สวัสดีค่ะ ขออนุญาตเริ่มเล่าเลยนะคะ เป็นเรื่องที่อยากระบายเพื่อที่จะได้ปลอบโยนหัวใจค่ะ เรากับแฟนคบกันมา 5ปีแล้วค่ะ เริ่มย้ายมาอยู่ด้วยกันแบบจริงจังก็ตอนคบกันเข้าปีที่สองค่ะ ตอนแรกเราเช่าห้องอยู่กันสองคน แต่ทีนี้ทางผู้ใหญ่บ้านเค้าไม่อยากให้เสียตัง เราเลยได้ย้ายเข้าไปอยู่บ้านเขา ซึ่งเป็นบ้านพักข้าราชการของทางบ้านเขา บ้านค่อนข้างใหญ่แบ่งเป็นห้องเป็นสัดส่วน มีสมาชิกอยู่ในบ้านรวมกัน 7 คน
สอง สาม ปีแรกไม่มีอะไร อาจจะมีบ้างเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องพ่อเขาซึ่งพ่อเขาเนี่ยมีการใช้สารเสพติดมาเป็นระยะเวลานานตั้งแต่สมัย เขายังเรียนอยู่ แต่ปัจจุบันไม่รู้ว่าพ่อเขายังใช้อยู่มั้ย แต่ที่ผ่านมาคือเจอ 1 เลย คือเรื่องอารมณ์ที่แปรปรวน พูดคนเดียวฉุนเฉียวด่าคนด่าคนนี้รวมถึงด่าเราซึ่งเราไม่ค่อยได้ไปสุงสิงอะไรกับเขา แต่เราโดนด่า พยายามปล่อยวางทำความเข้าใจว่าเค้าไม่ปกติ แต่บางครั้งเค้าก็เหมือนคนปกติ อาจจะเหมือนหลอนบางช่วง
ยอมรับว่าอึดอัดมากคุยกะแฟนว่าไม่อยากอยู่อยากย้ายออกไปอยู่กันเอง ซึ่งแฟนก็เห็นด้วย จะย้ายออก แต่ทีนี้แฟนเราสอบดีข้าราชการ
เขาต้องไปฝึก นาน ๆ จะได้กลับบ้านที มีเวลาให้เราเตรียมตัวเพื่อไปส่งเค้าเข้าฝึกประมาณหนึ่งถึงสองเดือน เราก็คิดแล้วว่า ถ้าให้เราอยู่บ้านนี้คนเดียว โดยที่ไม่มีแฟนน่ะ อยู่ไม่ได้แน่ๆ ซึ่งเราเป็นคนที่โลกส่วนตัวค่อนข้างจะสูง แต่ถ้าถามเรื่องช่วยงานบ้าน ช่วยอะไรเงี้ยเราทําเต็มที่ มีงานบุญอะไรต่าง ๆ เราทํา เราช่วยหมด ทางบ้านเขาก็จะมีคนขายของ เราก็ไปช่วยเขาขาย แต่ถ้าเราว่าหรือไม่ได้มีงานอะไร เราก็จะอยู่ในห้อง
ดูหนังบ้าง เราจะไม่ค่อยออกไปอยู่แล้วเนาะจากเขาจะมีอะไรให้เราช่วย เพราะส่วนมากครอบครัวเขาก็จะอยู่มีห้องใครห้องมันไม่ออกมายุ่งกันนอกจากจะกินข้าว
แต่ทีนี้แฟนเราไปฝึก เรายังไม่ได้ย้ายออก
บานพ่อบ้านแม่เราก็อยู่อีกจังหวัด 1 ซึ่งเราทำงานอยู่ที่จังหวัดนี้เราก็เลยย้ายกลับไปอยู่กับเขาไม่ได้ เราก็เลยต้องอดทนอยู่บ้านแฟนคนเดียว โดยที่ไม่มีแฟนก็เหมือนเดิมค่ะ พ่อเขาก็เป็นเหมือนเดิม ตะโกนด่าเรา แต่เขาจะด่าเฉพาะตอนที่เราไม่อยู่ แต่ตอนนั้นเราอยู่ในห้อง เขาไม่รู้ว่าเราอยู่ด่าแรงมาก ด่าเหมือนเราไปทำอะไรให้เขาโกรธแค้น ด้วยความที่เราอยู่คนเดียวเราก็กลัวและเราอึดอัด เวลาเขาเกิดอาละวาดแบบเนี้ย คนในบ้านไม่มีใครอยู่เลย ไปโดยที่ไม่ได้บอกอะไรเรา เราก็ทำได้แค่ล็อกห้อง
