[เรื่องเล่าเฉยๆครับ]
ปีนี้ ผมมีเรื่องที่ผิดแผนใหญ่มาก เพราะจริงๆแล้วตอนนี้ ผมควรจะลาออกจากงาน แล้วกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่แล้ว แต่มันไม่ใช่แบบนั้นน่ะสิ
เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมทำงานที่นี่ครบ 19 ปี ก็เลยวางแผนลาออกสวยๆ ตอนครบ 20 ปีในปีนี้
ผมค่อยๆฟีดตัวเองออกจากกิจกรรมต่างๆของบริษัท
หน้าที่ที่เคยรับไว้ และทำมายาวนาน ก็พยายามส่งต่อให้คนอื่นทำ
พยายามไม่รู้จักใคร ไม่สนิทกับใคร ทำตัวตนให้จืดจางลงเรื่อยๆ
กะว่า พอถึงตอนลาออก จะได้ไปแบบเงียบๆ ไม่มีใครสังเกตเห็น
จำได้ว่า ปีก่อนเริ่มตีแบดช่วงเดือนสิงหา ก็ซื้อไม้แบด ซื้อรองเท้า กะว่า ใช้ 1 ปี ไม่ต้องซื้อของดีมากก็ได้
แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า เอ้า ต้องอยู่ยาว ลาออกไม่ได้ซะอย่างงั้น ไม้แบด กับ รองเท้า จะไหวมั้ยเนี่ยยยย
---------------------
เข้าเรื่องกันดีกว่า ว่าทำไมแผนที่วางไว้ มันถึงไม่เป็นตามที่วางไว้
ย้อนกลับไปปลายปีที่แล้วอีกครั้ง ผมวางแผนไว้ว่า จะลาออก แล้วกลับไปอยู่เชียงใหม่ ไปเช่าหออยู่กับแฟนแหละครับ
แต่ทีนี้ แฟนผมคิดการใหญ่ จะซื้อบ้าน!!!
ตอนนั้นผมก็ยังไม่คิดอะไรมากนะครับ อยากซื้อบ้านเหรอ เอาเลย ซื้อก็ได้ เดี๋ยวปีหน้าจะได้ลาออก กลับมาอยู่บ้านก็ได้
แฟนผมก็เริ่มเลย หาดูบ้านตามหมู่บ้านต่างๆ โซนนั้น โซนนี้ เรื่อยมา
จนกระทั่งประมาณ มีนาคม เจอละ บ้านที่ถูกใจ อยู่แม่ริม เชียงใหม่ ไม่ไกลจากตัวเมือง ก็ตกลงเอาหลังนี้
ทุกอย่างดำเนินการไปได้ราบลื่น จนกระทั่งโอนบ้านเสร็จในเดือน มิถุนายน
ผมก็กลับไปเชียงใหม่ ไปขนของ ไปซื้อของเข้าบ้าน
แล้วยังมีต่อเติม โน้นนี่นั่น อีกพอสมควร ทำให้เงินเก็บที่ีมีอยู่ ลดลงอย่างน่าใจหาย
หลังจากทำบุญบ้านเสร็จ ที่นี้ล่ะ พอมาดูเรื่องการเงิน รายจ่ายเงินกู้
โอ้ว แม่จ้าววววว จ่ายขนาดนี้ ถ้าลาออกจากงานตอนนี้ รับรองว่า ชีวิตวุ่นวายแน่ๆ
ไหนจะค่าผ่อนบ้าน ไหนจะค่าส่งลูกเรียน(กำลังจะเข้า ม.4)
แล้วเงินเดือนเริ่มงานใหม่ ในเชียงใหม่ ก็คงไม่มีระดับ 2 หมื่นในสายงานที่ทำอยู่แน่ๆ
ก็นั่นแหละครับ เรียบร้อย ลาออกไม่ได้ กลับไปอยู่เชียงใหม่ไม่ได้ เพราะหนี้สินค้ำคอสุดๆ
บางคนอาจจะบอกว่า ไม่ลองก็ไม่รู้ อาจจะดีก็ได้
ใช่นะ ผมก็เคยคิดแบบนี้ แต่ชีวิตมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ที่มันจะได้ดั่งใจ
บางคนสู้แล้วรวย บางคนสู้แล้วร่วง
และด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมษุยษ์ที่ถูกปลูกฝังใน DNA มามากกว่า 2 ล้านปี
ขอเลือกทางที่ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าครับ
---------------------
ก็นี่แหละครับ เรื่องที่ผิดแผนในปีนี้
ผมก็เลยต้องทำงานที่นี่ไปอีกยาวๆเลย
มันก็ดีแหละ ที่มีบ้านเป็นของตัวเอง
แต่ข้อเสียคือ มันยังกลับไปอยู่บ้านตัวเองไม่ได้นี่แหละครับ
ทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายเดือนชนเดือนแบบสุดๆ
จากที่มีเงินเก็บเดือนละประมาณ 5000
ตอนนี้เงินเก็บเหลือเดือนละไม่ถึง 1000
ทุกอย่างต้องประหยัดแบบสุดๆจริงๆ จากที่เคยกินของแพง ตอนนี้ข้าว 60 ยังมองว่าแพง 5555+
ใครจะซื้อบ้าน ต้องดูกำลังจ่ายของตัวเองดีๆนะครับ
