรับปรุง (Modernization) ครั้งใหญ่เพื่อยืดอายุการใช้งาน ได้แก่:
เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ดีเซล Cummins เพื่อความทนทานและปลอดภัย
ติดตั้งระบบควบคุมการยิง STAWS พร้อมกล้องตรวจจับความร้อน ช่วยให้รบในเวลากลางคืนได้แม่นยำ
ปัจจุบันยังคงประจำการอยู่ และมีบทบาทสำคัญในยุทธวิธี "ยิงแล้วย้าย" เพื่อรับมือกับภัยคุกคามสมัยใหม่อย่างขีปนาวุธต่อต้านรถถัง
5. มรดกและสถิติโลก
แม้จะเก่าแก่แต่โครงสร้างของ Scorpion ถูกนำไปดัดแปลงเป็นยานเกราะรุ่นอื่น เช่น Sabre หรือใช้ป้อมปืนไปติดตั้งบนรถเกราะล้อยางรุ่นต่างๆ และที่น่าทึ่งคือ Scorpion ยังได้รับการบันทึกใน Guinness World Record ว่าเป็น "รถถังที่เร็วที่สุดในโลก" ด้วยความเร็ว 82.23 กม./ชม. ซึ่งยืนยันถึงปรัชญาการออกแบบที่เน้นความเร็วเหนือกว่าเกราะ