ถึงขั้นไม่ออกไปฉี่ ถึงขั้นต้องฉี่ใส่กระโถนในห้อง แฟนไปฝึกได้ประมาณเดือนนึง เขาก็กลับมา เสาร์ อาทิตย์ เราก็ใช้ชีวิตปกติ แล้วก็มีการบ่นมาอึดอัดไม่อยากโยงอยากไปหาบ้านเช่าอยู่ แฟนก็บอกว่าเป็นห่วงเรา เราต้องออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว ( แต่คิดในใจอยู่ในบ้านนี่เนี่ยต้องน่าเป็นห่วงมากกว่า ) ซึ่งแฟนก็รู้นะคะว่า ครอบครัวเขามายังไง พ่อเขาเป็นยังไง ผ่านไปได้สักประมาณเดือนสองเดือน เรามีอาการแปลก ๆ เกี่ยวกับฮอร์โมน เราก็เลยเป็นสิ่งที่ตรวจครรภ์มาตรวจปรากฎว่าขึ้นสองขีด ตอนนั้นเรายังไม่ได้บอกใคร เราบอกลูกพี่ลูกน้องของแฟนแค่คนเดียวซึ่งในห้องนั้นที่เราบอกอะ มันมีน้องสะใภ้อยู่ เลื่องเลยแดงทุกคนรู้หมด เราก็เลยไปถาม ลูกพี่ลูกน้องของแฟน ว้า พี่ไปบอกคนอื่นหรอ คือหนูยังไม่อยากให้ไปบอก เพราะว่ากลัวอะไรหลาย ๆ อย่างเครียดยังไม่พร้อม ลูกพี่ลูกน้องบอกว่าไม่ได้บอก สรุปอีน้องสะใภ้เป็นคนไปบอก แล้วสิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้นค่ะ พวกบรรดา ป้าน้าอา ของแฟน พูดว่า ใช่ลูกของหลานเขาหรือเปล่า แต่พูดกันเองโดยที่ไม่ได้ให้หนูได้ยิน เนื่องด้วยที่ทํางานของหนูก็เป็นหน่วยงานราชการ เขาก็จะมีสังสรรค์กินเลี้ยงกันค่อนข้างบ่อย กับดึกบ้าง บางครั้งหนูเบื่อ ๆ หนูก็ไปนั่งดื่มกับเพื่อนบ้างก็เลยอาจจะทําให้ทางบ้านเขาคิดแบบนั้น มีการใส่ไฟจากน้องสะใภ้ด้วย
คราวนี้เป็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว เราได้มีปากเสียงกับคนในบ้านให้เขา พวกป้าพวกอาเขา เรารู้สึกว่าคําพูดแบบนั้นไม่สมควรออกมาจากปากลูกผู้หญิงด้วยกัน ซึ่งต่อหน้าเขาทําดีกับเรา เราอยู่กับเขามาได้สามปีทุกสิ่งทุกอย่าง เราช่วยเขาเต็มที่ แต่เรากลับโดนคําพูดแบบนี้ เครียดมาก ท้อร้องไห้อยู่คนเดียว ไม่ได้คุยกับแฟนเพราะว่าเขาฝึก เขาจะได้เล่นโทรศัพท์อีกที หรือได้กลับบ้านก็คือเสาร์อาทิตย์ พอเราทะเลาะปุ๊บเราตัดสินใจย้ายออกเลยทันที เรายอมรับว่าเครียดมาก เสียใจ น้อยใจที่เรารักและเคารพผู้ใหญ่พวกนั้นได้เข้ามาใช้คําพูดแบบนี้กับเรา พอเราย้ายออกก็มีการพูด การวาดตามหลังมานินทาบลาๆ ไม่จบ เราเลยได้มีการโทรไปด่ากันอีก 1 ยก เป็นเหตุที่ทําให้เราไม่อยากคุยกับคนในบ้านนั้นอีกเลย เราเครียดมากเรากลัวว่าแฟนเราจะหาว่าเราท้องกับคนอื่น ซึ่งตัวเราเรารู้ดีอยู่แล้วว่าเราท้องกับแฟนเราแค่คนเดียว เรามีแฟนเราแค่คนเดียว เราวิตกกังวลเก็บคำพูดทุกอย่างมาคิดในหัว ย้ำคิดย้ำทำทุกวัน
จนเครียดและส่งผลให้เราแท้งลูกค่ะ เราไปนอนโรงพยาบาลคนเดียวรอขูดมดลูก
แต่โชคดีตรงที่ว่าเราไม่ต้อง
แฟนก็ขอลากลับมาดูเรา ยอมรับว่าเสียใจมาก ถึงเราจะไม่พร้อมมีเขา แต่เรารู้ถึงการมีอยู่ของเขา ก็ได้แต่ทําใจค่ะ เรากลับมาพักฟื้นที่บ้านของเรา
ก็มีเสียง นินทาลอยมาถึงหูว่าเราเอาเด็กออก เพราะกลัว โดนจับได้ว่าไม่ใช่ลูกของแฟนเรา เราเลยไม่ได้ตอบโต้หรืออะไรไป ก็ใช้ชีวิตกับแฟนสองคน เรายังไม่ได้แต่งงานกัน มันมีเรื่องที่หนักใจคือจะแต่งกันได้ยังไง ในเมื่อเรากับญาติเขาไม่ถูกกัน ซึ่งเราก็โกรธ เราไม่อยากเจอใครเลยแม้แต่คนเดียว แต่มันจะเป็นงานแต่งได้ยังไง หรืออาจจะไม่ได้แต่งเลย ทุกวันนี้จมอยู่แต่กับความเจ็บปวดเรื่องการสูญเสียลูก โทษตัวเองมาตลอด แต่ก็ไม่ลืมโทษคนพวกนั้น เพราะคําพูดมันฆ่าคนได้จริงๆ
คบกันมา 5 ปี แต่รู้สึกว่าจะไปไม่รอด
สอง สาม ปีแรกไม่มีอะไร อาจจะมีบ้างเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องพ่อเขาซึ่งพ่อเขาเนี่ยมีการใช้สารเสพติดมาเป็นระยะเวลานานตั้งแต่สมัย เขายังเรียนอยู่ แต่ปัจจุบันไม่รู้ว่าพ่อเขายังใช้อยู่มั้ย แต่ที่ผ่านมาคือเจอ 1 เลย คือเรื่องอารมณ์ที่แปรปรวน พูดคนเดียวฉุนเฉียวด่าคนด่าคนนี้รวมถึงด่าเราซึ่งเราไม่ค่อยได้ไปสุงสิงอะไรกับเขา แต่เราโดนด่า พยายามปล่อยวางทำความเข้าใจว่าเค้าไม่ปกติ แต่บางครั้งเค้าก็เหมือนคนปกติ อาจจะเหมือนหลอนบางช่วง
ยอมรับว่าอึดอัดมากคุยกะแฟนว่าไม่อยากอยู่อยากย้ายออกไปอยู่กันเอง ซึ่งแฟนก็เห็นด้วย จะย้ายออก แต่ทีนี้แฟนเราสอบดีข้าราชการ