ขอบคุณที่อ่านกันจนจบนะครับ
ปีนี้ ผมมีเรื่องที่ผิดแผนใหญ่มาก
ปีนี้ ผมมีเรื่องที่ผิดแผนใหญ่มาก เพราะจริงๆแล้วตอนนี้ ผมควรจะลาออกจากงาน แล้วกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่แล้ว แต่มันไม่ใช่แบบนั้นน่ะสิ
เมื่อปลายปีที่แล้ว ผมทำงานที่นี่ครบ 19 ปี ก็เลยวางแผนลาออกสวยๆ ตอนครบ 20 ปีในปีนี้
ผมค่อยๆฟีดตัวเองออกจากกิจกรรมต่างๆของบริษัท
หน้าที่ที่เคยรับไว้ และทำมายาวนาน ก็พยายามส่งต่อให้คนอื่นทำ
พยายามไม่รู้จักใคร ไม่สนิทกับใคร ทำตัวตนให้จืดจางลงเรื่อยๆ
กะว่า พอถึงตอนลาออก จะได้ไปแบบเงียบๆ ไม่มีใครสังเกตเห็น
จำได้ว่า ปีก่อนเริ่มตีแบดช่วงเดือนสิงหา ก็ซื้อไม้แบด ซื้อรองเท้า กะว่า ใช้ 1 ปี ไม่ต้องซื้อของดีมากก็ได้
แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า เอ้า ต้องอยู่ยาว ลาออกไม่ได้ซะอย่างงั้น ไม้แบด กับ รองเท้า จะไหวมั้ยเนี่ยยยย
---------------------
เข้าเรื่องกันดีกว่า ว่าทำไมแผนที่วางไว้ มันถึงไม่เป็นตามที่วางไว้
ย้อนกลับไปปลายปีที่แล้วอีกครั้ง ผมวางแผนไว้ว่า จะลาออก แล้วกลับไปอยู่เชียงใหม่ ไปเช่าหออยู่กับแฟนแหละครับ
แต่ทีนี้ แฟนผมคิดการใหญ่ จะซื้อบ้าน!!!
ตอนนั้นผมก็ยังไม่คิดอะไรมากนะครับ อยากซื้อบ้านเหรอ เอาเลย ซื้อก็ได้ เดี๋ยวปีหน้าจะได้ลาออก กลับมาอยู่บ้านก็ได้
แฟนผมก็เริ่มเลย หาดูบ้านตามหมู่บ้านต่างๆ โซนนั้น โซนนี้ เรื่อยมา
จนกระทั่งประมาณ มีนาคม เจอละ บ้านที่ถูกใจ อยู่แม่ริม เชียงใหม่ ไม่ไกลจากตัวเมือง ก็ตกลงเอาหลังนี้
ทุกอย่างดำเนินการไปได้ราบลื่น จนกระทั่งโอนบ้านเสร็จในเดือน มิถุนายน
ผมก็กลับไปเชียงใหม่ ไปขนของ ไปซื้อของเข้าบ้าน
แล้วยังมีต่อเติม โน้นนี่นั่น อีกพอสมควร ทำให้เงินเก็บที่ีมีอยู่ ลดลงอย่างน่าใจหาย
หลังจากทำบุญบ้านเสร็จ ที่นี้ล่ะ พอมาดูเรื่องการเงิน รายจ่ายเงินกู้
โอ้ว แม่จ้าววววว จ่ายขนาดนี้ ถ้าลาออกจากงานตอนนี้ รับรองว่า ชีวิตวุ่นวายแน่ๆ
ไหนจะค่าผ่อนบ้าน ไหนจะค่าส่งลูกเรียน(กำลังจะเข้า ม.4)
แล้วเงินเดือนเริ่มงานใหม่ ในเชียงใหม่ ก็คงไม่มีระดับ 2 หมื่นในสายงานที่ทำอยู่แน่ๆ
ก็นั่นแหละครับ เรียบร้อย ลาออกไม่ได้ กลับไปอยู่เชียงใหม่ไม่ได้ เพราะหนี้สินค้ำคอสุดๆ
บางคนอาจจะบอกว่า ไม่ลองก็ไม่รู้ อาจจะดีก็ได้
ใช่นะ ผมก็เคยคิดแบบนี้ แต่ชีวิตมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ที่มันจะได้ดั่งใจ
บางคนสู้แล้วรวย บางคนสู้แล้วร่วง
และด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของมษุยษ์ที่ถูกปลูกฝังใน DNA มามากกว่า 2 ล้านปี
ขอเลือกทางที่ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าครับ
---------------------
ก็นี่แหละครับ เรื่องที่ผิดแผนในปีนี้
ผมก็เลยต้องทำงานที่นี่ไปอีกยาวๆเลย
มันก็ดีแหละ ที่มีบ้านเป็นของตัวเอง
แต่ข้อเสียคือ มันยังกลับไปอยู่บ้านตัวเองไม่ได้นี่แหละครับ
ทุกวันนี้ค่าใช้จ่ายเดือนชนเดือนแบบสุดๆ
จากที่มีเงินเก็บเดือนละประมาณ 5000
ตอนนี้เงินเก็บเหลือเดือนละไม่ถึง 1000
ทุกอย่างต้องประหยัดแบบสุดๆจริงๆ จากที่เคยกินของแพง ตอนนี้ข้าว 60 ยังมองว่าแพง 5555+
ใครจะซื้อบ้าน ต้องดูกำลังจ่ายของตัวเองดีๆนะครับ
ขอบคุณที่อ่านกันจนจบนะครับ