JJNY : 5in1 เท้งผุด Data Bureau│ธนาธรนำทัพเปิดศึกเลือกตั้ง│ปชน.จี้กกต.ทบทวน│กัมพูชาโทรขอบคุณฝรั่งเศส│ชี้ไทยส่งทหารมาตาย

เท้ง ผุด เทคโนโลยี Data Bureau จัดการทุนเทา สาวเส้นเงินลึก ถึงบิ๊กสแกมเมอร์
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5520074
.

.
เท้ง ผุด เทคโนโลยี Data Bureau จัดการทุนเทา สาวเส้นเงินลึกถึงบิ๊กสแกมเมอร์ 
.
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง Data Bureau ซึ่งเป็น เครื่องมือสำคัญของรัฐบาลประชาชนในการจัดการการฟอกเงินของขบวนการทุนเทาสแกมเมอร์ ที่ผ่านมา การรวมข้อมูลธุรกรรมทางการเงินประเภทต่างๆ ของประเทศไทย ทุกวันนี้ยังไม่รอบด้าน สะเปะสะปะ หลายหน่วยงานต่างคนต่างทำไม่เชื่อมโยงกัน ตนจึงมีนโยบายเชื่อมข้อมูลธุรกรรมทางการเงินทุกประเภทเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน
.
พรรคประชาชนจะใช้ AI มาช่วยตรวจจับพิรุธของพฤติกรรมการถือครองทรัพย์สิน เช่น คนแจ้งรายได้ 40,000 บาท กับสถาบันการเงิน แต่มีธุรกรรมหลายล้านบาทกับการค้าทอง หรือ แจ้งรายได้แตกต่างกันตอนเปิดบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล
.
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า ข้อเสนอนโยบายนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นข้อเสนอนโยบายจาก Reinvent Thailand คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ได้นำเสนอให้กับภาครัฐไปแล้ว แค่ยังขาดเจตจำนงทางการเมืองที่จะนำมาใช้เพื่อทลายทุนเทาที่เกาะกินประเทศไทย และพวกเราพร้อมที่จะต่อยอดข้อเสนอนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นจริงโดยเร็วที่สุด
.
โดยรัฐบาลประชาชน จะปราบขบวนการฟอกเงิน ป้องกันการเปิดบัญชีม้าหลายบัญชีหลายสถาบันการเงิน  หยุดยั้งการใช้นอมินีเอาเปรียบ SMEs ไทย และด้วย Data Bureau เราจะสามารถสร้างลายแทงการเงิน สืบลึกถึงต้นตอเงินเทาทุกบาททุกสตางค์ที่ไหลเวียนในไทย เมื่อต้องอายัด-ยึดทรัพย์ ก็สามารถขุดรากถอนโคนทีเดียวทั้งยวง ตายยกรังสแกมเมอร์ เข้าถึงตัวการสูงสุด ไม่ใช่ได้แค่ตัวปลายแถว มีส้ม ไม่มีเทา มีเรา ไทยจะไม่ใช่แหล่งฟอกเงินสแกมเมอร์อีกต่อไป
.