เขาต้องไปฝึก นาน ๆ จะได้กลับบ้านที มีเวลาให้เราเตรียมตัวเพื่อไปส่งเค้าเข้าฝึกประมาณหนึ่งถึงสองเดือน เราก็คิดแล้วว่า ถ้าให้เราอยู่บ้านนี้คนเดียว โดยที่ไม่มีแฟนน่ะ อยู่ไม่ได้แน่ๆ ซึ่งเราเป็นคนที่โลกส่วนตัวค่อนข้างจะสูง แต่ถ้าถามเรื่องช่วยงานบ้าน ช่วยอะไรเงี้ยเราทําเต็มที่ มีงานบุญอะไรต่าง ๆ เราทํา เราช่วยหมด ทางบ้านเขาก็จะมีคนขายของ เราก็ไปช่วยเขาขาย แต่ถ้าเราว่าหรือไม่ได้มีงานอะไร เราก็จะอยู่ในห้อง
ดูหนังบ้าง เราจะไม่ค่อยออกไปอยู่แล้วเนาะจากเขาจะมีอะไรให้เราช่วย เพราะส่วนมากครอบครัวเขาก็จะอยู่มีห้องใครห้องมันไม่ออกมายุ่งกันนอกจากจะกินข้าว
แต่ทีนี้แฟนเราไปฝึก เรายังไม่ได้ย้ายออก
บานพ่อบ้านแม่เราก็อยู่อีกจังหวัด 1 ซึ่งเราทำงานอยู่ที่จังหวัดนี้เราก็เลยย้ายกลับไปอยู่กับเขาไม่ได้ เราก็เลยต้องอดทนอยู่บ้านแฟนคนเดียว โดยที่ไม่มีแฟนก็เหมือนเดิมค่ะ พ่อเขาก็เป็นเหมือนเดิม ตะโกนด่าเรา แต่เขาจะด่าเฉพาะตอนที่เราไม่อยู่ แต่ตอนนั้นเราอยู่ในห้อง เขาไม่รู้ว่าเราอยู่ด่าแรงมาก ด่าเหมือนเราไปทำอะไรให้เขาโกรธแค้น ด้วยความที่เราอยู่คนเดียวเราก็กลัวและเราอึดอัด เวลาเขาเกิดอาละวาดแบบเนี้ย คนในบ้านไม่มีใครอยู่เลย ไปโดยที่ไม่ได้บอกอะไรเรา เราก็ทำได้แค่ล็อกห้อง
ถึงขั้นไม่ออกไปฉี่ ถึงขั้นต้องฉี่ใส่กระโถนในห้อง แฟนไปฝึกได้ประมาณเดือนนึง เขาก็กลับมา เสาร์ อาทิตย์ เราก็ใช้ชีวิตปกติ แล้วก็มีการบ่นมาอึดอัดไม่อยากโยงอยากไปหาบ้านเช่าอยู่ แฟนก็บอกว่าเป็นห่วงเรา เราต้องออกไปอยู่ข้างนอกคนเดียว ( แต่คิดในใจอยู่ในบ้านนี่เนี่ยต้องน่าเป็นห่วงมากกว่า ) ซึ่งแฟนก็รู้นะคะว่า ครอบครัวเขามายังไง พ่อเขาเป็นยังไง ผ่านไปได้สักประมาณเดือนสองเดือน เรามีอาการแปลก ๆ เกี่ยวกับฮอร์โมน เราก็เลยเป็นสิ่งที่ตรวจครรภ์มาตรวจปรากฎว่าขึ้นสองขีด ตอนนั้นเรายังไม่ได้บอกใคร เราบอกลูกพี่ลูกน้องของแฟนแค่คนเดียวซึ่งในห้องนั้นที่เราบอกอะ มันมีน้องสะใภ้อยู่ เลื่องเลยแดงทุกคนรู้หมด เราก็เลยไปถาม ลูกพี่ลูกน้องของแฟน ว้า พี่ไปบอกคนอื่นหรอ คือหนูยังไม่อยากให้ไปบอก เพราะว่ากลัวอะไรหลาย ๆ อย่างเครียดยังไม่พร้อม ลูกพี่ลูกน้องบอกว่าไม่ได้บอก สรุปอีน้องสะใภ้เป็นคนไปบอก แล้วสิ่งที่กลัวก็เกิดขึ้นค่ะ พวกบรรดา ป้าน้าอา ของแฟน