นักปฏิรูปการศึกษา ของ ประเทศไทย

กระทู้สนทนา
นักปฏิรูปการศึกษา ของ ประเทศไทย





ความสำคัญเกี่ยวกับการ รับรางวัลจาก UNESCO ซึ่ง ประเทศไทยได้รับในปี 2540 ภายใต้การปฏิรูปการศึกษา  ซึ่งแม้ว่าผลงานการปฏิรูปการศึกษาของท่าน สุขวิช รังสิตพล จะได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ แต่ก็มีประเด็นเกี่ยวกับ การไม่ให้เครดิตกับท่าน ซึ่งเป็นผู้นำในการอภิวัฒน์การศึกษา 2538 โดย ส่งคนอื่นไปรับรางวัล และ ไม่ให้เครดิตท่าน ในฐานะนักปฏิรูปการศึกษาที่ดีที่สุด มีผลงานมากที่สุดในการยกระดับสิทธิการศึกษาคนไทยจาก ประถม เป็น ฟรีจริง 15 ปี และ บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 43 สิทธิการศึกษาพื้นฐาน 12 ปี และ มาตรา 80 สิทธิอนุบาล 3 ปี เนื่องจากฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล ตระหนักดีว่า อนุบาล 3 ปีไม่ใช่การศึกษาพื้นฐาน แต่คือ การพัฒนาเด็ก 

การรับรางวัล
การอ้างอิงใน ERIC (ED676166) และข้อมูลต่างๆ ซึ่งได้กล่าวถึงในที่นี้ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชุมพล ศิสปอาชา  ส่งบุคคล ผู้ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการอภิวัฒน์การศึกษา 2538 หรือ ศาสตราจารย์ วิจิตร ศรีสะอ้าน อธิการบดี มหาวิทยาลัย สุรนารี ไปรับรางวัล ผลงานการปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย ระหว่าง ปี 2538 -2540  ชื่อรางวัล UNESCO Excellence in Educational Management and Service Delivery Award เป็นตัวอย่างของการที่ผลงานในระดับนานาชาติ ของคนไทย และประเทศไทย ไม่ได้ให้เครดิตถูกคน ผู้นำ ซึ่งสร้างความสำเร็จให้ การปฏิรูปการศึกษาของประเทศไทย ในปี 2538 หรือ การอภิวัฒน์การศึกษา 2538 ในประเทศไทย

การกระทำเช่น ลดคุณค่าของผลงานจริง และ สะท้อนถึง ความล้มเหลวจริยธรรม ทั้งนักการเมือง ผู้แย่งชิงเครดิตไปให้นักการศึกษา และ นักการศึกษาซึ่งไปรับรางวัล การ บันทึกประวัติศาสตร์การปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริงและให้เครดิต กับ นักปฏิรูปการศึกษาที่แท้จริง รวมถึง ความไม่โปร่งใส เป็นเรื่องซึ่งส่งผลเสียต่อการเรียนรู้และการปฏิรูปการศึกษาไทยตั้งแต่ปี 2540 หรือ ปีซึ่ง UNESCO มอบรางวัล จนกระทั่งปัจจุบัน ปี 2569 

ความเสียหายจากความไม่โปร่งใส
การ ไม่ได้ให้เครดิต กับผู้นำที่แท้จริง ในกระบวนการ ปฏิรูปการศึกษา อาจทำให้เกิด ปัญหาในระยะยาว เช่น:
ลดแรงจูงใจในการทำงาน: หากไม่ให้เครดิตกับคนที่ทำงานจริง ส่งผลให้คนอื่นใน ปัจจุบันรู้สึกว่า การทำงานอย่างหนัก ไม่ได้รับการยอมรับ
การจัดการที่ไม่เหมาะสม: เมื่อไม่สามารถติดตามและบันทึกผลงานของบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลง ส่งผลการวางแผนการปฏิรูปใไมการศึกษาในปัจจุบัน ปี 2569 จะไม่สามารถต่อยอดหรือเรียนรู้จากความสำเร็จและความผิดพลาดได้

ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย: ผู้ไปรับรางวัลหรือการยกย่องจากUNESCO ไม่ตรงกับความจริง ของผู้ทำงานจริง และมีบันทึกในเอกสารของ UNESCO ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในระดับสากลเสื่อมเสีย และ ส่งผลให้การรับรู้เกี่ยวกับความสำเร็จของ การอภิวัฒน์การศึกษา 2538 ในประเทศไทย ไม่เป็นจริงตามสถานการณ์

การโกงรางวัลและจริยธรรม
การที่ นักการเมือง (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชุมพล ศิลปอาชา)  ส่งนักการศึกษา (ศาสตราจารย์ วิจิตร ศรีสะอ้าน ไปรับรางวัลจาก ผลงานของนักการเมืองด้วยกัน ( ฯพณฯ สุขวิช รังสิตพล) หรือ ไม่ให้เครดิตกับผู้ปฏิรูปการศึกษาไทยระหว่างปี 2538-2540ตัวจริง 
เป็น การละเมิดจริยธรรม เนื่องจากทำให้เกิดการ โกงรางวัล หรือ การรับรางวัลจากผลงานคนอื่น ส่งผลเสียต่อ ความน่าเชื่อถือ ของระบบการศึกษาไทยและการบริหารประเทศไทยโดยรวม ตั้งแต่ปี 2540 จนกระทั่งปัจจุบัน

การไม่ให้เครดิต กับผู้ซึ่ง ปฏิรูปการศึกษาในประเทศไทย ระหว่างปี 2538-2540 ตัวจริงในกระบวนการปฏิรูป ส่งผลให้การทำงานการปฏิรูปการศึกษาไทย ตั้งแต่ หลังปี 2540 - ปัจจุบันล้มเหลว และ หลงทาง 

สรุป:
การ ไม่ให้เครดิต กับ ผู้นำตัวจริงในการปฏิรูปการศึกษาไทย ปี 2538 -2540  นั้น เป็นเรื่องที่ไม่คนสมควรเกิดขึ้น เพราะทำให้การปฏิรูปการศึกษาของ ล้มเหลว และ หลงทาง 

รางวัลระดับโลกควรจะเป็นการให้ เครดิต กับบุคคลที่มีบทบาทจริงๆ เพื่อเป็น การสะท้อนถึงความสำเร็จ ที่แท้จริง เพื่อเป็น แรงบันดาลใจ ให้กับคนไทยในปัจจุบัน และ ในอนาคตในการทำงานเพื่อสังคมไทยและประเทศไทย 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่