.
‘ธนาธร’นำทัพเปิดศึกเลือกตั้ง หวังปักธงส้มพื้นที่ บ้านใหญ่เมืองสุพรรณ ย้ำหลักการปชน.ไม่จับมือ ‘พรรคเทา’
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5520309
.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน นำทีมลงพื้นที่ เปิดตัว 5 ผู้สมัครส.ส.สุพรรณบุรี หวังปักธงในพื้นที่สุพรรณบุรี  ย้ำหลักการว่า พร้อมร่วมมือกับพรรคที่รับนโยบายของปชน.ได้ ที่สำคัญจะไม่จับมือกับพรรคเทาๆ
.
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม ที่โรงแรมศรีอู่ทองแกรนด์ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานมูลนิธิคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงของพรรคประชาชน พร้อมทีมงานเดินทางลงพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี พร้อมเปิดตัวผู้สมัคร ทั้ง 5 เขตสุพรรณบุรี ประกอบด้วย เขต 1 นายสมเกียรติ เสรีวิพุธ เขต 2 น.ส.นุศรา หนูเล็ก ศรีสังข์งาม เขต 3 พ.ต.อ.มงคล สุนทรวิภาต เขต 4 นายภิญโญ สุนทรวิภาต เขต 5 นายสมเกียรติ กู้เกียรติภูมิ พร้อมเปิดให้ว่าที่ผู้สมัคร กล่าวทักทายและแสดงวิสัยทัศน์
.
จากนั้นนายธนาธร พูดคุยกับสมาชิกพรรค และ ประชาชน พร้อมเปิดช่วงประชาชนซักถาม โดยประชาชนบางราย สอบถามว่า หากพรรคประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาล จะมีจุดยืนในการจับมือร่วมรัฐบาลพรรคใด นายธนาธร ตอบว่า พรรคประชาชนยังยืนยันหลักการเดิม คือ พรรคที่ 1 ควรได้จัดตังรัฐบาล และมีผู้นำของพรรคนั้น ควรเป็นนายก ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่ใช้กันทั่วโลก ส่วนถ้าต้องมีการประนีประนอม เพื่อเป็นรัฐบาล รอบนี้รวมเสียงอย่างเดียวครับ 250 เสียงเป็นรัฐบาลแล้ว ไม่ต้องไปขอเสียงสว.เหมือนปี 2562 ปี หรือ 2566 ไม่ต้องประนีประนอม อะไร
.
ถ้าเราเป็นพรรคอันดับหนึ่ง ใครพร้อมรับวาระทางการเมืองนโยบายวาระหลักเป็นการผลักดันประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าก็ร่วมรัฐบาลกันเลย ดังนั้น ต้องพูดคุยเจรจา อย่างวาระของเรา 10 ข้อ กระจายอำนาจ ปฏิรูป ทำโน่นนี่ ถ้าวาระตรงกัน คุณผลักดันวาระผม ผมผลักดันวาระคุณ แต่วาระของผมเป็นวาระหลักนะ เพราะเป็นแกนนำ ถ้าตกลงกันได้ ก็จัดตั้งรัฐบาลร่วมกันได้
.
ต่อมาประชาชนรายหนึ่งถามว่า ถ้าเจ้าของพื้นที่ จะมาร่วมรัฐบาลด้วยหากพรรคประชาชนได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล จะให้ร่วมหรือไม่ นายธนาธรตอบว่า เจ้าของพื้นที่ที่มาวันนี้ใช่หรือไหม คงจะไม่ผูกมัดตัวเอง  หัวหน้าพรรคพูดไปแล้วว่า ไม่ร่วมมือกับพรรคเทาๆ คงไม่ต้องพูดว่าพรรคไหน จุดยืนเรื่องนี้ของเราก็ชัดเจน  ส่วนพรรคอื่น พรรคใดที่รับนโยบายของพรรคเรา เป็นนโยบายหลักในการพัฒนาประเทศไปข้างหน้าได้ เราก็พร้อมร่วมกับพรรคนั้น” นายธนาธร กล่าว
.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเลือกตั้งส.ส.ปี 2566 ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกล ส่งผู้สมัครทั้ง 5 เขต แต่พ่ายพรรคชาติไทยพัฒนา ส่วนคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคก้าวไกล ได้อันดับ 1 ในจ.สุพรรณบุรี จำนวน 182,211 คะแนน ทิ้งห่างพรรคเพื่อไทย 119,703 และ ชาติไทยพัฒนา 110,046 คะแนน
.