พูดว่า ใช่ลูกของหลานเขาหรือเปล่า แต่พูดกันเองโดยที่ไม่ได้ให้หนูได้ยิน เนื่องด้วยที่ทํางานของหนูก็เป็นหน่วยงานราชการ เขาก็จะมีสังสรรค์กินเลี้ยงกันค่อนข้างบ่อย กับดึกบ้าง บางครั้งหนูเบื่อ ๆ หนูก็ไปนั่งดื่มกับเพื่อนบ้างก็เลยอาจจะทําให้ทางบ้านเขาคิดแบบนั้น มีการใส่ไฟจากน้องสะใภ้ด้วย
คราวนี้เป็นการตัดสินใจที่เด็ดเดี่ยว เราได้มีปากเสียงกับคนในบ้านให้เขา พวกป้าพวกอาเขา เรารู้สึกว่าคําพูดแบบนั้นไม่สมควรออกมาจากปากลูกผู้หญิงด้วยกัน ซึ่งต่อหน้าเขาทําดีกับเรา เราอยู่กับเขามาได้สามปีทุกสิ่งทุกอย่าง เราช่วยเขาเต็มที่ แต่เรากลับโดนคําพูดแบบนี้ เครียดมาก ท้อร้องไห้อยู่คนเดียว ไม่ได้คุยกับแฟนเพราะว่าเขาฝึก เขาจะได้เล่นโทรศัพท์อีกที หรือได้กลับบ้านก็คือเสาร์อาทิตย์ พอเราทะเลาะปุ๊บเราตัดสินใจย้ายออกเลยทันที เรายอมรับว่าเครียดมาก เสียใจ น้อยใจที่เรารักและเคารพผู้ใหญ่พวกนั้นได้เข้ามาใช้คําพูดแบบนี้กับเรา พอเราย้ายออกก็มีการพูด การวาดตามหลังมานินทาบลาๆ ไม่จบ เราเลยได้มีการโทรไปด่ากันอีก 1 ยก เป็นเหตุที่ทําให้เราไม่อยากคุยกับคนในบ้านนั้นอีกเลย เราเครียดมากเรากลัวว่าแฟนเราจะหาว่าเราท้องกับคนอื่น ซึ่งตัวเราเรารู้ดีอยู่แล้วว่าเราท้องกับแฟนเราแค่คนเดียว เรามีแฟนเราแค่คนเดียว เราวิตกกังวลเก็บคำพูดทุกอย่างมาคิดในหัว ย้ำคิดย้ำทำทุกวัน
จนเครียดและส่งผลให้เราแท้งลูกค่ะ เราไปนอนโรงพยาบาลคนเดียวรอขูดมดลูก
แต่โชคดีตรงที่ว่าเราไม่ต้อง
แฟนก็ขอลากลับมาดูเรา ยอมรับว่าเสียใจมาก ถึงเราจะไม่พร้อมมีเขา แต่เรารู้ถึงการมีอยู่ของเขา ก็ได้แต่ทําใจค่ะ เรากลับมาพักฟื้นที่บ้านของเรา
ก็มีเสียง นินทาลอยมาถึงหูว่าเราเอาเด็กออก เพราะกลัว โดนจับได้ว่าไม่ใช่ลูกของแฟนเรา เราเลยไม่ได้ตอบโต้หรืออะไรไป ก็ใช้ชีวิตกับแฟนสองคน เรายังไม่ได้แต่งงานกัน มันมีเรื่องที่หนักใจคือจะแต่งกันได้ยังไง ในเมื่อเรากับญาติเขาไม่ถูกกัน ซึ่งเราก็โกรธ เราไม่อยากเจอใครเลยแม้แต่คนเดียว แต่มันจะเป็นงานแต่งได้ยังไง หรืออาจจะไม่ได้แต่งเลย ทุกวันนี้จมอยู่แต่กับความเจ็บปวดเรื่องการสูญเสียลูก โทษตัวเองมาตลอด แต่ก็ไม่ลืมโทษคนพวกนั้น เพราะคําพูดมันฆ่าคนได้จริงๆ