.
ปชน. จี้ กกต. ทบทวนออกเสียง ‘ประชามตินอกเขต’ เฉพาะวันจริง ชี้สร้างภาระ-กีดกันปชช.
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5519952
.
“ธีระ” ที่ปรึกษากฎหมาย ปชน. เรียกร้อง กกต. ทบทวนออกเสียงประชามตินอกเขตเฉพาะวันจริง ชี้สร้างภาระ-กีดกันประชาชน ยันพรรคการเมืองรณรงค์ประชามติได้ ไม่มีกฎหมายห้าม
.
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม นายธีระ สุธีวรางกูร ที่ปรึกษาพรรคประชาชนด้านกฎหมาย กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยืนยันว่าการออกเสียงประชามติต้องเข้าคูหาในวันจริง คือวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เท่านั้น ไม่สามารถออกเสียงล่วงหน้าในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ 
.
โดยนายธีระกล่าวว่า แนวทางของ กกต. ทำให้ประชาชนที่อยู่นอกเขตภูมิลำเนาต้องเข้าคูหาถึง 2 รอบในเวลาไล่เลี่ยกัน รอบแรกคือเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า และรอบสองไปออกเสียงประชามติในวันจริง เป็นการสร้างภาระแก่ประชาชนอย่างไม่จำเป็น คนจำนวนมากที่ไม่สะดวกเดินทางกลับภูมิลำเนา หรือไม่สะดวกเข้าคูหาหลายครั้ง อาจเลือกใช้สิทธิเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้จำนวนผู้มาออกเสียงประชามติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แทนที่ กกต. จะทำหน้าที่ส่งเสริมอำนวยความสะดวกให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ นี่กำลังกลายเป็นการขัดขวางการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และคนวัยทำงานที่อยู่ต่างถิ่น
อีกประเด็นที่น่ากังวลคือการที่ กกต. มีแนวโน้มจะกำหนดกรอบเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามตินอกเขตเพียง 3 วัน คือ 3-5 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นมากเกินกว่าจะเรียกว่าการอำนวยความสะดวก และอาจทำให้ประชาชนจำนวนมากเสียสิทธิเพียงเพราะลงทะเบียนไม่ทัน
.
นายธีระ ยังกล่าวถึงกรณี นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ระบุพรรคการเมืองห้ามชี้นำประชาชนในการออกเสียงประชามติ โดยยืนยันว่า ไม่มีกฎหมายฉบับใดห้ามพรรคการเมืองรณรงค์ในการทำประชามติ และ พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 17 ก็บัญญัติชัดเจนว่าประชาชน พรรคการเมือง องค์กรเอกชน และกลุ่มต่างๆ ในสังคม ย่อมมีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในการจัดกิจกรรมรณรงค์เพื่อการออกเสียงได้โดยเสรี เสมอภาค และเท่าเทียมกัน การที่เลขาธิการ กกต. บอกว่าทำไม่ได้นั้น ขัดกับหลักการประชาธิปไตยสากล ที่พรรคการเมืองซึ่งเป็นสถาบันของประชาชนย่อมสามารถให้ข้อมูลประชาชนได้
.
นายธีระกล่าวว่า ประชามติครั้งนี้คือหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในการปลดล็อกรัฐธรรมนูญ 2560 จึงขอเรียกร้องให้ กกต. ทบทวนแก้ไขแนวทางที่ประกาศออกมา โดยให้คำนึงถึงความสะดวกของประชาชนเป็นที่ตั้ง ไม่เช่นนั้นการออกเสียงประชามติครั้งนี้ จะกลายเป็นประชามติที่กีดกันประชาชน ไม่สามารถสะท้อนความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่ง กกต. ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
.

.
กัมพูชาโทรขอบคุณฝรั่งเศส พยายามช่วยไทย-กัมพูชาบรรลุข้อตกลงหยุดยิง
.
รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชาต่อสายคุยรัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส ขอบคุณสำหรับความพยายามในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา
.
เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 68 ปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชา ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับ ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและกิจการต่างประเทศของฝรั่งเศส เพื่อขอบคุณฝรั่งเศสสำหรับความพยายามในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างกัมพูชาและไทย
.
ระหว่างการสนทนา ปรัก สุคน ได้แสดงความซาบซึ้งต่อการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องของฝรั่งเศสต่อกระบวนการสันติภาพ
.
รองนายกฯ ปรัก สุคน เน้นย้ำถึงผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสถานการณ์ด้านมนุษยธรรม ซึ่งส่งผลให้พลเรือนชาวกัมพูชามากกว่าครึ่งล้านคนต้องพลัดถิ่น รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของกัมพูชาในช่วงที่มีการสู้รบ
.
ด้าน ฌอง-โนเอล บาร์โรต์ ได้แสดงความชื่นชมต่อการประกาศของประธานอาเซียนในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ปัจจุบันระหว่างไทยและกัมพูชา จัดขึ้นเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งได้ประกาศการกลับมาเจรจาเพื่อแก้ไขข้อพิพาทชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา
.
เขายังแสดงความชื่นชมต่อความพยายามทั้งหมดที่ริเริ่มโดยมาเลเซีย จีน และสหรัฐฯ เพื่อบรรลุการแก้ไขปัญหาอย่างสันติผ่านช่องทางการทูต
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่